fb
ความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อชาวออสเตรเลียหลัง 1 กรกฎาคม 2569

ความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อชาวออสเตรเลียหลัง 1 กรกฎาคม 2569

โดย
Nongluk
ลงเมื่อ 09 กรกฎาคม 2569 14:20
สคต. ณ นครซิดนีย์ (ออสเตรเลีย) (TTC, Sydney (Australia))
2

ปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 มีการเปลี่ยนแปลงในประเด็นสำคัญๆ หลายประการที่มีผลต่อการดำรงชีวิต พฤติกรรมและการใช้จ่ายเงินของชาวออสเตรเลีย ดังนี้ 

  1. การปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ

ชาวออสเตรเลียมากกว่า 3 ล้านคนจะได้รับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำที่ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ อยู่ที่ 26.44 เหรียญออสเตรเลียต่อชั่วโมงหรือ 1,004.90 เหรียญออสเตรเลียต่อสัปดาห์ (อ้างอิงจากการทำงาน 38 ชั่วโมงก่อนหักภาษี) ที่เริ่มมีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของออสเตรเลียที่ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำสูงเกิน 1,000 เหรียญออสเตรเลียต่อสัปดาห์

  1. มาตรการตัด/ลดภาษีทันที 1,000 เหรียญออสเตรเลียโดยไม่ต้องแสดงหลักฐาน

ชาวออสเตรเลียมากกว่า 6 ล้านคนจะได้รับการลดภาษีทันที 1,000 เหรียญออสเตรเลียโดยไม่ต้องแสดงใบกำกับภาษี ซึ่งเป็นการดำเนินการตามนโยบายหาเสียงเลือกตั้งที่ให้ไว้ในปี 2568 มีผลบังคับปี 2569 และภายใต้แผนการลดหย่อนภาษี Stage Three Tax cut ฉบับปฏิรูปใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ผู้มีรายได้น้อย (ระหว่าง 18,201-45,000 เหรียญออสเตรเลียต่อปี) จะเสียภาษีลดลงจากร้อยละ 16 เป็นร้อยละ 15 และลดลงที่ร้อยละ 14 ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2570 ผู้เสียภาษีชาวออสเตรเลียทุกคนจะได้รับการลดหย่อนภาษีสูงสุด 268 เหรียญออสเตรเลียตั้งแต่วันที่ กรกฎาคม 2569 และการลดหย่อนภาษีสูงสุดจะเพิ่มเป็น 536 เหรียญออสเตรเลียในปี 2570  

  1. การเพิ่มเงินสวัสดิการช่วยเหลือครอบครัว (Centrelink Benefits)

ครอบครัวจะได้รับเงินสวัสดิการช่วยเหลือในการเลี้ยงดูบุตรเพิ่มขึ้นตามดัชนีค่าครองชีพ เพื่อบรรเทาผลกระทบแก่ครอบครัวที่มีบุตร ดังนี้

  • เงินสวัสดิการ Family Tax Benefit A จะได้รับเงินเพิ่มสูงสุดจำนวน 235.48 เหรียญออสเตรเลียทุก 2 สัปดาห์ในการเลี้ยงดูบุตรที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปีต่อคน และเงิน 306.46 เหรียญออสเตรเลียทุก 2 สัปดาห์ต่อคนสำหรับบุตรที่มีอายุ 13 ปีขึ้นไป

  • Family Tax Benefit B ครอบครัวจะได้รับเงินสวัสดิการเพิ่มสูงสุดจำนวน 200.34 เหรียญออสเตรเลียทุก 2 สัปดาห์สำหรับครอบครัวที่มีบุตรอายุต่ำกว่า 5 ขวบและเงิน 139.86 เหรียญออสเตรเลียทุก 2 สัปดาห์สำหรับครอบครัวที่มีบุตรอายุน้อยที่สุดตั้งแต่ 5 ขวบขึ้นไป

  1. ปรับเกณฑ์ภาษี Medicare Levy Surcharge (MLS)

การปรับเพิ่มเพดานการชำระภาษี Medicare levy surcharge (MLS) ซึ่งเป็นภาษีค่าธรรมเนียมพิเศษร้อยละ 1-1.5 ที่รัฐบาลเรียกเก็บเพิ่มเติมจากภาษีปกติ Medicare Levy ที่เรียกเก็บร้อยละ 2 โดยภาษี MLS จะเรียกเก็บจากผู้มีรายได้สูงกว่าเกณฑ์และไม่มีประกันสุขภาพเอกชนประเภทคุ้มครองโรงพยบาลเท่านั้น อัตราภาษีที่ต้องชำระเพิ่มตามเกณฑ์รายได้ที่ปรับเพิ่มขึ้นมีดังนี้   

- ปรับเพิ่มรายได้สำหรับคนโสดเพิ่มขึ้นจาก 101,000 เหรียญออสเตรเลียเป็น 105,000 เหรียญออสเตรเลียขึ้นไป

