fb
ดีไซเนอร์ไทยแสดงศักยภาพบนเวที Vienna Fashion Week 2026  สคต. กรุงเวียนนา เดินหน้าส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยสู่ตลาดยุโรป ต่อยอดโอกาสทางการค้าอย่างยั่งยืน

ดีไซเนอร์ไทยแสดงศักยภาพบนเวที Vienna Fashion Week 2026 สคต. กรุงเวียนนา เดินหน้าส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยสู่ตลาดยุโรป ต่อยอดโอกาสทางการค้าอย่างยั่งยืน

โดย
Nonglak
ลงเมื่อ 28 ตุลาคม 2569 06:00
สคต. ณ กรุงเวียนนา (ออสเตรีย) (TTC, Vienna (Austria))
1

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเวียนนา (สคต.) ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา ดำเนินโครงการส่งเสริมภาพลักษณ์การออกแบบแฟชั่นไทย ผ่านการนำเสนอผลงานออกแบบแฟชั่นเครื่องแต่งกายในงาน Vienna Fashion Week 2026 ซึ่งนับเป็นการสานต่อภารกิจอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 17

สคต.ณ กรุงเวียนนา ได้ร่วมกับผู้จัดงาน Ms. Zigi Mueller-Matyas คัดเลือก 3 แบรนด์แฟชั่นไทย ได้แก่ Frank Weeneggsinn ROSE MARS และ NICHp เข้าร่วมแสดงผลงานในรอบเปิดงาน (Opening Show) เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 และเข้าร่วมแฟชั่นโชว์นำเสนอผลงานของทั้ง 3 แบรนด์ เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 เพื่อเผยแพร่ศักยภาพอันโดดเด่นทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมสิ่งทอ การประยุกต์ใช้ภูมิปัญญางานหัตถศิลป์ และแนวทางการออกแบบที่คำนึงถึงความยั่งยืน สู่สายตาผู้ชมและผู้ประกอบการในยุโรป

การนำเสนอผลงานในปีนี้มุ่งเน้นการพัฒนาแฟชั่นไทยที่ผสานอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเข้ากับนวัตกรรมวัสดุและแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม โดยแต่ละแบรนด์มีจุดเด่นและแนวทางการออกแบบที่แตกต่างกัน ดังนี้ งานเริ่มเปิดรันเวย์ด้วยแบรนด์ Frank Weeneggsinn โดยนักออกแบบ วิเนกข์สินธุ์ แก้วผ่องศรี มาพร้อมกับคอลเลกชัน "The Lost Piece" ซึ่งมีหัวใจสำคัญคือการชุบชีวิตความงดงามของงานหัตถศิลป์ที่เลือนหายไปให้กลับมาต่อยอดในบริบทของแฟชั่นร่วมสมัย แบรนด์ได้สร้างสรรค์พื้นผิวผ้าให้มีมิติผ่านเทคนิคการจับจีบและเย็บรูดด้วยมือ (Canadian Smocking) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาดั้งเดิมอย่างหมอนฟักทองของไทยและเครื่องแต่งกายบุรุษสมัยวิกตอเรีย ก่อนนำมาประยุกต์เข้ากับรูปทรงเสื้อผ้าร่วมสมัย เพื่อถ่ายทอดเรื่องราว ความทรงจำ และอารมณ์ความรู้สึก ภายใต้ปรัชญาที่ว่า "งานคราฟต์ควรมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงอดีต" (Modernized Handicraft for Contemporary Life) นอกจากนี้ แบรนด์ยังตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืน ด้วยการนำนวัตกรรมเส้นด้ายจากขวดพลาสติกรีไซเคิลมาทอผสมผสานกับเส้นใยฝ้ายธรรมชาติ จนเกิดเป็นสิ่งทอที่สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

Doc2_page-0001.jpg
คอลเลกชัน The Lost Piece โดยแบรนด์ Frank Weeneggsin (Cr. Stefan J. Wolf)

 

