fb
อัตราเงินเฟ้อฟิลิปปินส์อาจปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งก่อนสิ้นปี

อัตราเงินเฟ้อฟิลิปปินส์อาจปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งก่อนสิ้นปี

โดย
kanthima
ลงเมื่อ 15 กันยายน 2569 15:36
สคต. ณ กรุงมะนิลา (ฟิลิปปินส์) (TTC, Manila (Philippines))
3

    Nomura Global Markets Research สถาบันวิจัยจากประเทศญี่ปุ่น เตือนว่าอัตราเงินเฟ้อฟิลิปปินส์มีแนวโน้มกลับปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปลายปี 2569 จากปัจจัยความเสี่ยงด้านสูง โดยเฉพาะการปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งของราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent oil) ซึ่งมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 95.4 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในเดือนกันยายน ซึ่งปรับตัวสูงกว่าสมมติฐานที่เคยประมาณการไว้อยู่ที่ 72 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ การประเมินดังกล่าวยังไม่รวมผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ หากทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงปลายปี ถึงแม้ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ซึ่งสนับสนุนมุมมองว่าอัตราเงินเฟ้อได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว แต่ปัจจัยความเสี่ยงด้านสูงที่เกิดขึ้นใหม่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่อัตราเงินเฟ้ออาจกลับมาเร่งตัวขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจนถึงไตรมาสที่ 4 จากผลกระทบของการส่งผ่านต้นทุนของราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ถึงแม้ว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือนสิงหาคมจะชะลอตัวลงเล็กน้อยอยู่ที่ร้อยละ 4.1 ลดลงจากร้อยละ 4.2 ในเดือนกรกฎาคม แต่ปัจจัยที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้จำกัดอยู่เฉพาะในหมวดบริการด้านนันทนาการและการศึกษาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม สินค้าและบริการอื่นที่อ่อนไหวต่อต้นทุนพลังงานยังคงมีราคาขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสินค้าประเภทของใช้ส่วนตัวและบริการอื่นๆ ซึ่งสอดคล้องกับข้อสังเกตว่า ผลกระทบจากการส่งผ่านต้นทุนยังคงอยู่ในระดับที่มีนัยสำคัญ นอกจากนี้ กลุ่มสินค้าหลัก (Core Basket) ปัจจัยจากราคาพลังงาน และราคาข้าวที่ปรับตัวสูงขึ้น ชี้ให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในระดับสูงและลดลงได้ยาก ถึงแม้ว่าอัตราเงินเฟ้อหมวดอาหารชะลอตัวลดลงอยู่ที่ร้อยละ 4.6 จากร้อยละ 5.2 ซึ่งเป็นผลมากจากการลดลงของราคาผักที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อของราคาข้าวกลับเพิ่มขึ้นอีกครั้งอยู่ที่ร้อยละ 19.4 จากร้อยละ 17.1 ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่ากังวลสำหรับผู้กำหนดนโยบาย เนื่องจากปัญหาสภาพอากาศที่แปรปรวนในช่วงที่ผ่านมาอาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อของราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้นอีกในระยะถัดไป ขณะเดียวกัน อัตราเงินเฟ้อในหมวดการขนส่งปรับตัวสูงขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 13.5 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 11.9 สอดคล้องกับการกลับมาปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันดิบ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง    
    Nomura คาดว่า ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (Bangko Sentral ng Pilipinas: BSP) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 จุดพื้นฐาน (basis points: bps) มาอยู่ที่ระดับร้อยละ 5.25 ในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนตุลาคม เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนสิงหาคมซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 6.1 เป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้ BSP ยังคงดำเนินวัฎจักรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดย BSP จะติดตามความเสี่ยงด้านเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญยังคงเป็นการนำอัตราเงินเฟ้อกลับเข้าสู่ระดับเป้าหมายภายในกรอบเวลาของนโยบายการเงิน ขณะเดียวกัน BSP ยังคงติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ล่าสุดในตะวันออกกลาง รวมถึงผลกระทบจากความแปรปรวนของสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด สำหรับการดำเนินนโยบายการเงินในระยะต่อไปจะพิจารณาจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ได้รับเพิ่มเติมและการประเมินความเสี่ยงต่อแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อเป็นสำคัญ ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ร้อยละ 5.2 สูงกว่าเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อทั้งปีของ BSP ที่ร้อยละ 3 และสูงกว่ากรอบความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้อยู่ที่บวกลบร้อยละ 1 อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนสิงหาคมชะลอตัวลงเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน อยู่ที่ร้อยละ 6.1 โดยแนวโน้มการชะลอตัวเริ่มขึ้นหลังจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงจากระดับสูงสุดที่ร้อยละ 7.2 ในเดือนเมษายน มาอยู่ที่ร้อยละ 6.8 ในเดือนพฤษภาคม และชะลอตัวลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ร้อยละ 6.4 ในเดือนมิถุนายน และร้อยละ 6.2 ในเดือนกรกฎาคม ตามลำดับ
    นาย Miguel Chanco หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Pantheon Macroeconomics จากสหราชอาณาจักร กล่าวว่า สถาบันวิจัยได้ปรับเพิ่มประมาณการอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยของฟิลิปปินส์ในปี 2569 อยู่ที่ร้อยละ 5.5 และปี 2570 อยู่ที่ร้อยละ 3.2 จากประมาณการเดิมอยู่ที่ร้อยละ 5.3 และร้อยละ 2.7 ตามลำดับ โดยการปรับประมาณการดังกล่าวคำนึงถึงแนวโน้มที่ราคาน้ำมันโลกที่คาดว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับสูงจนถึงสิ้นปีนี้ เนื่องจากสถานการณ์การปะทะระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่เกิดขึ้นเป็นระยะ แม้จะอยู่ในระดับไม่รุนแรง แต่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม Pantheon ยังคงประเมินว่า วัฏจักรการดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดของคณะกรรมการนโยบายการเงินได้สิ้นสุดลงแล้ว ถึงแม้ว่าการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อที่เกี่ยวกับราคาน้ำมันจะเกิดขึ้นล่าช้า ซึ่งอาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังคงอยู่ในระดับสูงกว่า
ร้อยละ 6 อย่างน้อยจนถึงเดือนพฤศจิกายน

