fb
ผลิตภัณฑ์จากสิ่งทอถูกเพิ่มเข้ารายการสินค้าควบคุมภายใต้กฎหมายควบคุมมลพิษของชิลี

ผลิตภัณฑ์จากสิ่งทอถูกเพิ่มเข้ารายการสินค้าควบคุมภายใต้กฎหมายควบคุมมลพิษของชิลี

โดย
Ratanaporn
ลงเมื่อ 19 สิงหาคม 2568 11:00
สคต. ณ กรุงซันติอาโก (ชิลี) (TTC, Santiago (Chile))
43

กระทรวงสิ่งแวดล้อมของชิลีเผยข้อมูลว่าในแต่ละปีชาวชิลีมีการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสิ่งทอถึง 32 กิโลกรัมต่อคน โดยพบว่าปริมาณขยะสิ่งทอทั่วประเทศมีมากกว่า 572,000 ตันต่อปี หรือคิดเป็นสัดส่วนเทียบเท่าร้อยละ ของปริมาณขยะมูลฝอยในเขตเมือง[1] ด้วยเหตุนี้รัฐบาลชิลีจึงประกาศเพิ่มผลิตภัณฑ์จากสิ่งทอเข้าไปในรายการสินค้าควบคุมภายใต้กฏหมายมาตราที่ 20.920 หรือ กฎหมายขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Responsabilidad Extendida del ProductorREP) เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีอัตราการบริโภคสูง เกิดของเสียจำนวนมาก เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ซึ่งครอบคลุมทั้งการผลิตสินค้าภายในประเทศ และสินค้านำเข้าจากต่างประเทศเพื่อจำหน่ายภายในประเทศด้วย โดยผู้ผลิต/ผู้นำเข้าสินค้าควบคุมทั้ง 7 ประเภท ได้แก่ น้ำมันหล่อลื่น แบตเตอรี่ ยางรถยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่รถยนต์ บรรจุภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์สิ่งทอ มีหน้าที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการของเสียที่เกิดจากการผลิต/ขายสินค้าของตนภายในประเทศ อาทิ การเก็บรวบรวมและจำแนกขยะผ่านระบบ Collective Management System (CMS)[2] ซึ่งเป็นระบบคัดแยกของเสียแบบพิเศษที่ต้องจ่ายค่าสมาชิกเพื่อใช้บริการ การลงทะเบียนและขออนุญาติผลิต/นำเข้า/จำหน่ายสินค้า รายงานแหล่งที่มาและกระบวนการผลิต รายงานปริมาณการนำเข้า การควบคุมการปล่อยมลพิษ การบำบัดและกำจัดของเสียอันตราย โดยมีกระทรวงสิ่งแวดล้อมรับหน้าที่ในการกำหนดเกณฑ์และเป้าหมาย เพื่อควบคุมและลดปริมาณของเสียจากสินค้าแต่ละประเภท ส่งเสริมการใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) โดยผู้ประกอบการชิลีจะต้องบรรลุเป้าหมายการจัดเก็บ/จัดการ และรายงานผลการดำเนินการต่อกรมควบคุมมลพิษ[3] กระทรวงสิ่งแวดล้อมเป็นประจำทุกปี

ทั้งนี้ นาง Maisa Rojas รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมของชิลีได้กล่าวถึงการเพิ่มผลิตภัณฑ์จากสิ่งทอเข้าไว้ในรายการสินค้าควบคุมภายใต้กฏหมายควบคุมมลพิษของชิลีว่าถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับชิลีในการแก้ไขปัญหาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากรูปแบบการบริโภคแบบเส้นตรงของอุตสาหกรรมแฟชั่นแบบ ใช้แล้วทิ้งซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์เศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศและพันธกรณีที่ชิลีได้ให้ไว้ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC)[1] 