ลำดับถัดมาคือแบรนด์ NICHp โดยนักออกแบบ ณิชา ประสานเกลียว เข้าร่วมแสดงผลงานบนเวทีนี้เป็นครั้งแรก โดยถ่ายทอดวิสัยทัศน์แฟชั่นไทยร่วมสมัยผ่านสุนทรียภาพอันเรียบหรูและคลาสสิกเหนือกาลเวลา สำหรับคอลเลกชันล่าสุด "The Shape of Renewal" ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามและพลิ้วไหวของโลกใต้ทะเล โดดเด่นด้วยการนำวัสดุพลาสติกใช้แล้วมารีไซเคิลและแปรรูปเป็นแผ่นพลาสติก ก่อนนำมาตัดและประกอบขึ้นเป็นผลงานเครื่องแต่งกายที่สะท้อนรูปทรงของดอกไม้ทะเลและการเคลื่อนไหวใต้น้ำอย่างมีศิลปะ ผลงานชุดนี้ได้ผสานเข้ากับเทคนิคการตัดเย็บชั้นสูงเพื่อรังสรรค์โครงสร้างเสื้อผ้าที่ประณีตและทรงคุณค่า ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่าความหรูหราสง่างามและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสามารถบูรณาการร่วมกันได้อย่างลงตัว

 

Doc3_page-0001.jpg
คอลเลกชัน The Shape of Renewal โดยแบรนด์ NICHp (Cr. Stefan J. Wolf)

 

แบรนด์ Rose Mars โดยสองนักออกแบบ เจริญศักดิ์ เรืองศรี และ มารยาท ศักดิ์ศิริ ปิดท้ายโชว์ด้วยคอลเลกชัน "Mars's Moon" ที่ได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงอสมมาตรของดวงจันทร์บริวารดาวอังคาร นำมาตีความผ่านแนวคิด “สุนทรียภาพของความไม่สมบูรณ์แบบ (Beauty of imperfection)” ผลงานชุดนี้ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย โดยเลือกใช้ผ้าเดนิมมายกระดับสู่ความหรูหราแบบร่วมสมัย (Modern Luxury) โดดเด่นด้วยการตัดเย็บซิลูเอตต์ที่สะดุดตาและการสร้างพื้นผิวสัมผัสบนผืนผ้าที่แปลกใหม่ นอกจากนี้ แบรนด์ยังสะท้อนจุดยืนด้านการออกแบบอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเศษผ้าที่เหลือจากกระบวนการผลิตมาปะติดปะต่อเป็นลวดลายใหม่ เพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ และมุ่งสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายที่ใส่ได้นาน ทรงคุณค่า ตลอดจนสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับผู้สวมใส่ในระยะยาว

 

Doc4_page-0001.jpg
คอลเลกชัน Mars's Moon โดยแบรนด์ Rose Mars (Cr. Stefan J. Wolf)

 

นอกเหนือจากการเผยแพร่ผลงานผ่านแฟชั่นโชว์แล้ว สคต. ณ กรุงเวียนนา ยังดำเนินกิจกรรมส่งเสริมโอกาสทางการค้าอย่างต่อเนื่อง โดยจัดกิจกรรม Pop-up Store ระหว่างวันที่ 16–19 กันยายน 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้ง 3 แบรนด์แฟชั่นไทยได้พบปะและเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อ ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมแฟชั่นจากออสเตรียและประเทศต่าง ๆ ในยุโรป อันเป็นช่องทางในการขยายเครือข่ายทางธุรกิจและสร้างโอกาสในการนำสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ

ในด้านผลลัพธ์เชิงพาณิชย์ ร้าน Amizzi ซึ่งเป็นร้านบูติกแฟชั่นแบบมัลติแบรนด์ระดับพรีเมียมในกรุงเวียนนา ได้เจรจาธุรกิจและนำคอลเลกชันของแบรนด์ Frank Weeneggsinn เข้าวางจำหน่ายแล้ว พร้อมมีแผนพิจารณานำสินค้าแฟชั่นจากแบรนด์ไทยรายอื่นเข้าสู่ตลาดออสเตรียเพิ่มเติม นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงนักออกแบบไทยกับช่องทางจำหน่ายสินค้าแฟชั่นในตลาดยุโรป นอกจากนี้ การเข้าร่วมชมแฟชั่นโชว์และการเผยแพร่เนื้อหาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของผู้แทนสายการบิน EVA Air ยังเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการขยายการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์แฟชั่นไทยสู่กลุ่มผู้ชมในระดับนานาชาติ

 

1.jpg
นางสาวภัทรัตน์ หงษ์ทอง เอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา และนางสาวจุฬาลักษณ์ เข็มทอง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเวียนนา และ Ms. Zigi Mueller-Matyas ผู้อำนวยการจัดงาน ให้การสนับสนุนและผลักดันศักยภาพนักออกแบบไทยในการนำเสนอผลงานสร้างสรรค์สู่งานแฟชั่นระดับสากล Vienna Fashion Week 2026

