
สคต.ย่างกุ้ง ติดตามข้อมูล วิเคราะห์และประมวลข้อมูลการส่งออกข้าวเมียนมา ขอสรุปสถานการณ์ แนวโน้ม โอกาส ผลกระทบ รวมทั้ง ความเห็นและแนวทางต่อธุรกิจไทย ดังนี้
1. สถานการณ์และแนวโน้ม
1) การเพาะปลูกและการผลิตข้าวในเมียนมา
ข้าวเป็นพืชสำคัญของเมียนมา ทั้งด้านความมั่นคงทางอาหารและด้านเศรษฐกิจ เมียนมามีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ 44% ของพื้นที่เกษตรเมียนมา และคนเมียนมาส่วนใหญ่นิยมบริโภคข้าว ข้าวจึงเป็นอาหารหลักของเมียนมาเช่นเดียวกับประเทศไทย รวมทั้งข้าวเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศเมียนมา โดยเมล็ดพันธ์ุและชนิดของข้าวที่ปลูกในเมียนมากกว่า 60% เป็นข้าวเมล็ดยาว เช่น ข้าวในกลุ่ม Emata, ZEERA, Letyezin เป็นต้น ส่วนที่เหลือเป็นข้าวเมล็ดสั้น เช่น Paw San, Nga Sein, Shal San, Yadanar Toe
พื้นที่เพาะปลูก เมียนมามีพื้นที่เพาะปลูกข้าวประมาณ 7 ล้านเฮกตาร์ หรือประมาณ 44 ล้านไร่
ผลผลิต เมียนมามีผลผลิตข้าวสารประมาณ 12 ล้านตันต่อปี ทั้งนี้ปริมาณการผลิตข้าวของเมียนมามีมากเกินความต้องการบริโภคภายในประเทศ (บริโภคประมาณปีละ 10 ล้านตัน ส่งออกปีละ 2-3 ล้านตัน) จึงไม่มีความจำเป็น ต้องนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตามอาจมีการนำเข้าข้าวชนิดพิเศษที่เมียนมาไม่สามารถปลูกได้เป็นบางกรณี สมาพันธ์ข้าวเมียนมา (MRF : Myanmar Rice Federation) ได้ประกาศว่าการผลิตข้าวของเมียนมามีเพียงพอความต้องการบริโภคในประเทศและประเทศเมียนมามีความมั่นคงทางอาหาร รวมทั้งในช่วงที่ผ่านมา (ปี 67/68 – 69/70) เมียนมาตั้งเป้าส่งออกข้าวและข้าวหัก ปีละ 2.5-3 ล้านตัน ส่วนอนาคต (ปี70/71) ตั้งเป้าส่งออกข้าวและข้าวหัก 4-5 ล้านตัน
2) การส่งออกข้าวเมียนมา (รอบปีงบประมาณเมียนมา เม.ย.-มี.ค.)
ช่วงที่ผ่านมา เมียนมาตั้งเป้าส่งออกข้าวและข้าวหัก ได้แก่
อดีต ปี 67/68 (เม.ย. 67 - มี.ค. 68) เมียนมาส่งออกข้าวและข้าวหักรวม 2.48 ล้านตัน มูลค่า 1,120 ล้านเหรียญ บรรลุเป้าหมายการส่งออกข้าวของเมียนมา 2.5 ล้านตันต่อปี โดยเมียนมาส่งออกข้าวไป 4 ประเทศหลัก รวม 65% ได้แก่ อินโดนีเซีย 5.1 แสนตัน (35%) จีน 2.2 แสนตัน (15%) ฟิลิปปินส์ 1.2 แสนตัน (8%) และบังคลาเทศ 1 แสนตัน (7%) ส่วนข้าวหักเมียนมาส่งออกไป 4 ประเทศหลัก รวม 85% ได้แก่ เบลเยี่ยม 3.5 แสนตัน (35%) จีน 3 แสนตัน (30%) อินโดนีเซีย 1 แสนตัน (10%) และเซเนกัล 1 แสนตัน (10%)
ปี 68/69 (เม.ย. 68 - มี.ค. 69) เมียนมาส่งออกข้าวและข้าวหักรวม 2.74 ล้านตัน มูลค่า 861 ล้านเหรียญ บรรลุเป้าหมายการส่งออกข้าวของเมียนมา 2.5 ล้านตันต่อปี โดยเมียนมาส่งออกข้าวไป 3 ประเทศหลัก รวม 70% ได้แก่ จีน 6 แสนตัน (40%) มาดากัสการ์ 3 แสนตัน (20%) และฟิลิปปินส์ 1.5 แสนตัน (10%) ส่วนข้าวหักเมียนมาส่งออกไป 3 ประเทศหลัก รวม 85% ได้แก่ จีน 6.3 แสนตัน (50%) เบลเยี่ยม 2.2 แสนตัน (18%) และอินโดนีเซีย 2 แสนตัน (16%)
