fb
งาน Automechanika Frankfurt 2026 ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ ผู้ร่วมงานและผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

งาน Automechanika Frankfurt 2026 ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ ผู้ร่วมงานและผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

โดย
praewas@ditp.go.th
ลงเมื่อ 16 กันยายน 2569 14:15
สคต. ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต (เยอรมนี) (TTC, Frankfurt (Germany))
5

งานแสดงสินค้า Automechanika Frankfurt 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-12 กันยายน 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้า Messe Frankfurt สร้างความประทับใจด้วยจำนวนผู้เข้าชมที่เพิ่มขึ้น โดยมีผู้เข้าชมงานกว่า 112,000 คน จาก 173 ประเทศทั่วโลก เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนในปี 2567 ที่มีผู้เข้าชมงาน 104,750 คน ด้วยจำนวนผู้จัดแสดงสินค้าถึง 4,400 รายจาก 80 ประเทศ ที่นำเสนอโซลูชันและบริการที่หลากหลายสำหรับทั้งศูนย์บริการซ่อมบำรุง ธุรกิจค้าปลีก และภาคอุตสาหกรรม โดยประเด็นสำคัญในปีนี้ ได้แก่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ (Software-defined Vehicles) ยานยนต์ที่เชื่อมต่อเครือข่าย ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ และระบบขับเคลื่อนทางเลือก รวมถึงความสำคัญของเทคโนโลยีเหล่านี้ต่อการซ่อมบำรุง การให้บริการ และตลอดวงจรชีวิตของยานยนต์โดยรวม

รูปแบบใหม่ที่ขยายมุมมองของอุตสาหกรรม

งานในปีนี้เปิดตัวโซน HighTech4Mobility เป็นครั้งแรก โดยมุ่งเน้นยานยนต์ที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ ระบบเชื่อมต่อ และบริการดิจิทัลโดยเฉพาะ เป็นเวทีให้บริษัทซอฟต์แวร์ สตาร์ทอัพ และตัวแทนจากศูนย์บริการซ่อมบำรุง ผู้ค้าปลีก และภาคอุตสาหกรรม มาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับข้อมูลยานยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และรูปแบบธุรกิจในตลาดหลังการขาย นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งพื้นที่โซนกิจกรรมและประสบการณ์ใหม่ ซึ่งเปลี่ยนพื้นที่จัดแสดงกลางแจ้งบริเวณหน้าฮอลล์ 9 และ 11 ให้เป็นเวทีสำหรับยานยนต์พิเศษและกิจกรรมเชิงโต้ตอบ อาทิ รถบรรทุกขับเคลื่อน 4 ล้อขนาดกลาง (Unimog) กิจกรรมท้าทายแบบอินเทอร์แอคทีฟ และเครื่องจำลองรถพลิกคว่ำ (Rollover Simulator) พร้อมทั้งพื้นจำลองเลนพิท (Automechanika Pit Lane) ความยาว 200 เมตร ใต้ซุ้มโค้งของฮอลล์ 4 ที่จัดแสดงรถแข่ง ช่างเทคนิค และบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการมอเตอร์สปอร์ต นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งเครือข่ายธุรกิจ ร่วมกับ FIVA, Bosch, DAT, Eucon และ ROWE เพื่อนำเสนอความเชี่ยวชาญด้านรถคลาสสิกและรถสะสม รวมถึงงาน AMBITION ในฮอลล์ Festhalle ที่มีนักเรียน นักศึกษา และผู้ฝึกงานกว่า 4,600 คนเข้าร่วมเพื่อเรียนรู้เส้นทางอาชีพในอุตสาหกรรมยานยนต์

ผู้เล่นใหม่และการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม

สหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (FIA) ได้นำเสนอผลการศึกษาแนวโน้มการสัญจรทั่วโลกบนเวที Innovation4Mobility โดยสำรวจผู้ใช้ถนนใน 10 ตลาดสำคัญ เปรียบเทียบระหว่างตลาดที่พัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ กรอบนโยบายที่แตกต่างกัน และสัดส่วนของรถยนต์ไฟฟ้า

