fb
การบริโภคเนื้อไก่ในอิหร่านลดลงเหลือครึ่งหนึ่ง

การบริโภคเนื้อไก่ในอิหร่านลดลงเหลือครึ่งหนึ่ง

โดย
Trirong
ลงเมื่อ 14 พฤษภาคม 2569 10:25
สคต. ณ กรุงเตหะราน (อิหร่าน) (TTC, Tehran (Iran))
1

อุตสาหกรรมการผลิตเนื้อไก่ถือเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ เนื่องจากเนื้อไก่เป็นแหล่งโปรตีนที่มีราคาย่อมเยาและเข้าถึงได้ง่ายสำหรับประชาชนเกือบทุกระดับชั้นในสังคม อย่างไรก็ตาม ปัจจัยทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน การลอยตัวของราคาวัตถุดิบนำเข้า ตลอดจนการกำหนดราคาควบคุมภายในประเทศ ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้เลี้ยงไก่และภาพรวมการผลิตในอิหร่าน

เนื้อไก่เป็นอาหารสำคัญในวิถีชีวิตของชาวอิหร่านมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะเมนูกะบาบไก่ซึ่งมีบทบาทตั้งแต่การต้อนรับแขกในครัวเรือน ไปจนถึงงานเลี้ยงหรืองานแต่งงาน จึงนับเป็นอาหารที่ทั้งเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย อย่างไรก็ตาม ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โต๊ะอาหารของครัวเรือนชาวอิหร่านกลับมีความหลากหลายน้อยลง และเนื้อไก่เริ่มถูกลดบทบาทลงอย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญมาจากราคาสินค้าอาหารและวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง และการบริโภคเนื้อไก่ในครัวเรือนลดลงตามไปด้วย

ปัจจัยแรกที่ทำให้ราคาเนื้อไก่ปรับตัวสูงขึ้น คือการเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยเฉพาะข้าวโพดและถั่วเหลือง หลังจากมีการยกเลิกอัตราแลกเปลี่ยนอุดหนุนสำหรับการนำเข้าวัตถุดิบเหล่านี้ ราคาจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตอาหารไก่สูงขึ้นตามไปด้วย และกระทบต่อการผลิตลูกไก่อายุหนึ่งวันโดยตรง ปริมาณการผลิตไก่ที่เคยอยู่ที่ประมาณ 140 ล้านตัวต่อเดือนลดลงเหลือเพียง 94 ล้านตัว ทำให้ปริมาณไก่ออกสู่ตลาดลดลงอย่างมาก

เมื่อเกิดสงครามขึ้น สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง เนื่องจากปัญหาด้านโลจิสติกส์ การขนส่ง และความยากลำบากในการจัดหาเงินตราต่างประเทศ ทำให้การจัดหาวัตถุดิบเป็นไปได้ยากกว่าเดิม ต้นทุนการผลิตเนื้อไก่มีชีวิตจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงสงคราม ต้นทุนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเกิน 3,000,000 เรียลต่อกิโลกรัม ส่งผลให้ผู้ประกอบการฟาร์มไก่แบกรับภาระหนักมาก ราคาที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าหลังการยกเลิกอัตราแลกเปลี่ยนยังกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค จนทำให้การบริโภคเนื้อไก่ลดลงเหลือประมาณครึ่งหนึ่ง และผู้เลี้ยงจำนวนมากประสบภาวะขาดทุนอย่างรุนแรงบางรายถึงขั้นต้องหยุดกิจการเพราะขาดสภาพคล่องและไม่สามารถจัดหาทุนหมุนเวียนใหม่ได้

ปัจจัยที่สองคือการยกเลิกอัตราแลกเปลี่ยนพิเศษสำหรับวัคซีนและยาสัตว์ การยกเลิกอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับวัคซีน ยาสัตว์ และอาหารเสริมที่ต้องนำเข้า ทำให้ต้นทุนของปัจจัยการผลิตที่จำเป็นต่อฟาร์มไก่เพิ่มสูงขึ้นหลายเท่า นอกจากนี้ สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนยังทำให้ราคาข้าวโพดและถั่วเหลืองในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น และการจัดซื้อวัตถุดิบเหล่านี้ยิ่งยากขึ้นสำหรับอิหร่าน ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตโดยรวมสูงขึ้นต่อเนื่อง

ปัจจัยที่สามคือแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่จำนวนมากเริ่มเผชิญภาวะขาดทุนตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดสงคราม ภายหลังการยกเลิกอัตราแลกเปลี่ยนพิเศษ หลายรายจำเป็นต้องขายทรัพย์สินส่วนตัว เช่น บ้านหรือรถยนต์ เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนให้ฟาร์มดำเนินต่อไปได้ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงสงคราม ต้นทุนกลับเพิ่มสูงขึ้นอีกระลอก ทำให้ไม่สามารถฟื้นตัวหรือประคองกิจการไว้ได้ ผู้เลี้ยงจำนวนมากจึงประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง และไม่สามารถเดินหน้าการผลิตได้ตามปกติ

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค จนทำให้เนื้อไก่ซึ่งเคยเป็นอาหารหลักของครัวเรือนชาวอิหร่านต้องค่อย ๆ ลดบทบาทลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

Share :
Instagram