
สปป.ลาว และสาธารณรัฐเกาหลี ยกระดับความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด ผ่านงาน “The 2nd Korea–Laos Net-Zero Partnership 2026” ซึ่งจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ณ นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีองค์การ KOTRA เป็นแกนนำ ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า และสถาบัน GGGI มีเป้าหมายดึงดูดการลงทุนสีเขียวและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อสนับสนุนลาวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมสร้างโอกาสรายได้ใหม่จากตลาดคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศ
นาย มะไลทอง กมมะสิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า เน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำเงินทุนและเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาผสานกับศักยภาพภายในประเทศ พร้อมยืนยันถึงความตั้งใจของรัฐบาลลาวในการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลักดันเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ด้าน Koo Bon Kyung ประธาน KOTRA ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย กล่าวว่า ลาวมีศักยภาพสูงที่จะเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์สำคัญของนักลงทุนเกาหลีใต้ โดยภายในงานมีบริษัทชั้นนำจากเกาหลีใต้ 17 แห่ง นำเสนอเทคโนโลยีด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) การผลิตพลังงานจากขยะ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบติดตามคาร์บอน
นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจแบบ 1:1 เพื่อเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐและผู้พัฒนาโครงการ
ของลาวกับแหล่งเงินทุนและเทคโนโลยีจากเกาหลีใต้ โดยมุ่งเปลี่ยนแนวนโยบายด้านพลังงานสะอาดให้เกิดเป็นโครงการลงทุนจริง ไฮไลต์สำคัญของงานคือการประกาศลงนามต่ออายุ บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกลุ่มนักลงทุนเกาหลี CS Tech และ Dasco กับบริษัท ผลิต-ไฟฟ้าลาว มหาชน (EDL-Gen) เพื่อเดินหน้าโครงการ พลังงานแสงอาทิตย์ลอยน้ำ (Floating Solar) ที่ห้วยลำพันตอนล่าง ความร่วมมือนี้ไม่ได้มุ่งเฉพาะการผลิตพลังงานสะอาดเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ลาวพัฒนาระบบ คาร์บอนเครดิตและการซื้อขายผลการลดการปล่อยก๊าซระหว่างประเทศ ภายใต้ มาตรา 6.2 ของความตกลงปารีส (Paris Agreement) การลงนามครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างลาว–เกาหลีใต้ให้กลายเป็นโครงการธุรกิจระยะยาว ซึ่งสามารถสร้างทั้ง ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การลงทุนสีเขียว และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมกัน
ที่มา: Laox.la