นอกจากนี้ Automechanika Frankfurt ยังได้ประกาศความร่วมมือใหม่กับสมาคมผู้ผลิตยานยนต์นานาชาติ (VDIK) เพื่อขยายบทบาทให้กับผู้ผลิต ผู้ค้าปลีก ศูนย์บริการซ่อมบำรุง และผู้ให้บริการต่างๆ ได้มาพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในตลาดรถยนต์ ผู้เชี่ยวชาญ
ในอุตสาหกรรมจำนวนมากเห็นตรงกันว่าการใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นปัจจัยสำคัญในการทำงานของศูนย์บริการซ่อมบำรุง โดยเฉพาะในด้านการวินิจฉัยปัญหา โดยนาย Arnd Franz ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Mahle กล่าวว่า จำเป็นต้องมีมาตรฐานข้อมูลร่วมกัน เช่น สำหรับการตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่

ขณะเดียวกัน แม้ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แต่อุตสาหกรรมยานยนต์ของเยอรมนียังคงเผชิญแรงกดดัน จากผลสำรวจครึ่งปีของสมาพันธ์การค้าและซ่อมยานยนต์แห่งเยอรมนี (ZDK) ซึ่งสำรวจตัวแทนจำหน่ายและอู่ซ่อมรถเกือบ 400 แห่ง พบว่าธุรกิจศูนย์บริการซ่อมบำรุงยังคงเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคง ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกรถยนต์ยังคงเผชิญความท้าทาย ZDK คาดการณ์ว่าจะมีการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ใหม่ถึง 817,000 คันในปี 2569 สูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้อย่างมาก โดยความต้องการจากผู้บริโภครายย่อยเติบโตเร็วเป็นพิเศษ คาดว่าจะมีการจดทะเบียน BEV ใหม่จากกลุ่มนี้มากกว่า 370,000 คัน

นาย Thomas Peckruhn ประธาน ZDK กล่าวว่า ยานยนต์ไฟฟ้ายังคงขยายส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการการเปลี่ยนผ่านนี้ให้สมเหตุสมผลในเชิงการเงิน โดยความสามารถในการซื้อ ความเหมาะสมในการใช้งาน และคำแนะนำที่ถูกต้องแก่ลูกค้ายังคงเป็นปัจจัยชี้ขาด ผลสำรวจ "puls" ที่ ZDK ว่าจ้างยังยืนยันว่า BEV เป็นตัวเลือกอันดับแรกของผู้ที่มีแผนซื้อรถยนต์อย่างชัดเจนถึงร้อยละ 36 แม้ต้นทุนการจัดหาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ

ความรู้เชิงปฏิบัติผสานเทคโนโลยีใหม่

กิจกรรมเวิร์กช็อปภาคปฏิบัติได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะหัวข้อการซ่อมกระจกและการพ่นสีด้วยหุ่นยนต์ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยสนับสนุน ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับผู้ประกอบการจำนวนมาก และมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมอบรมจนเต็มทุกรอบ

ผู้ประกอบการหลายรายได้แสดงความคิดเห็นต่องานในปีนี้ อาทิ นาย Ralf Hattler รองประธานฝ่ายบริการลูกค้าและหลังการขายของ BMW Group ระบุว่า การหารือภายในงานตอกย้ำความเชื่อว่าเครือข่ายบริการที่เชื่อถือได้ แพลตฟอร์มดิจิทัล เศรษฐกิจหมุนเวียน และการผลิตใหม่ (Remanufacturing) มีความสำคัญมากกว่าที่เคยเป็นมา 

นาย Hartmut Abeln ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TÜV NORD Mobilität กล่าวว่า งานในปีนี้แสดงให้เห็นถึงความสนใจอย่างมากต่อรูปแบบการนำข้อมูลด้านสุขภาพมาบูรณาการเข้ากับข้อมูลของยานยนต์ รถยนต์แห่งอนาคตไม่ควรทำหน้าที่เพียงแค่พาเราเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งเท่านั้น แต่ในระยะยาว รถยนต์จะสามารถตรวจจับปัญหาสุขภาพได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ช่วยลดความเสี่ยง และส่งเสริมสุขภาวะที่ดีในระหว่างการขับขี่ได้อีกด้วย

Share :
Instagram