
เวียดนามกำลังก้าวขึ้นสู่จุดหมายสำคัญของนักลงทุนและธุรกิจทั่วโลก

กรมศุลกากรเวียดนามระบุว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่านำเข้า สินค้ากลุ่มอาหาร เช่น นม เนื้อสัตว์ และผักผลไม้ เป็นต้น รวมถึงสินค้ากลุ่ม อุปโภคบริโภค เช่น ผลิตภัณฑ์ไม้มีมูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 11–27 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำลังซื้อภายในประเทศ พฤติกรรมการบริโภคของผู้บริโภคเวียดนามที่มี ความต้องการสินค้าจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนความเปิดกว้างทางการค้าของเวียดนาม ล้วนเป็น ปัจจัยที่สร้างแรงดึงดูดให้แก่สินค้าและผู้ประกอบการจากต่างประเทศ
ปัจจุบันสินค้านำเข้ามีบทบาทในตลาดเวียดนามหลายกลุ่มสินค้า อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงของความต้องการบริโภค ภายในประเทศทำให้เวียดนามกลายเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการต่างชาติ
นาย Mathias Sandholt Knauf จากสภาเกษตรและอาหารเดนมาร์กกล่าวว่า ผู้ประกอบการเดนมาร์กจำนวนมาก มองเวียดนามเป็นตลาดสำคัญ เนื่องจากเวียดนามเป็นศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นประตูสู่ตลาดใน ภูมิภาค ในขณะที่การพัฒนาและปรับปรุงภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารของเวียดนามอย่างรวดเร็ว กำลังสร้างโอกาส ทางธุรกิจใหม่ๆ ให้แก่ผู้ประกอบการต่างชาติ
สำหรับกลุ่มไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ เวียดนามนำเข้ามากกว่า 2,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 16 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยผู้ประกอบการระบุว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีบริษัทต่างชาติจำนวนมากเข้ามามองหาโอกาสร่วมมือ ด้านการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์และสินค้าจากไม้ในเวียดนาม
นาย Phạm Duy Doanh รองประธานบริษัท Mộc Phát กล่าวว่า ผู้ประกอบการจากยุโรปและเกาหลีใต้กำลังหันมา เลือกเวียดนามเป็นตลาด เพื่อขยายธุรกิจมากขึ้น เนื่องจากมองเห็นว่าความต้องการของผู้บริโภคเวียดนามเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับราคาเป็นหลัก ปัจจุบันมีกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อและพร้อมเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพมากขึ้น
นาย Okabe Mitsutoshi หัวหน้าผู้แทน JETRO กล่าวว่า นอกจากภาคการผลิตแล้ว ในช่วงที่ผ่านมา JETRO ได้รับ ข้อเสนอการลงทุนจากธุรกิจบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจอาหาร ค้าปลีก การค้า และการจัดจำหน่าย และ คาดว่าแนวโน้มการลงทุนจากภาคบริการ รวมถึงการลงทุนและการค้าในเวียดนามจะเพิ่มขึ้นต่อไป
การมีเครือข่ายความตกลงการค้าเสรีและมาตรการด้านภาษีศุลกากรที่เอื้อต่อการค้า ทำให้เวียดนามเพิ่มโอกาสใน การเข้าถึงตลาดสำหรับสินค้าและผู้ประกอบการต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ตลาดที่เปิดกว้างมากขึ้นไม่ได้สร้างโอกาสให้แก่ ธุรกิจต่างชาติเท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้ประกอบการเวียดนามต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น และจำเป็นต้องยกระดับ ความสามารถในการแข่งขัน
(จาก https://vneconomy.vn/)
ข้อคิดเห็น สคต
เวียดนามเป็นตลาดที่มีบทบาทสำคัญต่อการค้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้รับแรงสนับสนุนจาก การเติบโตทางเศรษฐกิจ การขยายตัวของชนชั้นกลาง และการเชื่อมโยงทางการค้ากับต่างประเทศ ส่งผลให้โอกาสทาง ธุรกิจไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการส่งออกสินค้า แต่ยังครอบคลุมถึงการลงทุน การพัฒนาช่องทางจัดจำหน่าย และการสร้าง ความร่วมมือกับผู้ประกอบการท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการต่างชาติจำเป็นต้องเข้าใจโครงสร้างตลาดและ ความ ต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน เพื่อให้สามารถกำหนดกลยุทธ์เข้าสู่ตลาดได้อย่างเหมาะสม สำหรับผู้ประกอบการไทย ควรพิจารณาเวียดนามเป็นตลาดเป้าหมายในระยะยาว โดยใช้ประโยชน์จากความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์และ ความเชื่อมโยงทางการค้าระหว่างสองประเทศ พร้อมขยายโอกาสในกลุ่มสินค้าอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคที่ไทยมี ศักยภาพ ทั้งนี้ การแข่งขันกับผู้ประกอบการจากประเทศอื่นมีแนวโน้มเข้มข้นขึ้น จึงควรสร้าง ความแตกต่างผ่านคุณภาพ มาตรฐานสินค้า นวัตกรรม และการสร้างแบรนด์ ควบคู่กับการเลือกพันธมิตรและช่องทางจำหน่ายที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดและรักษาความสามารถในการแข่งขันในเวียดนามอย่างยั่งยืน