fb
เดิมพัน 400 พันล้านดอลลาร์: AI กำลังเขียนอนาคตใหม่ให้อุตสาหกรรม IT อินเดีย

เดิมพัน 400 พันล้านดอลลาร์: AI กำลังเขียนอนาคตใหม่ให้อุตสาหกรรม IT อินเดีย

โดย
Chalotorn
ลงเมื่อ 12 มีนาคม 2569 17:30
สคต. ณ เมืองมุมไบ (อินเดีย) (TTC, Mumbai (India))
4

        การประชุม AI-India Impact Summit จัดขึ้นระหว่าง 16 -21 กุมภาพันธ์ 2569  ณ กรุงนิวเดลี นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ได้เน้นย้ำในการกล่าวปาฐกถาพิเศษไว้ว่า ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มิได้เข้ามาแทนที่ภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ของอินเดีย หากแต่กำลังทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลให้มูลค่าภาค IT ของอินเดียขยายตัวแตะระดับ 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวนับเป็นเวทีระดับโลกด้าน AI ครั้งสำคัญที่จัดขึ้นในภูมิภาค Global South เป็นครั้งแรกในลักษณะของการรวมตัวในระดับนานาชาติขนาดใหญ่

Ai n India 2026-1.jpg

          นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงผลกระทบที่เพิ่มขึ้นของ AI ต่ออุตสาหกรรม IT ของอินเดีย ตลอดจนแนวทางเชิงนโยบายของรัฐบาลในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคส่วนดังกล่าว โดยระบุว่า ภาค IT ของอินเดียถือเป็น เสาหลักของการส่งออกภาคบริการ และเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ขณะเดียวกัน AI กำลังนำมาซึ่งทั้งโอกาสและความท้าทาย โดยจากการคาดการณ์ตลาด AI ชี้ว่า ภาค IT ของอินเดียมีศักยภาพขยายตัว โดยได้รับแรงสนับสนุนจากคลื่นลูกใหม่ของ AI-enabled outsourcing และการประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติที่เฉพาะเจาะจงตามสาขาธุรกิจ AI ควรถูกมองในฐานะ เครื่องมือเสริมศักยภาพ (enabler) มากกว่าปัจจัยก่อให้เกิดการหยุดชะงัก (disruptor) แม้ว่าเครื่องมือ AI แบบอเนกประสงค์จะได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลาย แต่การประยุกต์ใช้ AI ในระดับองค์กร (enterprise-grade AI) ยังคงกระจุกตัวอยู่ในบางอุตสาหกรรมเฉพาะ และบริษัท IT รายใหญ่ยังคงมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาทางธุรกิจที่มีความซับซ้อน
              ในด้านนโยบายภาครัฐ นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลอินเดียได้ดำเนินยุทธศาสตร์แบบบูรณาการภายใต้โครงการ “IndiaAI Mission” เพื่อพัฒนาระบบนิเวศ AI ภายในประเทศให้มีความเข้มแข็ง โดยรัฐบาลได้บรรลุเป้าหมายการจัดหาหน่วยประมวลผลกราฟิก( Graphics Processing Unit: GPU) เกินกว่าที่กำหนดไว้ในระยะแรก และยังมีความมุ่งมั่นที่จะขยายการลงทุนเพิ่มเติม เพื่อให้ภาคสตาร์ตอัปและภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับโลกได้ในต้นทุนที่เหมาะสม
              นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้จัดตั้ง ศูนย์ความเป็นเลิศ (Centres of Excellence) จำนวน 4 แห่งในสาขา สาธารณสุข การเกษตร การศึกษา และเมืองยั่งยืน ควบคู่กับ ศูนย์ความเป็นเลิศระดับชาติด้านการพัฒนาทักษะ (National Centres of Excellence for Skilling) อีก 5 แห่ง เพื่อยกระดับทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม AI ในอนาคต รัฐบาลมีเป้าหมายให้ภาค IT ของอินเดียก้าวขึ้นเป็นผู้นำ ไม่เพียงในด้านการให้บริการเท่านั้น แต่รวมถึงการพัฒนา “ผลิตภัณฑ์ แพลตฟอร์ม และโซลูชัน AI”ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งความต้องการของอินเดียและตลาดโลก ในด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล อินเดียมีแผนเพิ่มจำนวนหน่วยประมวลผลภาพกราฟิก (GPU) อีกประมาณ 20,000 หน่วย ซึ่งจะทำให้จำนวนรวมเกิน 38,000 หน่วย เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้าน AI compute infrastructure ของประเทศ ภายใต้โครงการ IndiaAI Mission หน่วย GPU ระดับสูงเหล่านี้เปิดให้ใช้งานในอัตราประมาณ 65 รูปีต่อชั่วโมง ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดโลกเกือบสามเท่า
             สำหรับระยะต่อไปของยุทธศาสตร์ AI ของอินเดีย รัฐบาลจะมุ่งเน้นไปที่ การออกแบบ การวิจัย และการพัฒนา (Design, Research and Development) เพื่อสร้างโซลูชันที่ตอบสนองต่อบริบทและความต้องการเฉพาะของประเทศ ทั้งนี้ การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI มีแนวโน้มสูงกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ 
ข้อมูลเพิ่มเติม 
           1.    อินเดียกำลังก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ของการพัฒนาดิจิทัล โดยแนวคิด “Green Algorithm” ได้รับความสนใจมากขึ้น เป็นการมุ่งพัฒนา AI ให้คำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การลดผลกระทบด้านคาร์บอน และเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า ทั้งนี้ คาดว่าภายในปี 2030 การใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ในอินเดียจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 13 เทราวัตต์ชั่วโมง (TWh) ในปัจจุบัน เป็นประมาณ 57 TWh หรือคิดเป็นประมาณ 2.6% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ สาเหตุสำคัญมาจากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Hyperscale Data Centers) และระบบ AI ที่ใช้พลังงานสูง