บทวิเคราะห์ / ความเห็นของ สคต. ณ กรุงซันติอาโก

ภาคสิ่งทอมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม การค้า การพัฒนา และการจ้างงาน   ด้วยการเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ค้า และผู้บริโภคทั่วโลกจึงทำให้ภาคส่วนนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดี จากรายงานของ European Environment Agency และ มูลนิธิ Ellen macArther เผยว่าอุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษมากที่สุดในโลก ตั้งแต่การเพาะปลูก การย้อม และการผลิต ต้องใช้สารเคมีมากกว่า 1,900 ชนิด มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่าร้อยละ 10[2] ของโลก หรือมากกว่าปริมาณเที่ยวบินและการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศรวมกัน[3] และเป็นสาเหตุของมลพิษและไมโครพลาสติกในมหาสมุทรกว่าร้อยละ 9 ของปริมาณขยะในทะเลทั้งหมด นอกจากนี้ ยังใช้ทรัพยากรน้ำในปริมาณมหาศาล เช่น ในการผลิตเสื้อยืดผ้าฝ้าย 1 ตัวต้องใช้น้ำปริมาณกว่า 2,700 ลิตร[4] ซึ่งเพียงพอสำหรับใช้เป็นน้ำดื่มของคนคนหนึ่งเป็นเวลา 2.5 ปี ประกอบกับกระแส Fast Fashion ในปัจจุบันทำให้สินค้าเสื้อผ้าโดยเฉลี่ยจะถูกสวมใส่เพียงประมาณ 12 ครั้งก่อนจะถูกทิ้ง ซึ่งมีวัสดุไม่ถึงร้อยละ 1 เท่านั้นที่ถูกนำกลับไปใช้ใหม่และใช้ในการผลิตเสื้อผ้าใหม่

              ปัจจุบันผลิตภัณฑ์จากสิ่งทอที่จำหน่ายในประเทศชิลีกว่าร้อยละ 92 นำเข้ามาจากต่างประเทศ[5] โดยในปี 2567 มีมูลค่าการนำเข้าจากทั่วโลกรวมกว่า 2,655 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ทั้งนี้ หากพิจารณาข้อมูลล่าสุดระหว่างเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 พบว่าชิลีนำเข้าผลิตภัณฑ์จากสิ่งทอรวมมูลค่ากว่า 1,510 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 19.6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า[6] สอดคล้องกับความต้องการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสิ่งทอในตลาดชิลีที่เพิ่มขึ้นสะท้อนจากดัชนียอดขายปลีกของสินค้าในกลุ่มดังกล่าวจากธนาคารกลางชิลีระหว่างเดือนมกราคม 2567 - เดือนมิถุนายน 2568 ที่อยู่ในแดนบวกมากว่า 5 ไตรมาสติดต่อกัน[7]

              กฎหมายควบคุมมลพิษฉบับนี้ระบุให้ผู้ผลิต/ผู้นำเข้าสินค้าของชิลี มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องปฎิบัติตาม โดยผู้ประกอบการชิลีจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการบริหารจัดการของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้า เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าไม่ว่าจะมาจากแหล่งใดจะต้องอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมเดียวกัน โดยจะต้องบรรลุเป้าหมาย (โควต้า) การจัดเก็บ/จัดการ และรายงานผลการดำเนินงานต่อกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงสิ่งแวดล้อมเป็นประจำทุกปี จากค่าใช้จ่ายและขั้นตอนในการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อต้นทุนในการดำเนินงานของผู้ประกอบการชาวชิลีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สคต.ฯ คาดว่าจากการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ในการกำหนดราคาและส่งผลกระทบต่อปริมาณการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากสิ่งทอของชิลีที่อาจลดลงได้ในอนาคต ซึ่งท้ายที่สุดแล้วภาระจะตกอยู่ที่ผู้บริโภคที่ต้องจ่ายราคาสินค้าแพงขึ้น

              ผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย ในปี 2567 ที่ผ่านมา ชิลีนำเข้าสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์จากสิ่งทอจากไทย ได้แก่ (1) เส้นใยสังเคราะห์ (พิกัดศุลกากรที่ 55) (2) เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย (พิกัดศุลกากรที่ 61) (3) ของที่ใช้ประกอบเครื่องแต่งกาย (พิกัดศุลกากรที่ 62) และ (4) ของที่ทำด้วยสิ่งทอ (พิกัดศุลกากรที่ 63) รวมมูลค่า 9.1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ถึงแม้ว่ากฎหมายฉบับนี้จะไม่ได้บังคับใช้กับผู้ประกอบการในประเทศไทยโดยตรง แต่กฏหมายนี้ได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางธุรกิจของผลิตภัณฑ์จากสิ่งทอในชิลี ความรับผิดชอบพื้นฐานและต้นทุนใหม่สำหรับการจัดการของเสียที่เพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์จากสิ่งทอของไทยที่ส่งออกมายังชิลีจำเป็นต้องรับทราบถึงกฏระเบียบและขั้นตอนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น โดยทำงานร่วมกับผู้นำเข้า เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกระบวนการผลิตและวัสดุที่ใช้ในผลิตภัณฑ์/บรรจุภัณฑ์ และเพื่อช่วยในการบริหารจัดการและรายงานของเสียของผู้นำเข้า

              สคต.ฯ เห็นว่าผู้ประกอบการไทยควรพิจารณาการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้วัสดุสังเคราะห์ และหันมาใช้วัสดุจากธรรมชาติที่สามารถย่อยสลายหรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ผู้ประกอบการไทยที่สามารถแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืนและจัดหาผลิตภัณฑ์หรือวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ง่ายอาจมีความได้เปรียบในการแข่งขัน รวมถึงเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญในการตัดสินใจของผู้ประกอบการชิลีในการเลือกซัพพลายเออร์หรือผู้ผลิตสินค้า นอกจากนี้ สคต.ฯ เห็นว่ากฎหมายควบคุมมลพิษฉบับนี้ มีจุดประสงค์หลักเพื่อบริหารจัดการของเสีย ควบคุมมลพิษและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติต้องอาศัยความร่วมมือกันของทุกฝ่าย ไม่ใช่แต่เพียงผู้ผลิต/จำหน่าย เพราะเมื่อสินค้าสิ้นอายุการใช้งาน ความร่วมมือจากฝ่ายผู้บริโภค การสร้างจิตสำนึกสาธารณะให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรวมถึงการบริโภคสินค้าอย่างรู้คุณค่า คือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้กฎหมายดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

_______________________________

   

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงซันติอาโก

สิงหาคม 2568

 


 


[1] https://unfccc.int/node/61037

[2] https://economiacircular.mma.gob.cl/wp-content/uploads/2023/11/Spanish-Executive-Summary-UNEP-Sustainability-and-Circularity-in-the-Textile-Value-Chain-A-Global-Roadmap.pdf

[3] https://www.gob.cl/en/news/textile-products-will-be-prioritized-under-recycling-law/

[4] https://economiacircular.mma.gob.cl/textiles/estrategia/

[5] https://www.gob.cl/en/news/textile-products-will-be-prioritized-under-recycling-law/

[6] https://connect.spglobal.com/gta/standard-reports/

[7] https://si3.bcentral.cl/Siete/en/Siete/Cuadro/CAP_IND_SEC/MN_IND_SEC20/IS_COM1/IS51?cbFechaInicio=2018&cbFechaTermino=2025&cbFrecuencia=MONTHLY&cbCalculo=YTYPCT&cbFechaBase=


 


[1] https://www.gob.cl/en/news/textile-products-will-be-prioritized-under-recycling-law/

[2] https://www.diariosustentable.com/2024/05/los-gransic-irrumpen-en-chile-como-una-alternativa-de-responsabilidad-compartida-en-el-reciclaje-en-un-pais-que-busca-ser-mas-sostenible/

[3] https://portalvu.mma.gob.cl/

ผลิตภัณฑ์จากสิ่งทอถูกปรับเข้ารายการสินค้าควบคุมภายใต้กฎหมายควบคุมมลพิษของชิลี REV.pdf
Share :
Instagram