
กระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์ (Department of Agriculture: DA) เปิดเผยว่า โรงสีข้าวให้คำมั่นที่จะปรับเพิ่มราคารับซื้อข้าวเปลือกทั้งที่มีความชื้นสูงและแห้ง ขณะเดียวกัน ผู้นำเข้าข้าวตกลงที่จะนำเข้าข้าวล็อตแรกปริมาณ 300,000 ตัน ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวสูงสุด
นาย Arnel V. De Mesa ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตร (DA) แถลงว่า การให้คำมั่นดังกล่าวเป็นผลจากการหารือระหว่างกระทรวงเกษตรกับผู้ประกอบการโรงสีข้าวและผู้นำเข้า ในช่วงการเริ่มต้นเก็บเกี่ยวข้าวฤดูแล้ง (dry-season harvest) ที่เร็วกว่าปกติ โรงสีข้าวตกลงที่จะรับซื้อข้าวเปลือกในราคาขั้นต่ำ 17 เปโซต่อกิโลกรัม สำหรับข้าวเปลือกที่มีความชื้นสูง และ 21 เปโซต่อกิโลกรัม สำหรับข้าวเปลือกแห้ง โดยเฉพาะแหล่งปลูกข้าวหลักในภูมิภาคลูซอนตอนเหนือและลูซอนตอนกลาง คาดว่าจะสามารถคงราคานี้ไว้ได้จนสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยวในเดือนเมษายน ทั้งนี้ การปรับเพิ่มราคารับซื้อข้าวเปลือก ณ ไร่นาดังกล่าว คาดว่าจะช่วยสนับสนุนเกษตรกรอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากราคาข้าวเปลือกได้ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดปีที่ผ่านมา ข้อมูลเบื้องต้นจากสำนักงานสถิติแห่งชาติฟิลิปปินส์ (Philippine Statistics Authority: PSA) ระบุว่า ราคาเฉลี่ยข้าวเปลือกแห้ง ณ ไร่นา ทั่วประเทศในปี 2568 อยู่ที่ 17.70 เปโซต่อกิโลกรัม ลดลงร้อยละ 24.62 จากปี 2567 ที่อยู่ที่ 23.48 เปโซต่อกิโลกรัม โดยภายหลังจากการหารือกับผู้นำเข้า DA ได้กำหนดปริมาณการนำเข้าล็อตแรกประมาณ 300,000 ตัน จนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยจะมีการทบทวนตามสถานการณ์ตลาด ปริมาณดังกล่าวต้องมาถึงฟิลิปปินส์ภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อไม่ให้ตรงกับช่วงฤดูเก็บเกี่ยวสูงสุดในเดือนมีนาคมและเมษายน ทั้งนี้ ตามแนวปฏิบัติของสำนักงานอุตสาหกรรมพืช (Bureau of Plant Industry: BPI) การนำเข้าข้าวที่มาถึงหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 จะถูกส่งกลับไปยังประเทศต้นทาง โดยผู้นำเข้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ข้อมูลจาก BPI ระบุว่า การนำเข้าข้าวระหว่างวันที่ 1–15 มกราคม 2569 มีปริมาณ 178,397 ตัน ซึ่งเป็นปริมาณมากกว่าสองเท่าของที่คาดการณ์ไว้ที่ 71,772 ตัน ดังนั้น DA จะพิจารณากำหนดมาตรการห้ามนำเข้าข้าวหรือจำกัดปริมาณการนำเข้าเพิ่มเติมเมื่อเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวสูงสุดในเดือนมีนาคม ทั้งนี้ อัตราภาษีนำเข้าข้าวยังคงอยู่ที่ร้อยละ 15 จนกว่าจะมีประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ DA จะยังไม่มีการปรับเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าข้าวจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยการกำหนดรายละเอียดขั้นสุดท้ายจะดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันการเก็งกำไรในตลาดโดยไม่จำเป็น ภายใต้แนวทางปฏิบัติในการดำเนินการปรับอัตรานำเข้าข้าวตามที่กำหนดไว้ในคำสั่ง Executive Order No. 105 กำหนดให้อัตราภาษีนำเข้าข้าวสำหรับเดือนมกราคมต้องประกาศภายในวันที่ 15 มกราคม 2569 โดยอ้างอิงจากราคาข้าวหักร้อยละ 5 ของเวียดนาม ในเดือนธันวาคม 2568 และจะมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2569
