

เครดิตภาพ: La Moncloa
ปัญหาที่อยู่อาศัยซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นในสเปนได้กลายเป็นประเด็นสำคัญทางการเมือง หลังมาตรการด้านที่อยู่อาศัยของรัฐบาลจำนวน 2 ฉบับไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ท่ามกลางกระแสการประท้วงของประชาชนในหลายพื้นที่ นาย Pedro Sánchez นายกรัฐมนตรีสเปน จึงประกาศยุบรัฐสภาและจัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิมประมาณ 9 เดือน
รัฐบาลเสนอ 2 มาตรการใหญ่ แต่ไม่ผ่านรัฐสภา
เพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันจากสังคม รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนดเร่งด่วนด้านที่อยู่อาศัย 2 ฉบับในปลายเดือนกันยายน ฉบับแรกมุ่ง คุ้มครองครัวเรือนเปราะบางจากการถูกขับไล่ เพิ่มจำนวนที่อยู่อาศัยในราคาที่เข้าถึงได้ และจำกัดการเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่อีกฉบับเน้น สร้างความมั่นคงให้แก่สัญญาเช่าที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะการต่ออายุสัญญาเช่าและการคุ้มครองผู้เช่า อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 รัฐสภาสเปนมีมติไม่รับรองมาตรการทั้ง 2 ฉบับ ส่งผลให้มาตรการดังกล่าวสิ้นผลบังคับใช้
พรรคหลักที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ (1) PSOE - Partido Socialista Obrero Español พรรคสังคมนิยมสายกลางซ้ายของนายกรัฐมนตรี Sánchez ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล (2) PP - Partido Popular เป็นพรรคฝ่ายค้านหลักสายกลางขวา (3) Vox เป็นพรรคฝ่ายขวาอนุรักษนิยมและชาตินิยม (4) Junts per Catalunya เป็นพรรคการเมืองกาตาลันที่สนับสนุนเอกราชของแคว้นกาตาลุญญา และมีบทบาทสำคัญในการต่อรองเสียงในรัฐสภาชุดที่ผ่านมา
ในการลงมติครั้งนี้ PP, Vox และ Junts ลงคะแนนคัดค้านมาตรการทั้งสองฉบับ ส่งผลให้รัฐบาลไม่สามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนได้เพียงพอ ขณะที่พระราชกำหนดฉบับที่สองยังถูกคัดค้านเพิ่มเติมจากพรรคการเมืองบางกลุ่ม เช่น PNV และ Coalición Canaria

เหตุใดการลงมติครั้งนี้จึงนำไปสู่การเลือกตั้งก่อนกำหนด
ความพ่ายแพ้ในรัฐสภาครั้งนี้ทำให้รัฐบาลไม่มีเสียงข้างมากที่มั่นคงเพียงพอสำหรับผลักดันนโยบายสำคัญ โดย นาย Sánchez ระบุว่า รัฐบาลยอมรับว่าไม่สามารถดำเนินการทุกเรื่องตามเป้าหมายได้ และยังมีปัญหาสำคัญที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำ บริการสาธารณะ และการเข้าถึงที่อยู่อาศัย พร้อมระบุว่าหากต้องการเดินหน้าการปฏิรูปต่อไป จำเป็นต้อง “ฟื้นฟูและขยายการสนับสนุนจากประชาชน” ผ่านการเลือกตั้งใหม่
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 นาย Sánchez จึงประกาศยุบรัฐสภาและกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปเป็นวันที่ 29 พฤศจิกายน 2569 โดยพระราชกฤษฎีกายุบสภาได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการใน BOE เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569
ตามรัฐธรรมนูญสเปน อำนาจเสนอให้ยุบสภาอยู่ภายใต้ มาตรา 115 โดยนายกรัฐมนตรีสามารถเสนอการยุบสภาภายหลังการหารือกับคณะรัฐมนตรี และพระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชกฤษฎีกายุบสภา พร้อมกำหนดวันเลือกตั้ง
สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ กำหนดช่วงหาเสียงอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 13–27 พฤศจิกายน 2569 ก่อนลงคะแนนในวันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2569
รัฐบาลเดินหน้ามาตรการที่อยู่อาศัยต่อ แม้ยุบสภาแล้ว
