
ปริมาณการขายน้ำตาลที่ผลิตในประเทศแอฟริกาใต้ลดลง ในขณะที่ ปริมาณน้ำตาลนำเข้าเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความกังวลต่อการจ้างงานในชนบทของจังหวัด KwaZulu-Natal และจังหวัด Mpumalanga ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกอ้อยที่สำคัญของประเทศ
ในช่วงเดือนมกราคม - สิงหาคม 2568 แอฟริกาใต้นำเข้าน้ำตาล 149,099 ตัน เพิ่มขึ้น 35,730 ตัน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 400% การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นนำไปสู่การลดลงของปริมาณน้ำตาลในประเทศประมาณ 100,000 ตัน (ลดลง 13% เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน) เกษตรกรไร่อ้อยแอฟริกาใต้ เตือนว่าการนำเข้าน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของผู้ปลูกอ้อย โดยการจำหน่ายน้ำตาลนำเข้า 1 ตัน ทำให้อุตสาหกรรมน้ำตาลในประเทศเสียหาย 7,600 แรนด์ (ประมาณ 14,212 บาท) กล่าวคือ หากจำหน่ายน้ำตาลนำเข้า 100,000 ตัน อุตสาหกรรมน้ำตาลในประเทศจะสูญเสียกว่า 760 ล้านแรนด์ (ประมาณ 1,421.20 ล้านบาท)
SA Canegrowers (องค์กรตัวแทนของกลุ่มผู้ปลูกอ้อยในประเทศแอฟริกาใต้) ได้เรียกร้องผู้บริโภค ร้านค้าปลีก และผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ให้ความสำคัญกับการซื้อน้ำตาลที่ผลิตในประเทศเป็นอันดับแร นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เรียกร้องรัฐบาลให้มีมาตรการการค้าที่สำคัญเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมน้ำตาลในประเทศ และขอให้ทบทวนนโยบาย เช่น ภาษีน้ำตาล นอกจากนี้ SA Canegrowers ยังได้รณรงค์ให้ผู้บริโภคเลือกซื้อน้ำตาลที่ผลิตในประเทศแอฟริกาใต้
แม้จะมีการปรับภาษีนำเข้าเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 เพื่อสะท้อนความจริงของตลาดน้ำตาลทั่วโลกที่บิดเบือน แต่น้ำตาลที่ได้รับเงินอุดหนุนอย่างมากจากประเทศต่างๆ เช่น บราซิล อินเดีย ยังคงเข้าสู่ตลาดแอฟริกาใต้อย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลเพิ่มเติมและความเห็นของสำนักงานฯ : ข้อมูลจากสมาคมน้ำตาลแห่งแอฟริกาใต้ ระบุว่ามีชาวไร่อ้อยที่ขึ้นทะเบียนประมาณ 25,000 ราย จากจังหวัด KwaZulu-Natal และ Mpumalanga โดยที่น้ำตาลผลิตจาก 6 บริษัท ซึ่งสามารถผลิตน้ำตาลได้ประมาณ 2.2 ล้านตันต่อฤดูกาล ประมาณ 70% ของน้ำตาลที่ผลิตได้จำหน่ายให้แก่สหภาพศุลกากรแอฟริกาตอนใต้ (Southern African Customs Union : SACU) ปริมาณน้ำตาลส่วนที่เหลือส่งออกไปยังแอฟริกา เอเชีย และตะวันออกลาง
ข้อมูลจากกรมสรรพากรของแอฟริกาใต้ (ประมวลโดย S&P Global) ระบุว่า ช่วงเดือนมกราคม - กันยายน 2568 แอฟริกาใต้นำเข้าน้ำตาล (HS code 1701: Cane Or Beet Sugar And Chemically Pure Sucrose, In Solid Form) ปริมาณ 406,549.74 ตัน เพิ่มขึ้น 40.67% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน โดยประเทศที่แอฟริกาใต้นำเข้าน้ำตาลปริมาณสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เอสวาตินี 251,272.99 ตัน (61.8% ของปริมาณการนำเข้าน้ำตาลทั้งหมด) รองลงมาคือ บราซิล (16.74%) กัวเตมาลา (8.54%) ไทย 14,500 ตัน(3.5%) เบลเยียม (3.19%) ตามลำดับ
ทั้งนี้ เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมน้ำตาลในประเทศ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 กรมสรรพากรของแอฟริกาใต้ ได้ขึ้นภาษีนำเข้าน้ำตาล (HS 1701) จากเดิม 282.85 เซ็นต์ต่อกิโลกรัม (ประมาณ 5.23 บาทต่อกิโลกรัม) เป็น 364.68 เซ็นต์ต่อกิโลกรัม (ประมาณ 6.82 บาทต่อกิโลกรัม) การขึ้นภาษีนำเข้าดังกล่าวได้กระทบต่อผู้ส่งออกน้ำตาลอย่างมากเนื่องจากอัตราภาษีนำเข้าดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม 28.9% ดังนั้น ผู้ส่งออกน้ำตาลไทยที่เป็นคู่ค้ากับแอฟริกาใต้ควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ที่มาข้อมูล www.bizcommunity.com sacanegrowers.co.za
เครดิตภาพ : Pixabay
ประมวลโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงพริทอเรีย
พฤศจิกายน 2568