
อุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวที่ทำจากเนื้อสัตว์กำลังกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าอาหารแปรรูปที่มีการเติบโตสูงในจีน ซึ่งจีนเป็นประเทศที่มีฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่และมีพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เน้นความสะดวกเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพ รสชาติและคุณค่าทางโภชนาการมากยิ่งขึ้น จนเกิดเป็นแนวคิดการบริโภคเพื่อสุขภาพ เช่น สินค้าน้ำตาลต่ำ ไขมันต่ำ มีใยอาหารและโพรไบไอติกในสินค้าขนมขบเคี้ยวที่ทำจากเนื้อสัตว์ รวมถึงมีการพัฒนาสินค้าที่หลากหลาย เช่น สินค้าที่ทำจากเนื้อวัว เนื้อไก่และเนื้อเป็ด รวมถึงส่วนประกอบต่าง ๆ เพื่อเปิดตลาดสินค้ารสชาติใหม่ ๆ
1. มูลค่าตลาดขนมขบเคี้ยวของจีน
ในปี 2568 มูลค่าตลาดอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวของจีนอยู่ที่ 1,180,400 ล้านหยวน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,237,800 ล้านหยวนในปี 2570 แนวโน้มของการเติบโตของอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวสะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับการบริโภคของชาวจีน และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบพักผ่อน (Relaxing Lifestyle) ของคนจีนในปัจจุบัน การเติบโตของอุตสาหกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่มาจากจำนวนประชากรที่มากและกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการบริโภคของชาวจีนที่รับประทานขนมเพื่อสุขภาพ และการเลือกซื้อสินค้าทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

2. ปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคจีนพิจารณาเมื่อซื้อขนมขบเคี้ยวที่ทำจากเนื้อสัตว์
ในปี 2568 ปัจจัยที่ผู้บริโภคจีนให้ความสำคัญมากที่สุด คือ รสชาติ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 49.73 รองลงมา คือ ความสมเหตุสมผลของราคา ร้อยละ 45.27 นอกจากนี้ วัตถุดิบอาหารและคุณภาพของสินค้าก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคจีนให้ความสนใจ ร้อยละ 43.92 และ 43.78 ตามลำดับ ดังนั้น พฤติกรรรมผู้บริโภคจีนในการซื้อขนมขบเคี้ยวที่ทำจากเนื้อสัตว์หลัก ๆ คือ รสชาติและราคาสินค้า ผู้ประกอบการจึงควรพัฒนานวัตกรรมด้านรสชาติอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการปรับต้นทุนให้เหมาะสม เพิ่มความโปร่งใสของวัตถุดิบและการรับประกันคุณภาพของสินค้า เพื่อให้สามารถตอบสนอง ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครบถ้วน

3. รสชาติจากเนื้อสัตว์ที่ผู้บริโภคจีนชื่นชอบ
ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า ในปี 2568 เนื้อวัวเป็นวัตถุดิบที่จีนนำมาผลิตเป็นขนมขบเคี้ยวมากที่สุด โดยมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 68.51 รองลงมา คือ เนื้อไก่ ซึ่งได้รับความนิยมไม่น้อย มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 56.62 ขณะที่เนื้อเป็ดและเนื้อหมูมีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 43.11 และ 41.08 ตามลำดับ ดังนั้น ผู้ประกอบการอาจพิจารณาพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงส่งเสริมการขายสินค้าจากเนื้อวัวและเนื้อไก่ รวมถึงอาจพิจารณาสำรวจโอกาสในการพัฒนาวัตถุดิบทางเลือก เช่น เนื้อเป็ดและเนื้อหมู เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาด

4. คุณสมบัติด้านสุขภาพของขนมขบเคี้ยวที่ทำจากเนื้อสัตว์ที่ผู้บริโภคชาวจีนให้ความสำคัญ
สิ่งที่ผู้บริโภคชาวจีนให้ความสำคัญมากที่สุด เมื่อเลือกซื้อขนมขบเคี้ยวจากเนื้อสัตว์ คือ การไม่ใส่วัตถุกันเสีย/สารเติมแต่ง/สีหรือกลิ่นสังเคราะห์ โดยมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 48.24 รองลงมาคือ มีใยอาหาร/โพรไบโอติก ร้อยละ 40.81 นอกจากนี้ ยังนิยมเลือกซื้อสินค้าที่มีน้ำตาลต่ำ และปราศจากกลูเตน/สารก่อภูมิแพ้ ร้อยละ 38.24 และ 30.68 ตามลำดับ

. ตัวอย่างแบรนด์/สินค้าขนมขบเคี้ยวที่ทำจากเนื้อสัตว์ของจีน
Mr. Kangaroo
ก่อตั้งตั้งแต่ปี 2560 เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในด้านอาหารพร้อมรับประทานเพื่อสุขภาพ มุ่งเน้นโปรตีนจากเนื้อสัตว์ เบเกอรี่ไฟเบอร์สูง มีสินค้าภายใต้แบรนด์รวมกว่า 80 รายการสินค้า Mr. Kangaroo มีความเข้มงวดในการผลิตอาหารตั้งแต่การคัดสรรแหล่งที่มาของวัตถุดิบและการปรุงอาหาร มุ่งเน้นการลดไขมัน น้ำตาลทรายและสารเติมแต่งในอาหาร จนกระทั่งปี 2568 สินค้าของ Mr. Kangaroo ได้ขยายตลาดไปทั่วทุกภูมิภาคของจีน และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง


ความคิดเห็น สคต.
จากสถานการณ์อุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวที่ทำมาจากเนื้อสัตว์ในจีน มีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงการขับเคลื่อนตลาดด้วยคุณภาพของสินค้ามากกว่าความสะดวก จึงถือเป็นโอกาสสำคัญของสินค้าไทยในการเข้าสู่ตลาดจีน เช่น เนื้ออบแห้ง หมูหยอง หมูแผ่นหรือไก่ปรุงรส เนื่องจากมีจุดแข็งด้านรสชาติที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันจีนยังไม่อนุญาตให้นำเข้าสินค้าเนื้อวัวและหมูแปรรูปจากไทย อนุญาตให้นำเข้าเฉพาะสินค้าจากเนื้อไก่และส่วนประกอบจากไก่ และปลาจากไทย ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขายสินค้าในตลาดจีน อาจพิจารณาขยายตลาดสินค้าขนมขบเคี้ยวจากไก่หรือปลาก่อน โดยสินค้าขนมขบเคี้ยวที่ทำมาจากเนื้อปลาของไทย ถือเป็นสินค้าใหม่ที่มีศักยภาพในตลาดจีน โดยอาจพิจารณาสร้างความแตกต่างของสินค้าด้วยการนำเสนอรสชาติใหม่ ๆ ที่สะท้อนความเป็นไทยอย่างรสต้มยำกุ้ง อย่างไรก็ตาม การนำเข้าสินค้าเนื้อสัตว์จากต่างประเทศมีข้อจำกัดหลายอย่าง ผู้ประกอบการควรมีการศึกษากฎระเบียบและมาตรฐานในการนำเข้าของจีน อย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันความเสียหายทางธุรกิจในอนาคต
*************************************
ที่มา: https://www.iimedia.cn/