ที่มา: หนังสือพิมพ์ Business World
บทวิเคราะห์และข้อคิดเห็น
• กระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า โรงสีข้าวได้ให้คำมั่นปรับเพิ่มราคารับซื้อข้าวเปลือก ในราคาขั้นต่ำ 17 เปโซต่อกิโลกรัม สำหรับข้าวเปลือกที่ความชื้นสูง และ 21 เปโซต่อกิโลกรัม สำหรับข้าวเปลือกแห้ง โดยเฉพาะในภูมิภาคลูซอนตอนเหนือและตอนกลาง เพื่อสนับสนุนเกษตรกรในช่วงการเก็บเกี่ยวข้าวฤดูแล้งที่เริ่มเร็วกว่าปกติ ขณะเดียวกัน ผู้นำเข้าข้าวตกลงนำเข้าล็อตแรกปริมาณ 300,000 ตัน โดยกำหนดให้นำเข้ามาภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อไม่ให้ตรงกับช่วงฤดูเก็บเกี่ยวสูงสุด โดยการนำเข้าข้าวที่มาถึงภายหลังจะถูกส่งกลับไปยังประเทศต้นทาง โดยผู้นำเข้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ตามแนวปฏิบัติของ BPI ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าการนำเข้าช่วงระหว่าง 1 – 15 มกราคม 2569 มีปริมาณ 178,397 ตัน ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้สองเท่า จึงมีความจำเป็นที่ DA จะพิจารณากำหนดมาตรการห้ามนำเข้าข้าวหรือจำกัดปริมาณการนำเข้าเพิ่มเติมเมื่อเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวสูงสุดในเดือนมีนาคม ทั้งนี้ อัตราภาษีนำเข้าข้าวยังคงอยู่ที่ร้อยละ 15 ภายใต้กรอบ Executive Order No. 105 เพื่อป้องกันการเก็งกำไรและรักษาเสถียรภาพตลาด สำหรับผู้ประกอบการไทย การปรับเพิ่มราคารับซื้อข้าวเปลือกของโรงสีและการกำหนดปริมาณการนำเข้าข้าว อาจมีผลต่อการแข่งขันด้านราคาข้าวและต้นทุนการผลิต เนื่องจากราคาข้าวเปลือกที่ปรับขึ้นอาจเพิ่มต้นทุนวัตถุดิบให้กับโรงสีและผู้ส่งออก ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การจัดซื้อและการบริหารสต็อก รวมถึงเฝ้าติดตามมาตรการควบคุมการนำเข้าและอัตราภาษี เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านราคาและรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจในระยะต่อไป ทั้งนี้ ในปี 2567 ฟิลิปปินส์นำเข้าข้าวรวม 4.77 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.10 จากปีก่อน โดยนำเข้าจากเวียดนามเป็นอันดับ 1 ปริมาณ 3.55 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 74.42 ของการนำเข้าข้าวทั้งหมด รองลงมาได้แก่ ไทย ปริมาณ 6.42 แสนตัน (ร้อยละ 13.46) และปากีสถาน ปริมาณ 3.09 แสนตัน (ร้อยละ 6.49) สำหรับในปี 2568 (เดือนมกราคม – ตุลาคม) ฟิลิปปินส์นำเข้าข้าวรวม 3.42 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 12.17 จากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน ที่มีปริมาณการนำเข้า 3.89 ล้านตัน โดยนำเข้าจากเวียดนามเป็นอันดับ 1 ปริมาณ 2.92 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 85.41 ของการนำเข้าข้าวทั้งหมด รองลงมาได้แก่ ไทย ปริมาณ 1.98 แสนตัน (ร้อยละ 5.80) และเมียนมา ปริมาณ 1.21 แสนตัน (ร้อยละ 3.54) ตามลำดับ
----------------------------------------------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา
มกราคม 2569