            2.    เพื่อตอบสนองต่อความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น อินเดียกำลังพัฒนา ศูนย์ข้อมูลยุคใหม่ที่เน้นแนวทาง “Power-first, Renewables-first” ในหลายรัฐ เช่น มหาราษฏระ เตลังคานา กรณาฏกะ ทมิฬนาฑู อุตตรประเทศ และคุชราต ซึ่งได้ออกมาตรการจูงใจการลงทุน พร้อมสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียน นอกจากนี้ ภาคธุรกิจยังนำเทคโนโลยีจัดการพลังงานมาใช้มากขึ้น เช่น สัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดระยะยาว ระบบพลังงานผสมแสงอาทิตย์-ลม และเทคโนโลยีระบายความร้อนขั้นสูง 
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและความท้าทาย
          1.    ความต้องการชิ้นส่วนเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น: การขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของอินเดีย รวมถึงการเพิ่มจำนวนหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) และศูนย์ข้อมูล (Data Centers) จำนวนมาก จะส่งผลให้ความต้องการ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ อุปกรณ์ระบบระบายความร้อน และฮาร์ดแวร์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพิ่มสูงขึ้น ผู้ส่งออกไทยที่มีศักยภาพในอุตสาหกรรมการผลิตอิเล็กทรอนิกส์จึงอาจได้รับโอกาสในการขยายตลาด โดยการจัดหาชิ้นส่วนและอุปกรณ์ให้แก่บริษัทเทคโนโลยีของอินเดีย
          2.    โอกาสด้านอุปกรณ์และธุรกิจบริการด้านพลังงานหมุนเวียน: เนื่องจากการขยายตัวของเทคโนโลยี AI ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าปริมาณมาก อินเดียจึงเร่งพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ประเทศไทยสามารถใช้โอกาสดังกล่าวในการส่งออก อุปกรณ์พลังงานหมุนเวียน ชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบริการด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี 
           3.    ความเป็นไปได้ของนโยบายกีดกันทางการค้า (Protectionist Policies) อินเดียอาจดำเนินนโยบายเพื่อส่งเสริม การผลิตภายในประเทศ (local manufacturing) ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาทิ ฮาร์ดแวร์ AI อุปกรณ์สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Centre Equipment) และแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ ซึ่งมาตรการดังกล่าวอาจส่งผลให้ การเข้าถึงตลาดของผู้ประกอบการต่างชาติถูกจำกัดมากขึ้น
ข้อคิดเห็น 
           ปัจจุบัน อินเดียยืนอยู่บนจุดตัดของเมกะเทรนด์ที่กำหนดยุคสมัย กล่าวคือ 1) การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ 2) การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานครั้งประวัติศาสตร์ในรอบศตวรรษ เพื่อคว้าโอกาสเหล่านี้ อินเดียจำเป็นต้องบูรณาการนวัตกรรม AI เข้ากับการวางแผนพลังงานสะอาด โดยมอง "อัลกอริทึมสีเขียว" เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักที่ครอบคลุมประสิทธิภาพโมเดล การเลือกฮาร์ดแวร์ และการตั้งจุดศูนย์ข้อมูล สำหรับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ได้แก่ วงจรรวมอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงอุปกรณ์ประมวลผลข้อมูลและอุปกรณ์เครือข่าย (HS Code 854231, 8541, 8471 และ 851762) ในปี 2568 อินเดียนำเข้าจากทั่วโลกมีมูลค่ารวมประมาณ 39.05 พันล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 11.01% จากปีก่อนหน้า สะท้อนการเติบโตของการลงทุนด้าน Data Center, Cloud Infrastructure และ AI Computing อย่างต่อเนื่อง โดยประเทศผู้ส่งออกหลัก ได้แก่ จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน และสหรัฐฯ ขณะที่ ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 11 มีมูลค่าส่งออกไปอินเดีย 752.68 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 12.33% จากปี 2567 และมีส่วนแบ่งตลาด 1.93% แม้สัดส่วนยังไม่สูง แต่การเติบโตที่ต่อเนื่องสะท้อนศักยภาพของไทยในฐานะฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์สำคัญของภูมิภาค โดยเฉพาะสินค้าในห่วงโซ่อุปทาน เซมิคอนดักเตอร์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์สำหรับศูนย์ข้อมูล ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีแนวโน้มขยายตัวตามการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ของอินเดียในระยะต่อไป นอกจากนี้ บริษัทไทยจำเป็นต้องพัฒนา ศักยภาพด้านดิจิทัล เทคโนโลยี AI และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระบบนิเวศเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งติดตาม ยุทธศาสตร์ AI ของอินเดีย นโยบายส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ และกรอบกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทั้งโอกาสและความเสี่ยงในการขยายธุรกิจในอนาคต

ที่มา:  1.https://ddnews.gov.in/en/ai-transforming-indias-it-sector-could-reach-400-billion-by-2030-pm-modi/  
2.https://etedge-insights.com/industry/energy/ai-growth-needs-power-india-is-planning-for-both/
 

19410-99 สรุปข่าวเด่นรายสัปดาห์ สคต.มุุมไบ ประจำวันที่ 9-13 มี.ค.69-2.pdf
Share :
Instagram