ปัจจุบัน ปี 69/70 (เม.ย. 69 - มี.ค. 70)เมียนมาตั้งเป้าการส่งออกข้าวและข้าวหักมูลค่า 1,000 ล้านเหรียญ หรือปริมาณส่งออก 3 ล้านตัน ปัจจุบัน (เม.ย. - ก.ย. 69) เมียนมาส่งออกข้าวและข้าวหักรวม 9.7 แสนตัน มูลค่า 338 ล้านเหรียญฯ ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่าจะบรรลุเป้าหมายการส่งออกหรือไม่
อนาคต ปี 70/71 (เม.ย. 70 - มี.ค. 71)เมียนมาตั้งเป้าการส่งออกข้าวและข้าวหักมูลค่า 2,000 ล้านเหรียญ ในปี 70/71 หรือปริมาณส่งออก 4-5 ล้านตัน โดยต้องพัฒนาพื้นที่ปลูกข้าวเพิ่มเติมเพื่อส่งออก 5 ล้านเอเคอร์ หรือ 12.6 ล้านไร่ (ปัจจุบันพัฒนาพื้นที่ปลูกข้าวเพื่อส่งออกแล้ว 3 แสนเอเคอร์ หรือ 8 แสนไร่ ซึ่งต้องส่งเสริมเพิ่มเติมให้มากขึ้นต่อไป)
2. โอกาสและผลกระทบ
1) โอกาส
การส่งเสริมการส่งออกข้าวและสินค้าเกษตรของเมียนมา “เป็นทิศทางนโยบายและเป็นโอกาสที่ดี” ส่งผลดีต่อเมียนมา ทั้งเรื่องความมั่นคงทางเกษตรและอาหารในเมียนมา รวมทั้งการส่งออกของเมียนมาช่วยให้มีรายได้การส่งออก (Export Earning) นำเงินตราต่างประเทศจากการส่งออกเข้าสู่เมียนมามากขึ้น เป็นโอกาสให้จับคู่ Export Earning หรือ รายได้การส่งออกข้าวและสินค้าเกษตรส่งออกจากเมียนมา กับการขอ Import License นำเข้าสินค้าไทยสู่เมียนมาต่อไป
2) ผลกระทบ
การส่งออกข้าวและข้าวหักของเมียนมา “อาจเป็นคู่แข่งขัน” กับการส่งออกข้าวและข้าวหักของไทย
3. ความเห็นและแนวทาง
1) แนวทางคว้าโอกาส ขอให้ผู้ประกอบการไทยพิจารณาโอกาสธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น การทำธุรกิจเกษตรมูลค่าสูงและส่งออกจากเมียนมา การค้าผ่านแดนหรือส่งออกข้าวเมียนมา การให้บริการโลจิสติกส์รองรับการส่งออกหรือการค้าผ่านแดนข้าวเมียนมา การส่งออกเครื่องจักรกลอุปกรณ์การเกษตรและเทคโนโลยีจากไทย เพื่อส่งเสริมหรือยกระดับการเกษตร การปลูกข้าว สีข้าว การผลิตแปรรูปข้าวหรือสินค้าเกษตรจากเมียนมา รวมทั้งการจับคู่รายได้การส่งออกจากเมียนมา (Export Earning) กับการขอ Import License นำเข้าสินค้าไทยสู่ตลาดเมียนมา
2) แนวทางลดผลกระทบ เช่น การเป็นคู่แข่งขันกับการส่งออกข้าวและข้าวหักของไทย มีความเห็นว่าสามารถเปลี่ยนการแข่งขันเป็นพันธมิตรกัน โดย ไทย เมียนมา และผู้ผลิตข้าวในอาเซียน (ไทย เมียนมา เวียดนาม ลาว และกัมพูชา) สามารถสร้างเครือข่าย ความร่วมมือ แชร์ข้อมูล องค์ความรู้ หารือความร่วมมือ เพื่อยกระดับการเพาะปลูก การผลิตที่ยั่งยืนและสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งความร่วมมือการค้าและการส่งออกข้าวในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะช่วยยกระดับ ช่วยป้องกันและรับมือคู่แข่งการส่งข้าวในโลก เช่น อินเดีย ปากีสถาน เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ได้ร่วมมือกับสมาคมข้าวในประเทศผู้ผลิตข้าวในอาเซียน (ไทย เมียนมา เวียดนาม ลาว และกัมพูชา) ตามแนวทางดังกล่าวด้วยแล้ว
***********************************************
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง
ตุลาคม 2569
เอกสารแนบ

ข้อมูลการส่งออกข้าวเมียนมา





