
ตลาดซอสเอเชีย (Oriental Sauce) ในสหรัฐอเมริกายังคงเติบโตแรงอย่างต่อเนื่องจากแรงขับเคลื่อนกระแสความนิยมอาหารนานาชาติการมองหาความสะดวกสบายในการทำอาหาร และความต้องการรสชาติแบบเอเชียแบบพรีเมียม
คาดการณ์มูลค่าตลาดจาก 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2568 เพิ่มเป็น 2.9 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2578 โดยมีอัตราการเติบโตคิดเป็นร้อยละ 61.1 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ภายในสิบปีข้างหน้า ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่ร้อยละ 4.9
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนตลาด
1. เทรนด์ความนิยมอาหารเอเชียเพิ่มสูงขึ้น ดันยอดขายพุ่ง
ผู้บริโภคชาวอเมริกันนิยมรับประทานอาหารเอเชียเพิ่มมากขึ้น เช่น Ramen , ผัดเส้น, Dumpling, Poke Bowl และอาหารสตรีทฟู้ด รวมทั้งกระแสอินฟลูเอนเซอร์ และอาหารพร้อมปรุง/ทาน (meal kits) ช่วยกระตุ้นให้ซอสเอเชียกลายเป็น “รสชาติพื้นฐาน” ของการทำอาหารยุคใหม่ ซึ่งส่งผลให้ซอสถั่วเหลือง ซอสเทอริยากิ โฮยซินซอส ซอสงา ซอสพริกกระเทียม และซอสหมักแบบต่าง ๆ กลายเป็นสินค้าหลักที่ต้องมีประจำในครัวเรือน ร้านอาหาร
2. สินค้าที่อำนวยความสะดวกเติบโตแรง
ซอสพร้อมใช้ เช่น ซอสหมัก ซอสจิ้ม ซอสเทใส่แล้วปรุงได้ทันที ขายดีในร้านค้าปลีกและช่องทางอีคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะในครัวเรือนเมืองที่มีเวลาน้อย
3. ความต้องการสินค้า Clean-Label และพรีเมียมมาแรง
ผู้ผลิตหลายรายปรับสูตรให้เป็นธรรมชาติมากขึ้น ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ลดโซเดียม ไม่มี GMO ไม่ใส่สารกันเสีย ใช้วัตถุดิบออร์แกนิก เน้นการหมักตามแบบดั้งเดิม สอดรับกับเทรนด์สุขภาพของผู้บริโภคในสหรัฐฯ ส่งผลให้ซอสพรีเมียมและซอสหมักตามต้นตำรับเติบโตเร็ว
4. การเติบโตของอาหารฟิวชันและธุรกิจร้านอาหาร
ร้านอาหารในสหรัฐฯ ประเภท Fast Casual ไปจนถึง Fine Dining เพิ่มเมนูสไตล์เอเชียมากขึ้น เช่น Korean BBQ, Yakitori, Thai bowls และ Indo-Chinese ส่งผลให้ความต้องการใช้ซอสเอเชียในกลุ่มธุรกิจบริการอาหาร (foodservice) ขยายตัวอย่างชัดเจน
5. การเติบโตกระจายทั่วภูมิภาค
ภูมิภาค West Coast อย่างรัฐแคลิฟอร์เนียและวอชิงตันยังเป็นศูนย์กลางการบริโภคสูงสุดด้วยฐานประชากรมีความหลากหลายและวัฒนธรรมเอเชียที่มีความเข้มแข็ง
ภูมิภาค Northeast เช่น รัฐนิวยอร์กและเมืองบอสตัน มีการเติบโตจากร้านค้าปลีกประเภท specialty stores และตลาดอาหารสำหรับกลุ่มชาติพันธุ์
ภูมิภาคทางใต้ South ประชากรหลากหลายเพิ่มขึ้นและร้านอาหารเอเชียขยายตัวรวดเร็ว โดยเฉพาะในเท็กซัสและฟลอริดา
ภูมิภาค Midwest Meal kits และ multicultural foods เติบโตในร้านค้าปลีกกระแสหลัก
โครงสร้างตลาดและความท้าทาย
แม้มีโอกาสเติบโตสูง แต่ตลาดยังเผชิญปัญหาต้นทุนวัตถุดิบ การพึ่งพาการนำเข้า เช่น ถั่วเหลือง งา และเครื่องเทศ รวมถึงแรงกดดันด้านราคาที่เกิดจากซอสพรีเมียมต้นทุนสูง นอกจากนี้ ผู้ผลิตต้องรักษาความ “แท้” ของรสชาติให้ถูกใจทั้งผู้บริโภคชาวอเมริกันและกลุ่มลูกค้าที่คาดหวังความดั้งเดิม
ตลาดยังคงมีผู้เล่นสำคัญหลายราย เช่น Kikkoman, Lee Kum Kee, Annie Chun’s, San-J, Huy Fong Foods และผู้ผลิตซอสเอเชียรายพิเศษอีกจำนวนมาก ซึ่งต่างแข่งขันในด้านนวัตกรรม ความยั่งยืน และความหลากหลายของรสชาติ
ข้อคิดเห็น
แนวโน้มอนาคตของซอสเอเชียในตลาดสหรัฐฯ จากสินค้าเฉพาะกลุ่ม จะก้าวขึ้นเป็นสินค้าพื้นฐานในครัวเรือนอเมริกัน และร้านอาหาร จากแรงผลักดันของความต้องการอาหารสุขภาพ ความสะดวก และกระแส การทดลองรสชาติใหม่
ตลาดมีระดับการแข่งขันสูง มีทั้งผู้เล่นรายใหญ่และแบรนด์เฉพาะทางที่เน้น ความแท้ของรสชาติ ความยั่งยืนของวัตถุดิบ นวัตกรรมรสชาติและบรรจุภัณฑ์
โอกาสเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ผลิต