- รายได้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นจาก 202,000 เหรียญออสเตรเลียเป็น 210,000 เหรียญออสเตรเลียขึ้นไปมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569

  1. การขยายสิทธิ์โครงการลาคลอดที่ได้รับค่าจ้าง (Paid Parental Leave)

    ปรับเพิ่มจำนวนวันลาเพื่อการเลี้ยงดูบุตรที่มีค่าจ้าง (Paid parental leave : PPL) เพิ่มขึ้นอีก 10 วันเป็น 130 วันหรือ 26 สัปดาห์ โดยต้องได้รับค่าจ้างขั้นต่ำอัตราใหม่ที่ 1,004.90 เหรียญออสเตรเลียต่อสัปดาห์ และเพิ่มสิทธิ์วันลาเพื่อช่วยเหลือในการเลี้ยงดูบุตรของบิดาจาก 15 วันเป็น 20 วัน ส่งผลให้ครอบครัวที่ใช้สิทธิ์เต็มจำนวนจะได้รับเงินสนับสนุนรวมเกือบ 30,000 เหรียญออสเตรเลียตลอดระยะเวลาการลา

  2. ปฏิรูประบบเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Payday Super และ Superannuation) 

    - ระบบ Payday Super: ข้อบังคับใหม่กำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบกองทุน (Superannuation) ของลูกจ้างพร้อมกันกับการจ่ายค่าจ้างในทุกงวด เพื่อป้องกันการค้างชำระและการเอารัดเอาเปรียบแรงงาน รวมถึงช่วยเพิ่มเงินออมเพื่อการเกษียณในระยะยาว

    - การปรับเพดานเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพปรับเพิ่มเพดานเงินสะสมแบบก่อนหักภาษี (Concessional Cap) เป็น 32,500 เหรียญออสเตรเลียต่อปีและปรับเพิ่ม เพดานเงินสะสมแบบหลังหักภาษี (Non-concessional Cap) เป็น 130,000 เหรียญออสเตรเลียต่อปี  

    - ลดสิทธิประโยชน์ด้านภาษีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ปรับเพิ่มอัตราภาษีสำหรับผู้ที่มีเงินสะสมในกองทุนเกิน ล้านเหรียญออสเตรเลียเป็นร้อยละ 30 (จากเดิมร้อยละ 15) และเงินสะสมในกองทุนที่เกิน 10 ล้านเหรียญออสเตรเลียจะถูกจัดเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 40

  3. ปรับลดมาตรการช่วยเหลือราคาน้ำมันชั่วคราวลงครึ่งหนึ่ง (Fuel excise)

    มาตรการบรรเทาค่าน้ำมันชั่วคราว (ซึ่งช่วยลดราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและดีเซลลง 32 เซนต์ต่อลิตร) จะถูกปรับลดความช่วยเหลือลงครึ่งหนึ่งเหลือ 16 เซนต์ต่อลิตรตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 และสิ้นสุดมาตรการอย่างเป็นทางการในวันที่ สิงหาคม 2569 ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้นและกระทบต่อต้นทุนการขนส่ง

8. การยกระดับกฎระเบียบเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและช่วยเหลือภาคธุรกิจ

  • ระบบคัดกรอง SMS เพื่อป้องกันมิจฉาชีพธุรกิจที่ส่งข้อความ SMS โดยใช้ชื่อแบรนด์หรือองค์กรจะต้องลงทะเบียนในระบบ SMS Sender ID Register อย่างเป็นทางการ หากไม่ดำเนินการข้อความดังกล่าวจะถูกระบุบนหน้าจอมือถือของผู้รับว่า "Unverified" (ยังไม่ได้ตรวจสอบ) เพื่อตัดช่องทางการหลอกลวง

  • กฎหมายควบคุมการตั้งราคาของซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ (Anti-Price Gouging): มีผลบังคับใช้เพื่อห้ามมิให้ห้างค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ฉวยโอกาสตั้งราคาจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคสูงเกินควรเมื่อเทียบกับต้นทุนการจัดหาและอัตรากำไรที่เหมาะสม

  • การขยายมาตรการหักค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินได้ทันทีสำหรับธุรกิจ SME (Instant Asset Write-off): รัฐบาลอนุมัติให้มาตรการนี้บังคับใช้เป็นการถาวรสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่มีรายได้รวมไม่เกิน 10 ล้านเหรียญออสเตรเลีย จะสามารถนำมูลค่าการซื้อสินทรัพย์ที่ใช้ในธุรกิจและมีมูลค่าต่ำกว่า 20,000 เหรียญออสเตรเลียมาหักลดหย่อนภาษีประจำปีได้ทันทีในปีภาษีนั้น

..................................................................................................

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์

ที่มา:

www.7news.com.au/ www.abc.net.au

Share :
Instagram