
ที่มา : สำนักข่าว Bernama
มาเลเซียเร่งส่งเสริมโครงการ “Mai Kurang” (“มาลดกันเถอะ”) โดยรณรงค์ให้ประชาชนลดการบริโภคน้ำตาล เกลือ และอาหารแคลอรีสูง โดยผลักดันให้เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันและรับมือกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง โดยมีการนำเสนอโครงการดังกล่าวในการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน ครั้งที่ 17 (AHMM) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลมาเลเซียในการเปลี่ยนแนวทางการป้องกันโรค NCDs ให้เป็นมาตรการที่สามารถนำไปปรับใช้จริงในชีวิตประจำวันของประชาชน
ดร. นอร์อารียานา ฮัสซัน ผู้อำนวยการกองควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย (MOH) เปิดเผยว่า โครงการนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกองโภชนาการมาเลเซียและสอดคล้องกับเป้าหมายของ ASEAN Cluster One ว่าด้วยการส่งเสริมวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี โดยมุ่งเน้นเรื่องวิถีชีวิตและโรคไม่ติดต่อ ซึ่งแคมเปญ 'Mai Kurang'
จะให้ความสำคัญที่การกำหนดมาตรฐานโภชนาการใหม่ เช่น การเตรียมอาหาร 1 มื้อโดยให้มีพลังงานไม่เกิน 500 กิโลแคลอรี มีเกลือไม่เกิน 600 มิลลิกรัม และน้ำตาลไม่เกิน 12.5 กรัม การขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว
รัฐบาลมาเลเซียไม่ได้ใช้วิธีบังคับแต่ใช้กลยุทธ์ "การสะกิดเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรม (Behavioural nudging)"
โดยมีการติดตั้งตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ (Vending machines) ที่กำหนดให้ร้อยละ 70 ของอาหารในตู้
ต้องเป็นไปตามโครงการ 'Mai Kurang' และมีราคาถูกกว่าสูตรปกติเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ซื้อ โดยตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ ดังกล่าวจะเริ่มติดตั้งในพื้นที่ของกระทรวงสาธารณสุขเป็นแห่งแรกและจะขยายไปยังพื้นที่หน่วยงานรัฐทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับสมาคมโรคมะเร็งแห่งชาติมาเลเซีย (NCSM) จัดทำหนังสือสูตรอาหาร "Mai Kurang Garam Gula Kalori" แจกจ่ายฟรี เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการร้านอาหารนำไปปรับใช้ โดยตั้งเป้าพัฒนาให้ได้ถึง 200 เมนู และเตรียมขยายผลแนวคิดนี้ไปยังเทศกาลอาหารและบริการจัดเลี้ยงต่างๆ ทั่วประเทศต่อไป
ความเห็น สคต.
การผลักดันแคมเปญ 'Mai Kurang' อย่างเป็นรูปธรรมของรัฐบาลมาเลเซีย เพื่อรับมือกับปัญหาสุขภาพและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ผ่านการรณรงค์ให้ประชากรชาวมาเลเซียปรับพฤติกรรมการบริโภค
โดยเน้นการตระหนักถึงการลดการบริโภคน้ำตาล เกลือ และแคลอรี ผ่านกลไกการตั้งราคาและเพิ่มการเข้าถึง
สินค้าเพื่อสุขภาพ รวมถึงกระแสการให้ความสำคัญ และใส่ใจต่อสุขภาพที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก จะส่งผลให้ผู้บริโภค ผู้ประกอบการร้านอาหาร รวมถึงธุรกิจจัดเลี้ยง มีแนวโน้มในการเลือกใช้วัตถุดิบและสินค้าทางเลือกเพื่อสุขภาพ (Healthier Choice) มากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองต่อนโยบายรัฐและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และจะส่งผลให้ความต้องการสินค้าประเภทอาหารพร้อมทานแคลอรีต่ำ และเครื่องปรุงรสสูตรลดโซเดียม เครื่องดื่มปราศจากน้ำตาล (Zero Sugar) มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว
สถานการณ์ดังกล่าวจึงเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
ที่มีความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม โดยหากผู้ผลิตไทยสามารถพัฒนาหรือปรับสูตรสินค้าให้ตอบโจทย์เกณฑ์โภชนาการที่ลดหวาน มัน เค็ม เช่น สารสกัดจากธรรมชาติที่ให้ความหวานทดแทน หรือเครื่องปรุงรสเพื่อสุขภาพ และสามารถผนวกกับจุดแข็งด้านรสชาติและการผลิตที่ได้มาตรฐานฮาลาล (Halal) จะช่วยสร้างโอกาศให้สินค้าไทยสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคส่วนใหญ่ในมาเลเซีย
ในระยะยาวได้ตรงตามเป้าหมายมากยิ่งขึ้น
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์