fb
เจาะลึกพฤติกรรมการบริโภคขนมขบเคี้ยวในจีน สคต.คุนหมิง
โดย
Nat
ลงเมื่อ 08 มกราคม 2569 15:14
สคต. ณ นครคุนหมิง (จีน) (TTC, Kunming (China))
30

1.มูลค่าตลาดขนมขบเคี้ยวในจีน  

ในปี 2568 ตลาดขนมขบเคี้ยวของจีนมีมูลค่าทั้งสิ้น 1,180,400 ล้านหยวน และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 123,780 ล้านหยวนในปี 2570 แนวโน้มการเติบโตของตลาดขนมขบเคี้ยวนี้สะท้อนถึงการยกระดับการบริโภคของคนจีน ความนิยมในการพักผ่อนหย่อนใจ จำนวนประชากรและกำลังการบริโภค ส่งผลให้ตลาดสินค้าขนมขบเคี้ยวได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ในอนาคต อุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวจำเป็นต้องเสริมสร้างประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทานและขยายขอบเขตการบริโภค และพัฒนาสินค้า/นวัตกรรมสินค้าขนมขบเคี้ยว เพื่อค้นหาสินค้าที่มีศักยภาพในการเติบโตใหม่ ๆ 

Weixin Image_20260108161434_1148_6.png

2. ประเภทขนมขบเคี้ยวที่เป็นที่นิยม

จากข้อมูลสถิติพบว่า ในปี 2568 ประเภทขนมขบเคี้ยวที่ผู้บริโภคชาวจีนชื่นชอบมากที่สุด ได้แก่ ขนมกรอบจำพวกมันฝรั่ง มีสัดส่วนมากที่สุดเป็นร้อยละ 40.42 รองลงมา คือ ขนมปัง เค้กและของหวาน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 39.52 และอันดับ 3 เป็นสินค้าถั่วเหบืองคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 35.81 สถิติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคในการรับประทานอาหารเพื่อคลายความเครียด โดยเฉพาะสินค้าขนมที่ทำจากถั่วเหลืองก็ได้รับความนิยมอย่างสูงในจีน ด้วยการประชาสัมพันธ์นวัตกรรมที่ดีต่อสุขภาพ สอดคล้องกับพฤติกรรมการบริโภคของชาวจีนในปัจจุบัน

Weixin Image_20260108161528_1149_6.png

3. เหตุผลในการเลือกซื้อขนมขบเคี้ยวของชาวจีน  

เหตุผลสำคัญที่ผู้บริโภคจีนซื้อขนมขบเคี้ยว คือ การรับประทานเพื่อความเพลิดเพลินและผ่อนคลาย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 42.53 รองลงมาคือ ความชอบส่วนบุคคล คิดเป็นร้อยละ 40.52 และอารมณ์ไม่ดี กินขนมเพื่อคลายเครียด คิดเป็นร้อยละ 39.72 โดยภาพรวมแล้ว เหตุผลหลักที่ผู้บริโภคซื้อขนมขบเคี้ยว คือ การผ่อนคลายและความชื่นชอบส่วนตัว ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของการพิจารณาตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ดังนั้น ผู้ประกอบการควรประชาสัมพันธ์สินค้าขนมขบเคี้ยว โดยเน้นด้านการเยียวยาอารมณ์ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มพฤติกรรมการบริโภคของคนจีนในปัจจุบัน

Weixin Image_20260108161601_1150_6.png

4.แนวโน้มความต้องการขนมขบเคี้ยว 

1) ในปี 2568 มุมมองของผู้บริโภคจีนต่อส่วนผสมด้านสุขภาพในขนม

ขบเคี้ยว พบว่า ร้อยละ 50.34 ของผู้บริโภค ยินดีจ่ายเงินแพงขึ้นเพื่อแลกันสินค้าขนม

ขบเคี้ยวที่มีส่วนผสมเพื่อสุขภาพ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการสินค้าขนมขบเคี้ยว

เพื่อสุขภาพมากขึ้น ชาวจีนให้ความสำคัญกับสุขภาพใน ปัจจุบันขนมขบเคี้ยวอย่างชัดเจน ดังนั้น ผู้ประกอบการควรเร่งพัฒนานวัตกรรมด้านส่วนผสมเพื่อสุขภาพ และประชาสัมพันธ์สินค้ามุ่งเน้นประโยชน์ด้านสุขภาพ

image.png2) การพัฒนาขนมขบเคี้ยวให้เป็นแบรนด์ดังในโซเชียล เนื่องจากชาวจีนร้อยละ 41.92 มีความอยากรู้อยากลอง ร้อยละ 37.95 นิยมลือกซื้อสินค้าตามกระแสและมีพฤติกรรมคล้อยตามผู้อื่น แสดงเห็นว่า อิทธิพลจากโซเชียลมีเดียคือแรงจูงใจในการตัดสินใจเลือกซื้อของผู้บริโภค

3) ผู้บริโภคชาวจีนนิยมรับประทานขนมขบเคี้ยวนำเข้ามากขึ้น

โดยร้อยละ 37.48 มองว่าขนมขบเคี้ยวนำเข้าจากต่างประเทศจะมี

คุณภาพดีกว่า อีกทั้งร้อยละ 36.92 ต้องการลองสินค้าใหม่ ๆ 

และร้อยละ 34.13 เลือกซื้อเนื่องมาจากขนมขบเคี้ยวนำเข้ามีรสชาติอร่อย

ความคิดเห็น สคต.

ปัจจุบันผู้บริโภคชาวจีนสนใจสินค้าขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ ขนมขบเคี้ยวนำเข้า และ           ขนมขบเคี้ยวที่มีรสชาติแปลกใหม่มากขึ้น ซึ่งหากสินค้าสามารถตอบโจทย์ด้านการเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ มีมาตรฐานการผลิตที่ดี และสินค้ามีรสชาติดี ผู้บริโภคชาวจีนก็ยินดีจ่ายในราคาแพงเพื่อแลกมากับขนมขบเคี้ยวที่ทานทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพด้วย ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเจาะตลาด      ขนมขบเคี้ยวของจีนควรให้กับความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ผ่านโซเชียลมีเดียและ KOL เนื่องจากผู้บริโภคชาวจีนนิยมเลือกซื้อสินค้าตามกระแสของเน็ตไอดอล/KOL/ดารา รวมถึงการสร้างเรื่องราวของสินค้าให้มีจุดเด่นที่แตกต่างจากขนมขบเคี้ยวของจีน

 

*************************************

แหล่งที่มา : https://www.iimedia.cn/c400/108605.html

ตลาดขนมขบเคี้ยวในจีน เพื่อเปิดตลาดให้ขนมของไทย (Recovered).pdf
Share :
Instagram