เดนมาร์กกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการขนส่งอย่างชัดเจน โดยข้อมูลล่าสุดจาก Mobility Denmark ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 รถยนต์ใหม่ที่จดทะเบียนในเดนมาร์กจำนวนถึง 79.9% หรือเกือบ 4 ใน 5 คัน เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicles: EV) สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ และความสำเร็จของเดนมาร์กในการเดินหน้าสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Transition)
ในช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 เดนมาร์กมียอดขายรถยนต์ใหม่รวมทั้งสิ้น 101,032 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างโดดเด่น โดยเพิ่มขึ้นถึง 41.2% เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี 2568 สะท้อนให้เห็นว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าได้กลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศ ทั้งนี้ ผู้บริหารของ Mobility Denmark ระบุว่า การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของเดนมาร์กในระยะยาว
ในด้านพฤติกรรมผู้บริโภค พบว่ารถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา อันเป็นผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสถานการณ์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้ต้นทุนการใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากหันมาพิจารณารถยนต์ไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว นอกจากนี้ การแข่งขันด้านสินเชื่อ และเงื่อนไขทางการเงินของผู้ผลิตรถยนต์ยังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมากขึ้น
สำหรับรุ่นรถยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเดนมาร์กปีนี้ ได้แก่ Škoda Elroq ซึ่งมียอดจดทะเบียนกว่า 5,065 คัน รองลงมา ได้แก่ Toyota bZ4X และ Tesla Model Y โดยรถยนต์ 10 อันดับแรกที่ขายดีที่สุดใน ครึ่งปีแรกของปี 2569 ล้วนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าตลาดยานยนต์เดนมาร์กกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ ที่รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นมาตรฐานใหม่ของผู้บริโภค มากกว่าจะเป็นเพียงทางเลือกใหม่เหมือนในอดีต
แนวโน้มดังกล่าวยังสะท้อนถึงทิศทางการพัฒนาตลาดยานยนต์ในกลุ่มประเทศนอร์ดิกโดยรวม ซึ่งให้ความสำคัญกับการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล การสนับสนุนเทคโนโลยีสะอาด และการส่งเสริมพฤติกรรมผู้บริโภคที่สอดคล้องกับนโยบายความยั่งยืน โดยคาดว่าความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องจะยังคงเติบโตต่อเนื่องในอนาคต
บทวิเคราะห์ผลกระทบต่อไทย ข้อเสนอแนะ โอกาสและแนวทาง และความคิดเห็นของสคต.:
แนวโน้มการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในเดนมาร์ก สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดยานยนต์ในเดนมาร์กและกลุ่มประเทศนอร์ดิก ที่กำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Transition) และลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลอย่างจริงจัง ทั้งนี้ แนวโน้มดังกล่าวจะส่งผลให้ความต้องการสินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีพลังงานสะอาด และห่วงโซ่อุปทานใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเปิดโอกาสทางการค้าในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งไทยมีศักยภาพการผลิตและกำลังเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมรองรับ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สายไฟ แผงวงจร แบตเตอรี่ ระบบจัดการพลังงาน รวมถึงอุตสาหกรรม supporting industries ที่เกี่ยวข้องกับ EV ecosystem ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการที่อยู่ในกลุ่มพลังงานสะอาด เทคโนโลยีชาร์จไฟ ระบบซอฟต์แวร์อัจฉริยะ หรือ digital solutions สำหรับ mobility sector อาจมีโอกาสพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจกับผู้ประกอบการในภูมิภาคนอร์ดิกในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ตลาดเดนมาร์กและนอร์ดิกให้ความสำคัญสูงต่อมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และกฎระเบียบด้านเทคนิคของสหภาพยุโรป (EU Regulations) โดยเฉพาะเรื่อง carbon footprint, circular economy, battery regulations และ traceability ของ supply chain ดังนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องติดตามกฎระเบียบใหม่อย่างใกล้ชิด และปรับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากขึ้น เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและรองรับความต้องการของตลาดยุโรปในระยะยาว