
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของแอฟริกาใต้สำหรับปี 2569–2570 โดยระบุว่า ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกผ่านราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ส่งผลให้แนวโน้มเศรษฐกิจของแอฟริกาใต้และภูมิภาค Sub-Saharan Africa อ่อนแอลง
ในรายงาน World Economic Outlook ฉบับเดือนเมษายน 2569 IMF ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของแอฟริกาใต้ในปี 2569 เหลือ 1.0% จากเดิม 1.4% ที่ประเมินไว้เมื่อเดือนมกราคม และปรับลดคาดการณ์ปี 2570 เหลือ 1.3% จากเดิม 1.5% โดย IMF ระบุว่า ราคาน้ำมันและต้นทุนด้านพลังงานที่สูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การบริโภค และต้นทุนการดำเนินธุรกิจในหลายประเทศ รวมถึงแอฟริกาใต้ ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังและธนาคารกลางแอฟริกาใต้ (South African Reserve Bank: SARB) คาดว่าเศรษฐกิจจะสามารถขยายตัวใกล้ระดับ 2%
ในระยะกลาง
IMF ยังปรับลดคาดการณ์การเติบโตของภูมิภาค Sub-Saharan Africa ลงเช่นกัน โดยจากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 4.6% ในปี 2569–2570 เหลือ 4.3% และ 4.4% ตามลำดับ ขณะเดียวกัน คาดว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยของภูมิภาคจะเพิ่มขึ้นจาก 3.4% ในปี 2568 เป็น 5% ในปี 2569 สะท้อนผลกระทบจากราคาน้ำมันและปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้น ความเสี่ยงด้านการขาดแคลนเชื้อเพลิง และต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานและสินค้าเกษตร
หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IMF (Mr. Pierre-Olivier Gourinchas) กล่าวว่า หลายประเทศในภูมิภาคกำลังเผชิญการชะลอตัวทางเศรษฐกิจควบคู่กับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น โดยประเทศผู้นำเข้าพลังงานจะได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศผู้ส่งออกพลังงาน ขณะที่ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ IMF (Ms. Deniz Igan) ระบุว่า ก่อนเกิดความขัดแย้ง ภูมิภาค Sub-Saharan Africa มีแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดีจากการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่อยู่ในระดับเหมาะสม และสภาพการเงินที่เอื้อต่อการลงทุน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันได้ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ราคาสินค้าโภคภัณฑ์นอกกลุ่มน้ำมันอ่อนตัวลง และเงื่อนไขทางการค้าของประเทศผู้นำเข้าน้ำมันแย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ IMF ยังแสดงความกังวลต่อผลกระทบด้านความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค เนื่องจากราคาปุ๋ยที่เพิ่มขึ้นจะกระทบต้นทุนภาคเกษตรกรรมโดยตรง ขณะที่หลายประเทศในแอฟริกายังคงพึ่งพาภาคเกษตรเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ความช่วยเหลือจากต่างประเทศยังมีแนวโน้มลดลง โดยความช่วยเหลือทวิภาคีในบางประเทศอาจลดลงถึง 16–28% ในปี 2569 ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมในภูมิภาคมากขึ้น
ในระดับโลก IMF ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2569 เหลือ 3.1% จากเดิม 3.3% พร้อมระบุว่า ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันยังอยู่ในระดับสูง โดยสถานการณ์ในตะวันออกกลางได้ส่งผลให้แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่เคยมีเสถียรภาพเริ่มอ่อนแรงลง ทั้งนี้ IMF เห็นว่าผลกระทบจะไม่เท่ากันในแต่ละประเทศ โดยกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ประเทศรายได้น้อย และประเทศผู้นำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์ จะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากต้นทุนพลังงานและอาหารที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ IMF ยังเน้นย้ำว่า ผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกจำเป็นต้องดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวัง โดยธนาคารกลางควรควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับเหมาะสมโดยไม่ใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดจนกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่นโยบาย
การคลังควรมุ่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างตรงจุด ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคในระยะยาว
ข้อมูลเพิ่มเติมและความเห็นของสำนักงานฯ : การปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจของ IMF สะท้อนว่าแอฟริกาใต้และภูมิภาค Sub-Saharan Africa ยังคงมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความผันผวนด้านพลังงานและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก ซึ่งอาจส่งผลต่อกำลังซื้อ ต้นทุนการดำเนินธุรกิจ และการลงทุนในภูมิภาคในระยะต่อไป ทั้งนี้ ราคาน้ำมันและต้นทุนขนส่งที่สูงขึ้นอาจกระทบต้นทุนการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าเกษตรของแอฟริกาใต้ ขณะเดียวกัน ภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นอีกด้วย
เครดิตภาพและที่มาข่าว www.businessreport.co.za
ประมวลโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงพริทอเรีย
พฤษภาคม 2569