fb
ธนาคารโลกยกระดับฟิลิปปินส์สู่สถานะประเทศรายได้ปานกลางระดับบน

ธนาคารโลกยกระดับฟิลิปปินส์สู่สถานะประเทศรายได้ปานกลางระดับบน

โดย
kanthima
ลงเมื่อ 15 กรกฎาคม 2569 15:17
สคต. ณ กรุงมะนิลา (ฟิลิปปินส์) (TTC, Manila (Philippines))
3

    ธนาคารโลกประกาศยกระดับฟิลิปปินส์สู่การเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับบน (Upper-Middle Income Country: UMIC) จากการประเมินระดับรายได้ของประเทศล่าสุด ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ฟิลิปปินส์มีรายได้ประชาชาติต่อหัว (Gross National Income per capita: GNI per capita) อยู่ที่ 4,850 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้ที่ 4,636 เหรียญสหรัฐฯ สำหรับปีงบประมาณปัจจุบัน ธนาคารโลกจำแนกตามระดับรายได้ประชาชาติต่อหัว (GNI per capita) ซึ่งคำนวณตามวิธีการของ World Bank Atlas method โดยกำหนดให้ประเทศรายได้ต่ำ มีรายได้ประชาชาติต่อหัวอยู่ที่ 1,175 เหรียญสหรัฐฯ หรือน้อยกว่าในปี 2568 ประเทศรายได้ปานกลางระดับล่าง มีรายได้ประชาชาติต่อหัวอยู่ที่ 1,176 – 4,635 เหรียญสหรัฐฯ ประเทศรายได้ปานกลางระดับบน มีรายได้ประชาชาติต่อหัวอยู่ที่ 4,636 – 14,375 เหรียญสหรัฐฯ และประเทศรายได้สูง มีรายได้ประชาชาติต่อหัวมากกว่า 14,375 เหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์ได้รับการปรับสถานะจากประเทศรายได้ปานกลางระดับล่าง (Lower-Middle Income Country: LMIC) เป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับบน (Upper-Middle Income Country: UMIC) เช่นเดียวกับจอร์แดน ไมโครนีเซีย ศรีลังกา และเวียดนาม โดยความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมในทุกภาคส่วน ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5.8 ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตของทุกภาคอุตสาหกรรมหลัก มิใช่การเติบโตที่เกิดจากภาคอุตสาหกรรมใดภาคอุตสาหกรรมหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งนี้ กระทรวงเศรษฐกิจ การวางแผน และการพัฒนาฟิลิปปินส์ (Department of Economy, Planning, and Development: DEPDev) ระบุว่า การได้รับการยกระดับสู่ประเทศรายได้ปานกลางระดับบนเป็นผลจากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคอย่างมีเสถียรภาพและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการผลักดันการปฏิรูปเชิงโครงสร้างในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการยกระดับสถานะทางเศรษฐกิจของประเทศ
    นาย Arsenio M. Balisacan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การวางแผน และการพัฒนา กล่าวว่า การที่ฟิลิปปินส์ได้รับการยกระดับสู่ประเทศรายได้ปานกลางระดับบนสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ ถึงแม้ว่าต้องเผชิญกับความผันผวนจากทั้งปัจจัยภายในประเทศและภายนอกประเทศ โดยรัฐบาลยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง เสริมสร้างปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และผลักดันการดำเนินงานตามแผนพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ DEPDev คาดว่า การได้รับการจัดสถานะใหม่จะช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือด้านเครดิต (Credit Profile) ของประเทศ เพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน ตลอดจนเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการลงทุนที่มีคุณภาพสูง ซึ่งจะเอื้อต่อการสร้างการจ้างงานที่มีคุณภาพให้แก่ประชาชน อย่างไรก็ตาม ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (Official Development Assistance: ODA) ในรูปแบบเงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรนบางส่วนอาจทยอยลดลงในระยะต่อไป แต่คาดว่าประโยชน์ที่ได้รับจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น รวมทั้งการเข้าถึงตลาดและแหล่งเงินทุนที่ดีขึ้น จะสามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ นอกจากนี้ DEPDev ยังยกย่องบทบาทสำคัญของแรงงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศ (Overseas Filipino Workers: OFWs) ซึ่งรายได้ที่แรงงานกลุ่มดังกล่าวได้รับจากต่างประเทศเป็นองค์ประกอบหนึ่งของรายได้รวมประชาชาติ (Gross National Income: GNI) และมีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จในการยกระดับสถานะทางเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ เป้าหมายระยะยาวของรัฐบาลคือการสร้างงานที่มีคุณภาพภายในประเทศให้เพิ่มขึ้น เพื่อให้การทำงานในต่างประเทศเป็นทางเลือกมากกว่าความจำเป็น อย่างไรก็ตาม การได้รับการยกระดับสู่ประเทศรายได้ปานกลางระดับบนมิได้หมายความว่าความท้าทายด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศจะสิ้นสุดลง โดยรัฐบาลจะยังคงเดินหน้าการปฏิรูปอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาเสถียรภาพและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ขณะเดียวกัน ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ และประชาชนจำนวนมากยังคงประสบปัญหาความยากลำบากทางเศรษฐกิจ ดังนั้น รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง เพื่อให้ผลประโยชน์จากการพัฒนาเศรษฐกิจกระจายไปสู่ประชาชนทุกภาคส่วนอย่างเป็นธรรม
ที่มา: Philippine News Agency
บทวิเคราะห์และข้อคิดเห็น
•    การที่ธนาคารโลกยกระดับฟิลิปปินส์สู่ประเทศรายได้ปานกลางระดับบนสะท้อนถึงพัฒนาการเชิงบวกของเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ ทั้งด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค ความสามารถในการขยายตัวของภาคเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคและการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยในการขยายการส่งออกสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม วัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า ดิจิทัลคอนเทนต์ และธุรกิจบริการ รวมถึงเพิ่มโอกาสการลงทุนของภาคเอกชนไทยในฟิลิปปินส์ อย่างไรก็ตาม การยกระดับสถานะดังกล่าวอาจส่งผลให้ฟิลิปปินส์ได้รับความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (ODA) ในรูปแบบเงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรนลดลงในระยะยาว และอาจเผชิญการแข่งขันในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากประเทศที่มีศักยภาพใกล้เคียงกัน ขณะที่ผู้ประกอบการไทยอาจต้องเผชิญการแข่งขันจากผู้ผลิตภายในประเทศฟิลิปปินส์ที่มีขีดความสามารถสูงขึ้นตามการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ ถึงแม้ว่า รายได้เฉลี่ยของประชากรจะเพิ่มขึ้น แต่ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ยังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญ ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคแตกต่างกันในแต่ละกลุ่ม ดังนั้น ผู้ส่งออกไทยควรมุ่งพัฒนาสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ มูลค่าเพิ่ม และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละระดับรายได้ ควบคู่กับการติดตามนโยบายเศรษฐกิจ มาตรการส่งเสริมการลงทุน และการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์อย่างใกล้ชิด เพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสทางการค้าและการลงทุนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการบริหารความเสี่ยงจากการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
-----------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา
กรกฎาคม 2569
 

ธนาคารโลกยกระดับฟิลิปปินส์สู่สถานะประเทศรายได้ปานกลางระดับบน RV.pdf
Share :
Instagram