ที่มา: Business Mirror
บทวิเคราะห์และข้อคิดเห็น
•    Nomura Global Markets Research และ Pantheon Macroeconomics ประเมินว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อของฟิลิปปินส์มีแนวโน้มกลับมาเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2569 ถึงแม้ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะชะลอตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 อยู่ที่ร้อยละ 6.1 ในเดือนสิงหาคม โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญจากราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูง ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ความเสี่ยงจากสภาพอากาศและปรากฏการณ์เอลนีโญ ตลอดจนราคาข้าวที่ยังปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้แรงกดดันด้านต้นทุนยังคงส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการ และอาจทำให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง โดย Nomura คาดว่า BSP จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 25 จุดพื้นฐาน สู่ระดับร้อยละ 5.25 ในเดือนตุลาคม ขณะที่ Pantheon ปรับเพิ่มประมาณการเงินเฟ้อเฉลี่ยของฟิลิปปินส์ในปี 2569 และ 2570 เป็นร้อยละ 5.5 และ 3.2 ตามลำดับ สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ยังเผชิญแรงกดดันจากทั้งด้านต้นทุนและกำลังซื้อ ซึ่งอาจทำให้ภาคธุรกิจมีต้นทุนการผลิต การขนส่ง และการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคมีแนวโน้มระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น สำหรับผู้ประกอบการไทย การส่งออกไปยังฟิลิปปินส์อาจได้รับผลกระทบด้านลบจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวและต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่จำเป็นหรือมีความอ่อนไหวต่อราคา อย่างไรก็ตาม ภาวะเงินเฟ้อและราคาสินค้าในประเทศที่อยู่ในระดับสูงอาจเป็นโอกาสสำหรับสินค้าไทยที่สามารถแข่งขันด้านราคา คุณภาพ และความคุ้มค่า รวมถึงสินค้าอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคที่ตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวัน ขณะที่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจช่วยชะลอเงินเฟ้อในระยะต่อไป แต่ในระยะสั้นจะเพิ่มต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจและอาจจำกัดการลงทุนและการบริโภค ส่วนผู้ประกอบการไทยที่นำเข้าสินค้าจากฟิลิปปินส์อาจเผชิญต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้นในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานและค่าขนส่ง ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรติดตามทิศทางราคาน้ำมัน นโยบายการเงินของ BSP และสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์ด้านราคา บริหารต้นทุนและสต็อกสินค้า และมุ่งเน้นสินค้าที่มีความจำเป็นหรือมีความคุ้มค่าสูง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดฟิลิปปินส์ในช่วงที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง 
-----------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา
กันยายน 2569
 

อัตราเงินเฟ้อฟิลิปปินส์อาจปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งก่อนสิ้นปี RV.pdf
Share :
Instagram