หลังประกาศยุบสภา รัฐบาลไม่ได้ยุติการดำเนินนโยบายด้านที่อยู่อาศัย โดยเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติพระราชกำหนดด้านที่อยู่อาศัยชุดใหม่ 2 ฉบับ รวม 21 มาตรการ ซึ่งยังคงสาระสำคัญจากมาตรการเดิมที่ถูกปฏิเสธ แต่มีการปรับเพิ่มเติมบางส่วน มาตรการใหม่ครอบคลุมหลายด้าน เช่น การคุ้มครองบุคคลเปราะบางจากการถูกขับไล่ การเพิ่มจำนวนที่อยู่อาศัยราคาที่เข้าถึงได้ การควบคุมการเก็งกำไร การสร้างเสถียรภาพให้กับสัญญาเช่า และการสนับสนุนผู้ที่ต้องการซื้อบ้านหลังแรก
หนึ่งในมาตรการสำคัญ คือ โครงการสินเชื่อภาครัฐวงเงินรวม 10,000 ล้านยูโร สำหรับผู้ซื้อบ้านหลังแรก โดยสามารถขอสินเชื่อได้สูงสุด 50,000 ยูโรโดยไม่คิดดอกเบี้ย เพื่อช่วยลดอุปสรรคเรื่องเงินดาวน์ นอกจากนี้ยังมีมาตรการสนับสนุนการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและการเพิ่มจำนวนที่อยู่อาศัยภาครัฐ อนึ่ง เนื่องจากรัฐสภาถูกยุบแล้ว มาตรการดังกล่าวจะต้องเข้าสู่การพิจารณาของ Diputación Permanente หรือคณะกรรมการถาวรของรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่แทนสภาในช่วงที่รัฐสภาถูกยุบจนกว่าจะมีการจัดตั้งรัฐสภาชุดใหม่ ตามมาตรา 78 ของรัฐธรรมนูญสเปน จึงทำให้ประเด็นที่อยู่อาศัยยังคงเป็นหัวข้อสำคัญต่อไปตลอดช่วงก่อนการเลือกตั้ง
หลังการเลือกตั้ง อะไรอาจเกิดขึ้นได้บ้าง
ผลการเลือกตั้งวันที่ 29 พฤศจิกายน 2569 อาจนำไปสู่สถานการณ์หลัก 3 รูปแบบ
ดังนั้น สิ่งสำคัญหลังการเลือกตั้งไม่ได้อยู่เพียงว่าพรรคใดได้รับคะแนนเสียงมากที่สุด แต่จะอยู่ที่ว่า รัฐบาลชุดใหม่สามารถสร้างเสียงข้างมากที่มีเสถียรภาพและเปลี่ยนข้อเสนอทางการเมืองให้เป็นนโยบายที่ดำเนินการได้จริงหรือไม่
ผลต่อเศรษฐกิจและภาคธุรกิจ
การเลือกตั้งก่อนกำหนดไม่ได้หมายความว่าสเปนจะเข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม ช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองอาจทำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนบางส่วนชะลอการตัดสินใจ เพื่อรอดูทิศทางของรัฐบาลชุดใหม่ นโยบายภาษี งบประมาณ และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน
สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายค่าเช่า การคุ้มครองผู้เช่า การก่อสร้างที่อยู่อาศัย และมาตรการต่อผู้ลงทุนรายใหญ่ จะเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน รัฐบาลชุดใหม่จะต้องรับมือกับโจทย์ที่ซับซ้อน คือ การเพิ่มจำนวนที่อยู่อาศัยโดยไม่ทำให้การลงทุนในตลาดหดตัว การคุ้มครองผู้เช่าควบคู่กับการสร้างความมั่นใจให้เจ้าของทรัพย์สิน และการลดแรงกดดันทางสังคมที่เกิดขึ้นจากราคาที่อยู่อาศัยในระดับสูง
การเลือกตั้งวันที่ 29 พฤศจิกายนจึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเมืองสเปนรอบใหม่ ขณะที่ทิศทางของนโยบายที่อยู่อาศัย ความสามารถในการจัดตั้งรัฐบาลที่มั่นคง และความร่วมมือระหว่างพรรคการเมืองจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของตลาดในระยะต่อไป
ข้อคิดเห็นของ สคต.
สถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองประกอบกับภัยพิบัติที่กำลังเกิดขึ้นในบางแคว้นของสเปนในขณะนี้ เป็นปัจจัยที่คาดว่าจะนำไปสู่การชะลอตัวของการบริโภคภายในประเทศระยะสั้น ส่งผลให้ผู้บริโภคเพิ่มความระมัดระวังในการจับจ่าย โดยเฉพาะการลงทุนหรือซื้อสินค้า “ชิ้นใหญ่” หรือสินค้า “ฟุ่มเฟือย” อันเนื่องมาจากความผันผวนของนโยบาย อีกทั้งยังอาจลุกลามไปถึงการส่งออกและนำเข้าสินค้าจากประเทศที่สาม ดังนั้น จึงเป็นช่วงจังหวะที่ผู้ประกอบการไทยควรระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยต้องประสานกับคู่ค้าอย่างใกล้ชิดเพื่อหาแนวทางป้องกันความเสี่ยง เนื่องจากการยุบสภาอาจกระทบต่อวงเงินสินเชื่อหรือต้นทุนด้านโลจิสติกส์ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ประกอบการควรติดตามพัฒนาการทางนโยบายอย่างใกล้ชิดเพื่อรับมือสถานการณ์และแน้วโน้มตลาดทั้งระยะสั้นและระยะยาว
อ้างอิงจาก: La Moncloa, Boletín Oficial del Estado (BOE), RTVE, และ El País.
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาดริด
ตุลาคม 2569