
รัฐบาลอินเดียมีแผนที่จะเสริมความเข้มแข็งและขยายโครงการคืนอากรและภาษีสำหรับสินค้าส่งออก (Remission of Duties and Taxes on Exported Products: RoDTEP) เพื่อสนับสนุนผู้ส่งออกที่กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านการค้าโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ต้นทุนด้านโลจิสติกส์ที่ปรับตัวสูงขึ้น และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อเส้นทางการขนส่งระหว่างประเทศ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากการหยุดชะงักของเส้นทางการค้าในตะวันออกกลาง ต้นทุนค่าระวางขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกของอินเดียในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยรัฐบาลอินเดียกำลังพิจารณาเพิ่มงบประมาณสนับสนุนโครงการดังกล่าว รวมทั้งขยายระยะเวลาดำเนินโครงการออกไปอีก 5 ปี โดยพัฒนาการดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคการค้าระหว่างประเทศทั้งภาคการผลิต โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออก อีกทั้งยังสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงประเทศไทย ในการร่วมมือกับภาคธุรกิจอินเดียด้านการผลิต ความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนกิจกรรมการนำเข้าและส่งออก

RoDTEP คืออะไร
โครงการคืนอากรและภาษีสำหรับสินค้าส่งออก (RoDTEP) เป็นมาตรการที่รัฐบาลอินเดียใช้ในการคืนภาษีและอากรบางส่วนให้แก่ผู้ส่งออก สำหรับภาษีและค่าธรรมเนียมที่ไม่ได้รับการคืนภายใต้มาตรการอื่นของภาครัฐ โครงการดังกล่าวครอบคลุมสินค้ามากกว่า 10,000 รายการ อาทิ สินค้าเกษตร อาหาร สิ่งทอ สินค้าวิศวกรรม ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง เคมีภัณฑ์ สินค้าอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งผู้ส่งออกจะได้รับสิทธิประโยชน์ในอัตราประมาณร้อยละ 1–4 ของมูลค่าสินค้า
ก่อนการหารือเชิงนโยบาย
ผู้ส่งออกของอินเดียต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากวิกฤตหลายด้าน ทั้งต้นทุนค่าระวางสินค้าและโลจิสติกส์ที่พุ่งสูงขึ้น ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ตลอดจนการแข่งขันที่รุนแรงจากประเทศคู่แข่งอย่างจีน เวียดนาม และไทย ซึ่งซ้ำเติมด้วยปัญหาห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก นอกจากนี้ การที่รัฐบาลอินเดียตัดสินใจปรับลดสิทธิประโยชน์ภายใต้โครงการ RoDTEP เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณภาครัฐ ยิ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลกของผู้ส่งออกในภาคส่วนสำคัญ เช่น สิ่งทอ สินค้าวิศวกรรม เครื่องหนัง และสินค้าเกษตร โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต่างรายงานถึงปัญหาอัตรากำไรที่ลดลง สภาพคล่องทางการเงินที่ตึงตัว ความล่าช้าในการขนส่ง และต้นทุนค่าประกันภัยเส้นทางเดินเรือที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สถานการณ์ปัจจุบัน
รัฐบาลอินเดียกำลังทบทวนและเสริมความเข้มแข็งของโครงการ RoDTEP อย่างจริงจัง โดยกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมหารือเพื่อเพิ่มมาตรการสนับสนุนผู้ส่งออกอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการฟื้นฟูอัตราสิทธิประโยชน์บางส่วนที่เคยถูกปรับลด การพิจารณาเพิ่มงบประมาณสนับสนุน และการเตรียมขยายระยะเวลาดำเนินโครงการออกไปอีก 5 ปี นอกจากนี้ ยังมีการจัดเตรียมมาตรการสินเชื่อฉุกเฉินเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของการค้าโลก โดยมาตรการทั้งหมดนี้มีเป้าหมายสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกของประเทศ พร้อมทั้งคุ้มครองภาคธุรกิจให้สามารถรับมือกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกได้อย่างมั่นคง
ข้อมูลเพิ่มเติม
การปรับโครงสร้างนโยบายการค้าล่าสุดของอินเดียแบ่งออกเป็น 2 โครงสร้าง ดังนี้:
• โครงการ RELIEF Scheme (วงเงิน 58.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ): เป็นมาตรการเร่งด่วนเฉพาะกิจ ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2026 โดยเน้นการจัดหาประกันสินเชื่อส่งออกและการชดเชยค่าขนส่ง เพื่อปกป้องผู้ส่งออกกลุ่ม MSME ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
• โครงการ RoDTEP (วงเงินปัจจุบัน >1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ): เป็นกลไกโครงสร้างหลักระดับประเทศ เพื่อคืนภาษีและอากรฝังตัวที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตให้แก่ผู้ส่งออก ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่กว่า 17 เท่า โดยกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์กำลังพิจารณาขยายอายุโครงการออกไปอีก 5 ปี พร้อมเพิ่มงบประมาณสนับสนุน หลังจากเพิ่งขยายเวลาชั่วคราวไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2026 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว
ประเด็นเปรียบเทียบ | RELIEF Scheme | RoDTEP (ฉบับปรับปรุง) |
วัตถุประสงค์ | ประกันสินเชื่อเร่งด่วน สำหรับผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤต | คืนภาษีและอากรทุกระดับที่ไม่ได้รับคืนจากโครงการอื่น เพื่อเพิ่มขีดแข่งขัน |
วงเงิน | 58.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (~497 crore) | >1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปีปัจจุบัน) — กำลังหารือเพิ่มเติม |
วันที่ประกาศ | 19 มีนาคม 2569 | ขยายถึง 30 ก.ย. 2569 (1 เม.ย.); หารือ 5 ปี (7 พ.ค. 2569) |
ผู้รับประโยชน์ | เฉพาะผู้ส่งออกที่เสียหายจากวิกฤต (ก.พ.–มี.ค. 2569) | ผู้ส่งออก >10,000 รายการสินค้า ทุกภาคการผลิต |
โครงสร้างการสนับสนุน | 3 ส่วน: Export Credit Guarantee Corporation of India Limited (ECGC) Cover 6.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ| ผู้ไม่มี ECGC 18.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | MSME 33.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | คืนภาษี 1–4% ของมูลค่าสินค้า ครอบคลุมภาษีกลาง รัฐ และท้องถิ่น |
สถานะปัจจุบัน | บังคับใช้แล้ว (มี.ค. 2569) | บังคับใช้ถึง 30 ก.ย. 2569; การขยาย 5 ปียังอยู่ระหว่างหารือ |
ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและเศรษฐกิจ
1. แรงกดดันสองทาง: รัฐบาลอินเดียเผชิญแรงกดดันคู่ขนานระหว่างการรัดเข็มขัดทางการคลัง (ซึ่งนำไปสู่การตัดงบ RoDTEP ครึ่งหนึ่งในงบประมาณ ก.พ. 2569) และการปกป้องขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกที่คิดเป็นประมาณ 20% ของ GDP การที่ภาคการคลังและการพาณิชย์กลับมาหารือเพื่อเพิ่มงบ RoDTEP อีกครั้ง สะท้อนให้เห็นว่าแรงกดดันจากผู้ส่งออกมีน้ำหนักต่อการเมืองค่อนข้างสูง อนึ่ง การส่งออกสินค้าของอินเดียในเดือนมีนาคม 69 มีมูลค่า 38,920 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัวลงถึงร้อยละ 7.4 เมื่อเทียบจากปีที่ผ่านมา
2. การยกเลิกเพดาน Courier มีนัยสำคัญต่อการค้าดิจิทัล: การยกเลิกเพดานมูลค่าพัสดุ 10 ล้านรูปีต่อชิ้นสำหรับการส่งออกทาง Courier ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 อาจมีผลระยะยาวต่อโครงสร้างการส่งออกอินเดียมากกว่า RoDTEP เอง เนื่องจากเปิดทางให้ SME และ E-Commerce ส่งสินค้ามูลค่าสูงได้โดยตรงผ่าน DHL, FedEx และ UPS การปฏิรูปครั้งนี้ยังช่วยเปิดโอกาสสำคัญในการขยายตลาด Cross-Border Trade ให้กับผู้ส่งออกไทยรายย่อยและรายกลาง (MSMEs) ในการเข้าถึงผู้บริโภคชาวอินเดียได้โดยตรงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
ข้อคิดเห็น
การปฏิรูปนโยบายส่งออกของอินเดียช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคม 2569 สะท้อนถึงแนวทาง “การปรับตัวเชิงนโยบายแบบเป็นชั้น (Layered Policy Response)” โดยระยะเร่งด่วน รัฐบาลใช้มาตรการ RELIEF Scheme ช่วยผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และระยะกลาง รัฐได้ขยายมาตรการ RoDTEP อีก 6 เดือนและยกเลิกเพดาน Courier เพื่อรักษาสภาพคล่อง ในขณะที่ระยะยาว รัฐบาลอินเดียกำลังพิจารณาขยาย RoDTEP ต่ออีก 5 ปี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจ แม้รูปแบบทั้งหมดจะเกิดขึ้นภายหลังการตัดลดงบประมาณ RoDTEP ลงครึ่งหนึ่งจากเมื่อต้นปี สะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความไม่แน่นอนของนโยบายที่ผู้ประกอบการต่างชาติควรติดตามอย่างใกล้ชิด สำหรับผู้ประกอบการไทย ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงมาตรการสนับสนุนผู้ส่งออกอินเดีย แต่คือ “ผลลัพธ์รอง” จากการที่อินเดียต้องการวัตถุดิบและชิ้นส่วนคุณภาพสูงมากขึ้น รัฐบาลไทยจึงควรเร่งจัดทำ Mapping สินค้าส่งออกไทยที่สอดคล้องกับหมวดหลักภายใต้ RoDTEP โดยเฉพาะสิ่งทอ วิศวกรรม อาหาร และเคมีภัณฑ์ เพื่อผลักดันไทยเป็น Supply Chain Partner ที่ชัดเจน อีกทั้งการยกเลิกเพดาน Courier ยังเป็นโอกาสสำคัญสำหรับ SME ไทยในการเจาะตลาดอินเดียด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าการตั้งตัวแทนจำหน่ายอย่างมีนัยสำคัญ
ที่มา: 1. https://timesofindia.indiatimes.com/business/india-business/government-launches-rs-497-crore-relief-scheme-to-support-exporters-hit-by-middle-east-conflict-all-you-need-to-know/articleshow/129681975.cms
2.https://www.reuters.com/world/india/india-plans-bolster-key-export-scheme-iran-war-sours-trade-outlook-2026-05-07