 

ในมิติด้านการศึกษาและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สคต. ณ กรุงเวียนนา ได้สานต่อความร่วมมือกับ Modeschule Hetzendorf สถาบันการศึกษาด้านแฟชั่นและการออกแบบของออสเตรีย โดยจัดกิจกรรมร่วมกัน 2 ครั้ง ภายใต้การต้อนรับจากอาจารย์ Yella Hassel และคณะนักศึกษา กิจกรรมประกอบด้วยการบรรยายโดยคณะนักออกแบบไทย เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านแฟชั่นยั่งยืนและภูมิปัญญางานหัตถกรรมไทย ตลอดจนการจัด Workshop ซึ่งแบรนด์ Frank Weeneggsinn ได้สาธิตเทคนิคการจับจีบและเย็บรูดด้วยมือ (Canadian Smocking) ให้นักศึกษาได้เรียนรู้กระบวนการและรายละเอียดของงานฝีมืออย่างใกล้ชิด

ความร่วมมือดังกล่าวช่วยเปิดพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการออกแบบระหว่างนักออกแบบไทยและสถาบันการศึกษาของออสเตรีย พร้อมส่งเสริมความเข้าใจในมิติทางวัฒนธรรมและแนวทางการพัฒนาแฟชั่นอย่างยั่งยืน อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสองประเทศในระยะยาว

 

Doc5_page-0001.jpg
ภาพบรรยากาศกิจกรรมเวิร์กชอปเชิงปฏิบัติการ โดยคณะนักออกแบบไทยร่วมถ่ายทอดเทคนิคการออกแบบแฟชั่นและแนวคิดสร้างสรรค์ ให้แก่นักเรียนจากสถาบันการออกแบบชั้นนำของกรุงเวียนนา Modeschule Hetzendorf

 

Doc6_page-0001.jpg
ภาพบรรยากาศกิจกรรม Meet & Greet with Thai Designers ณ สถาบัน Modeschule Hetzendorf

 

ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นสำนักงานฯ

การผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้ปรากฏบนเวทีต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ช่วยสร้างการรับรู้และหล่อหลอมความผูกพันทางอารมณ์ (Emotional Recognition) ระหว่างแบรนด์แฟชั่นไทยกับผู้บริโภคชาวยุโรปให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ความสำเร็จจากเวทีในปีนี้ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักออกแบบไทยในการนำภูมิปัญญางานหัตถศิลป์มาผสานกับนวัตกรรมวัสดุและแนวคิดการออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมซึ่งไม่เพียงแต่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า แต่ยังเป็นการปรับตัวที่สอดรับกับนโยบายการค้าสีเขียวของสหภาพยุโรปที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง   

ทั้งนี้ ความสำเร็จในการนำสินค้าเข้าสู่ตลาดค้าปลีกเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ของออสเตรีย นับเป็นกรณีศึกษาที่ชี้ให้เห็นถึงทิศทางความต้องการของตลาดยุโรปและโอกาสในการขยายตลาดของสินค้าแฟชั่นไทยที่มีเอกลักษณ์ด้านการออกแบบและสามารถสื่อสารคุณค่าของผลิตภัณฑ์ได้อย่างชัดเจน

สคต. ณ กรุงเวียนนา จึงเห็นว่าผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ ยกระดับมาตรฐานการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสอดรับกับข้อกำหนดและความต้องการของตลาดเป้าหมาย ควบคู่ไปกับการสื่อสารคุณค่าและเรื่องราวเบื้องหลังของผลิตภัณฑ์ (Storytelling) เพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา และคุณค่าที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบให้ผู้บริโภคเข้าใจได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการแฟชั่นไทย และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดเฉพาะกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบ คุณภาพ และความยั่งยืน อันจะนำไปสู่การขยายโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศและการเติบโตของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยในตลาดยุโรปอย่างมั่นคงในระยะยาว

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเวียนนา

ตุลาคม 2569

เครดิตภาพ: Stefan J. Wolf

ข่าว 5 - 2026.10.28 - ดีไซเนอร์ไทยแสดงศักยภาพบนเวที Vienna Fashion Week 2026.pdf
Share :
Instagram