
โฆษกทำเนียบประธานาธิบดี สาธารณรัฐเกาหลี รายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม 2568 ประธานาธิบดีอี แจมยอง ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีของไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง โดยได้หารือกันเกี่ยวกับการลงนามในความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม (Comprehensive Economic Partnership Agreement : CEPA) ไทย-เกาหลีใต้ และได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
ประธานาธิบดีอี แจมยองได้แสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรีอนุทิน เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา พร้อมทั้งย้ำว่า เกาหลีใต้ให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์กับประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศพันธมิตรดั้งเดิมที่เคยร่วมรบเคียงข้างกันเพื่ออิสรภาพและสันติภาพในช่วงสงครามเกาหลีระหว่างปี พ.ศ. 2493 - 2496
ผู้นำทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือในภาคส่วนที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน อาทิ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การเงินดิจิทัล และการก่อสร้างพื้นฐาน เพื่อยกระดับความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ นอกจากนี้ ยังได้ตกลงที่จะร่วมมือกันผลักดันการเจรจาความตกลง CEPA ไทย-เกาหลีใต้ ให้สามารถบรรลุผลในเร็ววัน
ด้านนายกรัฐมนตรีอนุทิน ได้แสดงการสนับสนุนชื่นชมแนวทางของประธานาธิบดีอี ในการลดความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี และผลักดันให้เกิดการเจรจาระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ภายใต้กลยุทธ์ “ยุติสงครามเย็นบนคาบสมุทรเกาหลี (END)” ซึ่งประกอบด้วยแนวทางสำคัญ ได้แก่ การแลกเปลี่ยน (Exchange) การทำให้ความสัมพันธ์เป็นปกติ (Normalization) และการปลอดอาวุธนิวเคลียร์ (Denuclearization)
อนึ่ง ผู้นำทั้งสองประเทศได้แสดงความหวังที่จะได้พบปะกันในเวทีการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค 2025 APEC Summit 2025) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนตุลาคม ณ เมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี
(ที่มา : News1 และ The Korea Times ฉบับวันที่ 16 ตุลาคม 2568)
บทวิเคราะห์
การหารือระหว่างประธานาธิบดีอี แจมยอง และนายกรัฐมนตรีอนุทิน นับเป็นสัญญานเชิงบวกที่ส่งผลดีต่อเศรษญกิจและการค้าของไทย โดยเฉพาะการเร่งเจรจาและลงนามในCEPA ไทย-เกาหลีใต้ซึ่งเป็นข้อตกลงการค้าเสรีที่ครอบคลุมมากกว่าการเปิดตลาดสินค้า โดยรวมถึงบริการ การลงทุน การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ความร่วมมือด้านเทคโนโลยี และกฎระเบียบทางเศรษฐกิจและการค้า
การเร่งผลักดัน CEPA ไทย-เกาหลีใต้ จะช่วยขยายการส่งออกของไทยไปยังเกาหลีใต้ โดยเฉพาะสินค้าเกษตร อาหาร ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดเกาหลี และดึงดูดการลงทุนจากเกาหลีใต้
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเปิดเผยผลการประชุมเจรจา CEPA ไทย-เกาหลีใต้ รอบที่ 7 ระหว่างวันที่ 22 - 25 กันยายน 2568 ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ว่า ขณะนี้ ไทยและเกาหลีใต้มีข้อสรุปร่วมกันได้แล้ว 20 บท จากทั้งหมด 24 บท และยังเหลือประเด็นที่จะต้องเจรจาร่วมกันต่อ ได้แก่ การค้าสินค้า กฎถิ่นกำเนิดสินค้า การลงทุน และการค้าดิจิทัล โดยทั้งสองฝ่ายพยายามอย่างเต็มที่และมุ่งมั่นที่จะสรุปผลการเจรจาให้ได้ภายในปลายปี 2568
***************************************
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล