
รายงานภาวะตลาดสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงในไต้หวัน
(ขอบเขตการรายงานสำหรับสินค้า HS Code : 2309 1000 00 อาหารสุนัขและแมว, HS Code : 4201 เครื่องใช้สัตว์ทำด้วยผ้า หนังสัตว์ พลาสติก และวัสดุอื่น ๆ, และ HS Code : 4205 0090 10 หนังสัตว์สำหรับกัดแทะ)
1. ภาวะทั่วไป
การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในไต้หวันเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีบทบาททั้งช่วยผ่อนคลายความเครียดและเป็น การบำบัดทางจิตใจ ท่ามกลางสังคมผู้สูงวัยและอัตราการเกิดที่ลดลง ทำให้ผู้คนหันมาเลี้ยงสัตว์มากขึ้น ส่งผลให้เกิดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเพาะเลี้ยง การซื้อขาย การฝึกสัตว์ อาหาร ของใช้ การรักษาพยาบาล เสริมสวย ประกันภัย ไปจนถึงบริการฌาปนกิจ
กระทรวงเกษตรของไต้หวันประเมินว่า ตลาดสินค้าและบริการสำหรับสัตว์เลี้ยงมีมูลค่าสูงถึงราว 60,000 ล้านบาท (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ 1 เหรียญไต้หวัน = 1 บาท) โดยตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงครองสัดส่วนราว 50% หรือประมาณ 30,000 ล้านบาท ผลสำรวจเมื่อปี 2023 ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อสัตว์เลี้ยง 1 ตัว อยู่ที่ 28,081 บาท ซึ่งในจำนวนนี้ ค่าอาหารสัตว์เลี้ยงคิดเป็นสัดส่วนถึง 41% รองลงมาคือค่ารักษาพยาบาลและตรวจสุขภาพ อยู่ที่ 16% และบริการเสริมสวยสัตว์เลี้ยง อยู่ที่ 10% กล่าวได้ว่า “อาหารสัตว์” ยังคงเป็นหมวดค่าใช้จ่ายหลัก ขณะที่บริการอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำตัดแต่งขน การรักษาพยาบาล โภชนาการ การท่องเที่ยว ตลอดจนบริการฌาปนกิจและประกันภัยสัตว์เลี้ยง ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงยินดีทุ่มเทค่าใช้จ่ายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง ที่เปรียบเสมือนสมาชิกคนสำคัญในครอบครัว
Taiwan Institute of Economic Research สำรวจในปี 2023 พบว่า เจ้าของสัตว์เลี้ยง 71% เป็นผู้หญิง และ 52% เป็นคนโสดหรือไม่มีบุตร และกระทรวงเกษตรไต้หวันรายงานผลสำรวจทางโทรศัพท์ในปี2023 เช่นกันเกี่ยวกับจำนวนสุนัขและแมวเลี้ยงทั่วประเทศ โดยประเมินว่า มีสุนัขเลี้ยง 1,480,637 ตัว เพิ่มขึ้น 19% จากปี 2021 ที่มี 1,235,218 ตัว ส่วนแมวเลี้ยงมีจำนวน 1,311,449 ตัว เพิ่มขึ้นถึง 50% จากปี 2021 ที่มี 870,801 ตัว ครัวเรือนที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงมีสัดส่วน 28.3% เพิ่มขึ้น 6.7% จากปี 2021 ผลสำรวจยังสอดคล้องกับแนวโน้มสากล คือ เมื่อความเป็นเมืองสูงขึ้น จำนวนผู้เลี้ยงแมวจะเพิ่มขึ้น โดยครัวเรือนที่เลี้ยงแมวอยู่ที่ 10.4% เพิ่มขึ้น 3.8% ขณะที่ ครัวเรือนที่เลี้ยงสุนัขอยู่ที่ 13.8% เพิ่มขึ้นเพียง 1.3% นอกจากนี้ ยังมี 9.3% ที่เลี้ยงสัตว์ชนิดอื่น เพิ่มขึ้น 3.3% สะท้อนว่า คนไต้หวันนิยมเลี้ยงสัตว์หลากหลายมากขึ้น
2. ภาวะการผลิต และการส่งออก
2.1 ข้อมูลการสำรวจของ Council of Agriculture ของไต้หวันชี้ว่า ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ในไต้หวันมีราว 60 ราย โดยผู้ผลิตสินค้าอาหารและของใช้สัตว์เลี้ยงรายใหญ่ของไต้หวัน ได้แก่ บริษัท ฟูโซ่ว (FWUSOW INDUSTRY PRODUCTS CO LTD ) บริษัทโถ่งอี (UNI-PRESIDENT ENTERPRISES CORP) และบริษัทไห่โฟง (HAI FENG FEEDS CO LTD) ผู้ผลิต 3 รายนี้มีส่วนแบ่งตลาดรวมเกินกว่า 30% ทั้งนี้ อาหารที่ผลิตในไต้หวันมีความหลากหลายทั้งแบบแห้ง กึ่งแห้ง อาหารกระป๋อง สด แช่แย็นและแช่แข็ง โดยสัดส่วนอาหารสัตว์เลี้ยงที่ผลิตในไต้หวันกับอาหารสัตว์เลี้ยงที่นำเข้า เท่ากับร้อยละ 30 : 70
2.2 การส่งออกสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงของไต้หวัน ในปี 2025 มูลค่า 47.58 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตลาดส่งออกที่สำคัญ คือ สหรัฐฯ (35.1%) ฮ่องกง (29.3%) เยอรมนี (4.9%) มาเลเซีย (4.8%) ญี่ปุ่น (4.4%) โดยที่สินค้าส่งออกอันดับ 1 คือ อาหารสุนัขและแมว 23.75 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เทียบกับปี 2024 เพิ่มขึ้น 22.3% สำหรับสินค้าของใช้และเสื้อผ้า มูลค่า 23.56 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เทียบกับปี 2024 ลดลง 4.2% และสินค้าหนังสำหรับกัดแทะ มูลค่า 0.26 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เทียบกับปี 2024 เพิ่มขึ้น 34.6%
3. การนำเข้า
3.1 การนำเข้าสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงของไต้หวันโดยรวมในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นกว่า 1 เท่าตัว จากที่มีมูลค่านำเข้าเข้า 145.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2016 เพิ่มเป็น 300.0 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2025 ไทยเป็นแหล่งนำเข้าอันดับ 1 ของไต้หวัน มูลค่าการนำเข้าจากไทยเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ และแซงหน้าสหรัฐฯ ที่เคยเป็นแหล่งนำเข้าอันดับ 1 ของไต้หวันตั้งแต่ปี 2018 โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สินค้าไทยขยายตัวเพิ่มขึ้น 172% จาก 38.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2016 เพิ่มเป็น 104.3 ล้านเหรียญไต้หวันในปี 2025
ตารางแสดงการนำเข้าสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง
ปี 2016-2025

3.2 การนำเข้าสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงแยกตามประเภท
การนำเข้าสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงในปี 2025 ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสอดคล้องตามภาวะประชากรสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นในไต้หวัน ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าอาหารสัตว์เลี้ยงซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 99% ภาวะการนำเข้าสินค้าแต่ละประเภท ปรากฏดังนี้
1) การนำเข้าอาหารสัตว์เลี้ยง มีมูลค่าสูงถึง 295.66 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 6.5% เทียบกับปี 2024 แหล่งนำเข้าที่สำคัญ คือ ไทย (35.3%) สหรัฐฯ (17.9%) เกาหลีใต้ (10.8%) แคนาดา (9.2%) ญี่ปุ่น (7.3%)
2) การนำเข้าของใช้และเสื้อผ้าสัตว์เลี้ยง มีมูลค่า 3.93 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 10.1% โดยแหล่งนำเข้าสำคัญ คือ จีน (70.1%) สหรัฐฯ (7.7%) ฝรั่งเศส (7.3%) อิตาลี (3.4%) เวียดนาม (2.9%) โดยไม่มีการนำเข้าจากไทย
3) การนำเข้าหนังสำหรับสัตว์เลี้ยงใช้กัดแทะ มีมูลค่า 0.42 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 0.42% โดยนำเข้าจากจีนทั้งหมด 100% เนื่องจากสินค้าจากจีนมีราคาต่ำ เฉลี่ยเพียงกิโลกรัมละ 3.39 เหรียญไต้หวัน ขณะที่ราคาเฉลี่ยการนำเข้ารวมในปี 2024 อยู่ที่กิโลกรัมละ 5.19 เหรียญไต้หวัน ส่วนสินค้าจากไทยมีราคาเฉลี่ยสูงกว่าที่กิโลกรัมละ 8.66 เหรียญไต้หวัน
ดังนั้น สินค้าที่นำเข้าจากประเทศไทยเพียงสินค้าเดียว คือ อาหารสัตว์เลี้ยง
3.3 การนำเข้าจากไทยในปี 2025
สินค้าไทยที่มีศักยภาพในไต้หวันคือ อาหารสัตว์เลี้ยง ในอดีตมูลค่าการนำเข้าจากไทยเป็นรองสหรัฐฯ แต่ปัจจุบันสินค้าไทยอาหารสำหรับสุนัขและแมวครองตลาดอันดับ 1 ในไต้หวัน มีมูลค่าการนำเข้าสูงถึง 104.35 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 0.67% เทียบกับปี 2024 ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 34.8% สำหรับสินค้าอื่นๆ ไทยยังคงมีความสามารถในการแข่งขันที่น้อยกว่าประเทศคู่แข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีนซึ่งครองส่วนแบ่งสูงสุดในสินค้าประเภทของใช้สำหรับสินค้าสัตว์เลี้ยงรวมทั้งหนังสำหรับกัดแทะ
4. ช่องทางการจำหน่าย
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้าสัตว์เลี้ยงทั้งค้าปลีกและค้าส่งในไต้หวัน ณ ต้นปี 2026 มีจำนวนรวม 6,825 แห่ง เพิ่มขึ้นกว่า 200 แห่งเมื่อเทียบกับปี 2025 โดยใน 6 เมืองหลักของไต้หวัน ได้แก่ นิวไทเป มีจำนวนร้านมากที่สุดถึง 1,236 แห่ง ครองอันดับหนึ่ง ขณะที่เมืองที่มีการขยายตัวรวดเร็วที่สุดคือเถาหยวน ซึ่งในปี 2025 มีธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงจำนวน 555 แห่ง เติบโตจากปีก่อนหน้า 6%
ตลาดสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงของไต้หวัน มีการพัฒนาในทิศทางคล้ายคลึงกับสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงญี่ปุ่น กล่าวคือ ในอดีตร้านค้าขนาดกลางและเล็กเป็นผู้ประกอบการหลัก ต่อมาบริษัทขนาดใหญ่เริ่มเข้าสู่ตลาดด้วยการผลิตสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงและของใช้สัตว์เลี้ยงป้อนเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก ตลอดจนมีการจัดตั้งร้าน แฟรนไชส์ขายสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง ทำให้ตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงมีความคึกคัก และกระตุ้นให้ประชาชนเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงด้วยความเอาใจใส่มากขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องมีการขยายตัวตามไปด้วย
ช่องทางการขายปลีกแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก
1) ร้านค้าปลีกสินค้า ได้แก่ ร้านสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต ฯลฯ
2) ร้านค้าที่ให้บริการ ได้แก่ ร้านเสริมสวย คลินิกสัตว์เลี้ยง ร้านสินค้าสัตว์เลี้ยงแฟรนไชส์ ร้านจำหน่ายสัตว์เลี้ยงและปลา ฯลฯ
ผู้บริโภคไต้หวันนิยมไปซื้อสินค้าและใช้บริการจากช่องทางดังต่อไปนี้ โดยเรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อย คือ 1) ร้านขายสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง 2) อินเตอร์เน็ตช้อปปิ้ง 3) ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านไลฟ์สไตล์) และ 4) โรงพยาบาล/คลีนิกสัตว์ ฯลฯ
5. รูปแบบสินค้าที่วางจำหน่ายในไต้หวัน
อาหารสุนัขและแมวแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ 1) อาหารแบบแห้ง 2) อาหารนิ่ม และ 3) อาหารกระป๋อง ความแตกต่างที่เด่นชัดคือ ปริมาณน้ำที่อยู่ในอาหารแตกต่างกัน โดยมีหลากหลายราคาแตกต่างกันตามส่วนผสม ความเข้มข้น สารอาหาร ปริมาณแคลอรี่ และรสชาติที่สัตว์เลี้ยงชอบหรือยอมรับได้ ซึ่งเจ้าของสัตว์เลี้ยง จะให้ความสนใจในรายละเอียดเหล่านี้ ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงจึงต้องพยายามตอบสนองให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงที่มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการ สินค้าดังกล่าวมีการแข่งขันในระดับสูงในตลาดไต้หวัน มีสินค้าให้เลือกนับร้อยแบรนด์ แบรนด์ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ Cesar, Pedigree, Royal Canin, Purina, Hill’s, Solution, Science diet, Natural Choice, Friskies ฯลฯ
6. แนวโน้มสินค้าและบริการ
ในภาพรวม ห่วงโซ่อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งด้านอาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย การเดินทาง การฝึกฝนเรียนรู้ และความบันเทิง โอกาสทางธุรกิจหลักแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ 1) สุขภาพและการแพทย์ 2) อาหารและโภชนาการ และ 3) อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ
6.1 สุขภาพและการแพทย์
เมื่อเจ้าของให้ความสำคัญกับสุขภาพสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ความต้องการด้านการรักษาพยาบาลจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สัตว์เลี้ยงในปัจจุบันมักได้รับการตรวจสุขภาพประจำปี ฉีดวัคซีน และตรวจติดตามโรค ติดเชื้อหรือโรคทางพันธุกรรม ขณะที่ สัตว์เลี้ยงสูงวัยยังต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์ อัลตราซาวด์ และการตรวจฮอร์โมนโรคที่พบบ่อย ได้แก่ ข้ออักเสบ ลำไส้อักเสบ ปรสิตผิวหนัง โรคไต และเนื้องอก และ ด้วยความที่เจ้าของสัตว์ยอมจ่ายเพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้สัตว์เลี้ยง จึงเกิดกระแสการพัฒนายารุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นสวัสดิภาพสัตว์เป็นหลัก การพัฒนายาที่ดัดแปลงจากยาสำหรับคนให้เหมาะกับสัตว์ขนาดเล็กมีความต้องการสูงมาก บริษัทผู้ผลิตยาจึงพัฒนารูปแบบยาใหม่ ๆ เช่น ยาเม็ดรสชาติพิเศษ ยาแบบเนื้อก้อน และยาน้ำ
6.2 อาหารและโภชนาการ
อาหารสัตว์เลี้ยงก็เกิดกระแสใหม่เช่นกัน เจ้าของสัตว์ให้ความสำคัญกับโภชนาการที่สมดุล และปรับสูตรอาหารตามอายุ น้ำหนัก และสภาพสุขภาพ ส่งผลให้เกิดความต้องการโปรตีนทางเลือกและอาหารฟังก์ชันเพิ่มขึ้น
บริษัทในเครือเนสท์เล่ อย่าง Purina PetCare ได้พัฒนาสินค้าหลากหลาย เช่น Purina ONE, Pro Plan และ Friskies ครอบคลุมทั้งอาหารเปียกและอาหารแห้ง ตอบโจทย์สัตว์เลี้ยงทุกช่วงวัยและสายพันธุ์ จนกลายเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัท ตัวอย่างเช่น อาหารแมวสูตรพิเศษที่ช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ Fel d1 ในน้ำลายแมวได้ถึง 47% และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ นอกจากนี้ Purina ยังจัดตั้งโครงการ “Purina Unleashed Accelerator Lab” ในยุโรป เพื่อพัฒนานวัตกรรม เช่น การวินิจฉัยสุขภาพสัตว์ที่บ้าน และโปรตีนทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ขณะที่อาหารสัตว์เลี้ยงของ Hill’s Pet Nutrition ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Colgate-Palmolive ก็เติบโตอย่างโดดเด่น Hill’s มีทีมผู้เชี่ยวชาญกว่า 200 คน ร่วมพัฒนาสูตรอาหารมากกว่า 2,000 สูตร จากการวิเคราะห์ตัวอย่างกว่า 30,000 รายการ โดยใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐาน
6.3 อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ
ตลาดอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะสำหรับสัตว์เลี้ยงกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว อุปกรณ์เหล่านี้ เช่น ปลอกคออัจฉริยะ เสื้ออัจฉริยะ สายรัดอก และกล้องอัจฉริยะ ช่วยให้เจ้าของติดตามสุขภาพ อารมณ์ และพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงได้แบบเรียลไทม์ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ การหายใจ การนอน และการเคลื่อนไหว เพื่อป้องกันโรคล่วงหน้า เช่น ฮีตสโตรก หรือโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันติดตามตำแหน่ง เฝ้าดูจากระยะไกล และเชื่อมต่อกับระบบสัตวแพทย์ทางไกล เทคโนโลยี IoT และซอฟต์แวร์-ฮาร์ดแวร์กำลังมีบทบาทมากขึ้น ในวงจรเศรษฐกิจสัตว์เลี้ยง
7. กฎระเบียบในการนำเข้า
7.1 การส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงประเภทของแห้งซึ่งมีส่วนผสมของสัตว์ปีกและสัตว์เท้ากีบ และชนิด ที่บรรจุกระป๋องหรือ retort pouch ที่มีส่วนผสมของเนื้อวัว โรงงานส่งออกของไทยจะต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานตรวจสอบสุขอนามัยพืชและสัตว์ (APHIA) ของไต้หวันอ้างอิงข้อ 1 ของ Quarantine Requirements for the Importation of Dog and Cat Food ของไต้หวัน โรงงานไทยที่ประสงค์จะส่งออกไปไต้หวันสามารถยื่นเรื่องผ่านกรมปศุสัตว์ไทย ปัจจุบัน (มีนาคม 2026) โรงงานของไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนส่งออกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงไปยังไต้หวันได้ มีจำนวน 27 โรงงาน (รายละเอียดดูที่ https://www.aphia.gov.tw/ws.php?id=14537)
7.2 สำหรับอาหารสัตว์เลี้ยงที่ทำจากสัตว์น้ำ และอาหารบรรจุกระป๋องหรือ retort pouch ที่ไม่มีส่วนผสมของวัว สามารถนำเข้าได้โดยโรงงานส่งออกของไทยไม่ต้องผ่านการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานตรวจสอบสุขอนามัยพืชและสัตว์ (APHIA) ของไต้หวัน
8. อัตราภาษีศุลกากร
อัตราภาษีนำเข้าสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง มีดังนี้
พิกัดศุลกรกร | รายการ | อัตราภาษี (WTO) |
|---|---|---|
2309 1000 00 2 | Dog or cat food, put up for retail sale | 2.0% |
4201 0000 10 7 | Saddlery and harness for any animal (including traces,leads, knee pads, muzzles, saddle cloths, saddle bags,dog coats and the like), of textile materials | 7.5% |
4201 0000 20 5 | Saddlery and harness for any animal (including traces,leads, knee pads, muzzles, saddle cloths, saddle bags,dog coats and the like), of leather or composition leather | 7.5% |
4201 0000 30 3 | Saddlery and harness for any animal (including traces,leads, knee pads, muzzles, saddle cloths, saddle bags,dog coats and the like), of plastics | 7.5% |
4201 0000 90 0 | Saddlery and harness for any animal (including traces,leads, knee pads, muzzles, saddle cloths, saddle bags,dog coats and the like), of other materials | 7.5% |
4205 0090 10 4 | Pet chews, manufactured by animal origin rawhide | 7.5% |
9. งานแสดงสินค้าที่สำคัญ
ในไต้หวันมีการจัดงานแสดงสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงในแต่ละปีจำนวนหลายครั้งและหลายเมือง ส่วนใหญ่เป็นงานที่ขายปลีกให้แก่ผู้บริโภคทั่วไป โดยผู้ส่งออกไทยอาจใช้เป็นช่องทางในการเจรจาธุรกิจเพื่อขยายตลาดสินค้าไปยังไต้หวันได้เช่นกัน
Taipei Pets Show จัดโดย Chan Chao International Co., Ltd. จัดช่วงเดือนกรกฎาคม https://www.aquapets-show.com.tw/taipei/en/ เป็นงานที่มีต่างชาติเข้าร่วมแสดงสินค้าด้วย เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลี ไทย
Taipei Pets Fair จัดที่ Taipei World Trade Center เมืองไทเป จัดโดย Sanglien Exhibition จัดปีละ 2 ครั้ง ช่วงเดือน เมษายน และ พฤศจิกายน https://pet-fair.top-link.com.tw/about.php
Pets Show in Taichung จัดที่ เมืองไทจง ระหว่างเดือนพฤศจิกายน โดย Bosstar International Co Ltd. https://www.bosstar.com.tw/about-me/
10. สรุปและข้อเสนอแนะ
ชาวไต้หวันมีความนิยมในการเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตลาดสินค้าสัตว์เลี้ยงจึงมีโอกาสขยายตัว ได้อีก ในขณะที่ประเทศไทยมีแหล่งวัตถุดิบในการผลิตอาหารเพียงพอและมีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยเป็น ที่ยอมรับของผู้บริโภคในไต้หวัน ทำให้ไทยครองส่วนแบ่งตลาดสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นอันดับ 1 ในไต้หวัน ในส่วนสินค้าของใช้สัตว์เลี้ยงไทยยังคงเสียเปรียบด้านต้นทุนต่อคู่แข่งขันสำคัญคือจีน ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจะต้องหาทางพัฒนายกระดับคุณภาพสินค้า โดยเน้นการออกแบบ เพิ่มคุณค่าและประโยชน์ใช้สอย เพื่อให้ผู้บริโภคยอมรับและสามารถแข่งขันในตลาดได้ ผู้ส่งออกไทยที่ประสงค์จะขยายตลาดไปยังไต้หวันติดต่อผู้นำเข้าสำคัญตามลิงค์ ดังนี้
Taiwan External Trade and Development Council https://www.taiwantrade.com/home.html
Taiwan International Trade Administration https://fbfh.trade.gov.tw/fb/web/queryBasicf.do
Importers and Exporters Association Of Taipei https://www.ieatpe.org.tw/en/members.aspx
Taichung Importers & Exporters Chamber Of Commerce
https://www.ieat.org.tw/desktopdefault.aspx?portalid=1&panelid=40&tabindex=0&tabid=216
Taiwan Yellow Pages http://www.taiwan-yellowpages.com.tw/
-----------------------------------------
รายงานโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา (ส่วนที่ 2)
โทร. 886-2-2723 1800 โทรสาร. 886-2-2723 1821
อีเมล์ thaicom.taipei@msa.hinet.net
มิถุนายน 2569