
สถานทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง และทีมประเทศไทย ลงพื้นที่ท่าขี้เหล็ก-แม่สาย และเชียงตุง ช่วงวันที่ 14-17 ก.ย. 69 นำคณะฯ โดยนายต่อ ศรลัมพ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ลงพื้นที่พบหารือและแนะนำตัวในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ได้พบหารือหน่วยงานเมียนมาเมืองท่าขี้เหล็กและเชียงตุง รัฐฉานตะวันออก รวมทั้งพบหารือท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเชียงราย ครอบคลุมทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งเมียนมาและไทย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อเนื่องต่อยอดจากการเยือนไทยของประธานาธิบดีเมียนมาเมื่อต้นเดือน ส.ค. 69 โดยได้หยิบยกประเด็นสำคัญหารือครอบคลุมทุกมิติ ทั้งเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม ประชาชน สำหรับเรื่องสิ่งแวดล้อม มีเรื่องอากาศ (ฝุ่นควันข้ามแดน) และเรื่องน้ำ (น้ำท่วมและสารปนเปื้อนในแม่น้ำ) ซึ่งไทยและเมียนมา มีความร่วมมือและแนวทางร่วมกัน รวมทั้งมีแผนการลงพื้นที่เรื่องสารปนเปื้อนในแม่น้ำโดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยและเมียนมาในระยะต่อไป สำหรับเรื่องความมั่นคง สันติภาพและการพัฒนา ไทยยินดีสนับสนุนให้เมียนมาเกิดสันติภาพ สงบปลอดภัย ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อยอดเรื่องต่างๆ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน สังคม ประชาชน รวมทั้ง หารือเรื่องป้องกันปราบปรามการค้าอาวุธ สินค้าลักลอบผิดกฎหมาย ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ Scammer หลอกลวงออนไลน์และการค้ามนุษย์ สำหรับการค้าชายแดนได้หารือเรื่องส่งเสริมการค้าไทย-เมียนมา ด่านแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก เชื่อมโยงเมืองในเมียนมาทางเหนือ ได้แก่ เชียงตุง ตองจี มัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นโอกาสการค้าไทยและเมียนมา เป็นประโยชน์ร่วมกัน เพราะตลาดเมียนมามีความต้องการตลาดและนิยมสินค้าไทย แม้เมียนมาจะมีความท้าทายต่างๆ โดยเฉพาะการขอ Import License สินค้านำเข้าสู่เมียนมา
ผลกระทบ/โอกาส การลงพื้นที่ของสถานทูตไทย กรุงย่างกุ้ง และทีมประเทศไทย เป็นการต่อยอดความสัมพันธ์อันดีกับเมียนมาและเกิดการทำงานร่วมกัน เชื่อมโยงต่างประเทศ ต่างจังหวัด ส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคเอกชน โดยมีแนวทางให้ภาคธุรกิจปรับกลยุทธ์ เช่น การค้า 2 ทาง การใช้เงินบาท การจับคู่เงินต่างประเทศ (เช่น Export Earning รายได้ส่งออกจากเมียนมา) ประกอบการขอ Import License สินค้านำเข้าเมียนมา ซึ่งมีโอกาสให้ Import License เช่น สินค้าทุนและปัจจัยการผลิต (import for production) ผลิตในเมียนมา การเป็นพันธมิตรธุรกิจกัน โดยใช้ศักยภาพเติมเต็มกัน รวมทั้ง การค้าการผลิตยุคใหม่ เช่น การใช้เทคโนโลยี เครื่องจักร การแปรรูป การสร้างมูลค่าเพิ่ม การค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ข้าวโพดเมียนมาปลอดการเผา (ไทยนำเข้าเพื่อผลิตอาหารสัตว์) ซึ่งเมียนมาออกใบรับรองข้าวโพดปลอดเผาประกอบการส่งออกแล้ว ช่วยลดปัญหา PM2.5 ฝุ่นควันข้ามแดน เป็นต้น
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนธุรกิจและปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป กล่าวได้ว่า ไทยและเมียนมาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสำคัญต่อกันทุกมิติและไม่สามารถแยกจากกันได้ ซึ่งไทยและเมียนมามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในทุกระดับ ทั้งส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งมีความร่วมมือ การแชร์ข้อมูล กลไกการขับเคลื่อนและทำงานร่วมกัน โดยมีแนวทางสำคัญ คือ ประโยชน์ร่วมกัน ความสัมพันธ์ที่ดี ความเข้าใจอันดีต่อกัน การปรับกลยุทธ์ธุรกิจรองรับโอกาสและความท้าทายในทุกสถานการณ์
********************************************
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างก้ง (สอท.ย่างกุ้ง) รวมทั้ง สำนักงานส่งเสริม
การค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง (สคต.ย่างกุ้ง) และทีมประเทศไทยในเมียนมา