
ภาพรวมและมูลค่าตลาดน้ำมะพร้าวในสหรัฐฯ

ตลาดน้ำมะพร้าว (Coconut Water) ในสหรัฐอเมริกากำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีปัจจัยหนุนมาจากกระแสการดูแลสุขภาพและความต้องการเครื่องดื่มจากธรรมชาติของผู้บริโภค จากข้อมูลของ Grand View Research ตลาดน้ำมะพร้าวในสหรัฐฯ มีมูลค่าประมาณ 1.05 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2025 (ประมาณ 36,700 ล้านบาท) และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 3.80 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 133,000 ล้านบาท) ภายในปี
2033 หรือขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 17.7 ต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าหมวดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพสูงในตลาดสหรัฐฯ
1. ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของตลาดน้ำมะพร้าวสหรัฐฯ
มาจากความตระหนักด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภค รวมถึงความต้องการเครื่องดื่มจากธรรมชาติและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (Functional Drinks) ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยน้ำมะพร้าวได้รับความนิยมจากคุณสมบัติที่มีอิเล็กโทรไลต์ตามธรรมชาติและมีแคลอรีต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเลือกบริโภคเครื่องดื่มที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพของผู้บริโภคในสหรัฐฯ
ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของตลาดสะท้อนผ่านผลประกอบการของ The Vita Coco Company ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดน้ำมะพร้าวของสหรัฐฯ โดยบริษัทเปิดเผยผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2026 ว่ามียอดขายรวม 180 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 37 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดขายผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 42 ส่งผลให้บริษัทปรับเพิ่มประมาณการรายได้ตลอดปี 2026 ขึ้นอีกครั้ง สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการบริโภคน้ำมะพร้าวยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาดสหรัฐฯ
2. การส่งออกน้ำมะพร้าวจากไทยไปสหรัฐฯ
ข้อมูลจาก S&P Global พบว่า มูลค่าการส่งออกน้ำมะพร้าวจากไทยไปสหรัฐฯ ปี 2025 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 128 ภายในระยะเวลา 5 ปี โดยในปี 2025 มูลค่าการส่งออกขยายตัวร้อยละ 17.7 จากปี 2024 สะท้อนถึงความต้องการบริโภคน้ำมะพร้าวไทยในตลาดสหรัฐฯ ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ไทยยังเผชิญการแข่งขันจากประเทศผู้ส่งออกสำคัญในภูมิภาค อาทิ ฟิลิปปินส์และเวียดนาม ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์มะพร้าวรายสำคัญเช่นกัน ทำให้ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องพัฒนาคุณภาพสินค้า สร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ และรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์มะพร้าวที่สำคัญของโลก และมีผู้ประกอบการหลายรายที่ส่งออกน้ำมะพร้าวไปยังตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่ให้ความสำคัญกับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ การขยายตัวของตลาดน้ำมะพร้าวในสหรัฐฯ จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยในการเพิ่มการส่งออก ขยายช่องทางจำหน่าย และเข้าถึงผู้บริโภคในตลาดที่มีศักยภาพสูง
3. ช่องทางการจำหน่าย
น้ำมะพร้าวมีวางจำหน่ายอย่างแพร่หลายในร้านค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของสหรัฐฯ อาทิ Whole Foods Market, Sprouts Farmers Market, Kroger, Walmart, Costco และTarget รวมถึงช่องทางคอมเมิร์ซ อย่าง Amazon และ Weee ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้สะดวกมากขึ้น และสะท้อนถึงความนิยมของผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวที่เพิ่มขึ้นในตลาดสหรัฐฯ ทั้งนี้ ผู้ผลิตหลายรายยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น อาทิ สูตรไม่มีน้ำตาลและผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ


4. รูปแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging Formats) น้ำมะพร้าวที่จำหน่ายในสหรัฐฯ
4.1 แบบกล่องกระดาษพาสเจอร์ไรส์ (Tetra Pak / Cartons) เป็นรูปแบบที่พบได้มากที่สุดบนชั้นวาง (เช่น ขนาด 16.9 oz หรือขนาดไซส์ใหญ่ 1 ลิตร/33.8 oz) แบรนด์เจ้าตลาดอย่าง Vita Coco หรือแบรนด์ไทยอย่าง ชาวเกาะ (CHAOKOH) และ Thai Coco ก็นิยมใช้บรรจุภัณฑ์แบบนี้เพราะเก็บได้นานในตู้สินค้าทั่วไป
4.2 แบบขวดพลาสติกแช่เย็น (Premium Refrigerated Bottles) เป็นกลุ่มสินค้าระดับพรีเมียมที่ต้องวางขายในตู้แช่เย็นเท่านั้น เช่น แบรนด์ Harmless Harvest จุดเด่นคือใช้วิธีพาสเจอร์ไรส์ด้วยแรงดันสูง (HPP) ไม่ผ่านความร้อน ทำให้สารอาหารอยู่ครบ และมักจะเห็นน้ำมะพร้าวเปลี่ยนเป็นสีชมพูตามธรรมชาติ ซึ่งคนอเมริกันมองว่าเป็นเกรดพรีเมียมและสดใหม่ที่สุด
4.3 แบบกระป๋องอะลูมิเนียม (Aluminum Cans) วางขายทั่วไป มีทั้งแบรนด์เอเชียและอเมริกา (เช่น แบรนด์ C2O, Goya หรือแบรนด์นำเข้าจากไทยอย่าง Taste Nirvana) มักมาในขนาด 17.5 oz และกระป๋องสามารถนำไปรีไซเคิลได้ง่าย
5. แนวโน้มผลิตภัณฑ์ (Product Trends)
5.1 น้ำมะพร้าวแท้ 100% ไม่เติมน้ำตาล (Pure / Unsweetened) เป็นกลุ่มสินค้าที่มียอดขายดีที่สุดในตลาดสหรัฐฯ เนื่องจากตอบโจทย์กระแสคนรักสุขภาพและเครื่องดื่มจากธรรมชาติอย่างตรงจุด โดยบนบรรจุภัณฑ์มักจะระบุข้อความดึงดูดใจอย่างชัดเจน เช่น "100% Pure Coconut Water" หรือ "No Sugar Added"
5.2 น้ำมะพร้าวผสมเนื้อมะพร้าว (With Pulp / Coconut Pieces) เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการเครื่องดื่มที่มีเนื้อสัมผัสให้เคี้ยว มักนิยมบรรจุและวางจำหน่ายในรูปแบบกระป๋องอะลูมิเนียม ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Goya หรือ C2O
5.3 น้ำมะพร้าวแต่งกลิ่นและรสชาติผลไม้ (Flavored Coconut Water) เป็นนวัตกรรมที่ผู้ผลิตนำมาใช้เพื่อสร้างความแปลกใหม่ และขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่ชอบรสชาติของน้ำมะพร้าวบริสุทธิ์ โดยรสชาติที่ได้รับความนิยมและติดตลาดในสหรัฐฯ ได้แก่ รสสับปะรด (Pineapple), มะม่วง (Mango), พีช (Peach) รวมถึงสูตรแปลกใหม่อย่างการผสมกาแฟเอสเปรสโซ่ (Espresso)
5.4 แนวโน้มน้ำมะพร้าวแบบอัดก๊าซ (Sparkling Coconut Water) เทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงและน่าจับตาในสหรัฐฯ เหมาะสำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการทดแทนการดื่มน้ำอัดลมแบบเดิมๆ ด้วยเครื่องดื่มทางเลือกเพื่อสุขภาพ โดยตัวสินค้าจะให้ความรู้สึกซ่าคล้ายโซดาแต่ยังคงได้ความสดชื่นและคุณประโยชน์จากน้ำมะพร้าว
6. ราคาสินค้ากลุ่มมะพร้าวหรือน้ำมะพร้าวที่จำหน่ายในสหรัฐฯ
6.1 มะพร้าวน้ำหอมสด (Thai Young Coconut) ราคาประมาณ 13.99 - 21.99 เหรียญสหรัฐฯ ต่อลัง (บรรจุ 9 ลูก) หรือเฉลี่ยประมาณ 1.99 - 3.49 เหรียญสหรัฐฯ ต่อลูก
6.2 น้ำมะพร้าวแท้ 100% (แบบกล่อง/ขวด) ขนาด 1 ลิตร ราคาประมาณ 3.90 - 4.77 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกล่อง แบบแพ็ก (เช่น 16.9 fl oz แพ็ก 12 กล่อง) ราคาประมาณ 28.59 เหรียญสหรัฐฯ ต่อแพ็ก
แหล่งที่มา
1) Vita Coco Says Coconut Water Demand, Walmart Gains Are Fueling Raised Outlook จาก https://www.theglobeandmail.com/
2) U.S. Coconut Water Market Size & Outlook, 2026-2033 จาก Grandview research จาก Grandview research
3) Thailand Exports of Coconut Water to the United States, 2020-2025 จาก S&P Global Market Intelligence
------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก
สคต. นิวยอร์ก เดือนสิงหาคม 2569