fb
ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของเปรู

ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของเปรู

โดย
Ratanaporn
ลงเมื่อ 07 สิงหาคม 2569 11:00
สคต. ณ กรุงซันติอาโก (ชิลี) (TTC, Santiago (Chile))
4

มื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 นางเคโกะ ฟูจิโมริ ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการให้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี รอบที่ 2 ของเปรู โดยเอาชนะนายโรแบร์โต ซานเชซ จากพรรค Juntos por el Perú อย่างเฉียดฉิว ซึ่งการประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากการลงคะแนนเสียงเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 และมีการทบทวนบัตรลงคะแนนที่มีการพิพาทจากหลายฝ่าย โดยนางเคโกะ ฟูจิโมริ ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569  และ ได้เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของเปรูอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569

นางเคโกะ ฟูจิโมริ นักการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยม บุตรสาวของอดีตประธานาธิบดี อัลแบร์โต ฟูจิโมริ เอาชนะนายโรแบร์โต ซานเชซ ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลชุดก่อนหน้าของนายเปโดร กัสติโย ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 50.135 ต่อร้อยละ 49.865 หรือมีคะแนนแตกต่างกันเพียง 50,000 คะแนน ถือเป็นการเลือกตั้งที่มีการลงคะแนนเสียงที่ใกล้เคียงกันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเปรู การลงสมัครรับเลือกตั้งของนางเคโกะ ฟูจิโมริ ครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 4 ซึ่งได้ชัยชนะและถือเป็นการสานต่อความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของผู้สมัครรับเลือกตั้งจากฝ่ายขวาในลาตินอเมริกา ที่รวมถึงโคลอมเบีย ชิลี คอสตาริกา โบลิเวีย เอกวาดอร์ และอาร์เจนตินา  

          นโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของประธานาธิบดีเคโกะ ฟูจิโมริ 

          รัฐบาลเปรูที่ผ่านมาหลายทศวรรษดำเนินนโยบายการคลังอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และให้ความสำคัญต่อการเปิดตลาด ส่งผลให้เปรูสามารถเติบโตและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ อย่างไรดี ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) และสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองระหว่างปี 2565 – 2567 ทำให้เปรูมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง จากรากฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของเปรู ทำให้เปรูสามารถฟื้นตัวได้รวดเร็ว โดยในปี 2567 มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ร้อยละ 3.5 และในปี 2568 มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ร้อยละ 3.4 รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศที่อยู่ในกลุ่มพัฒนาแล้วและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ อย่างไรก็ดี เปรูยังต้องเผชิญความท้าทายหลายประการ เช่น การขาดดุลงบประมาณที่ร้อยละ 2 ของ GDP การจ้างงานนอกระบบในระดับสูง อัตราการเกิดอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การคอรัปชัน การทำเหมืองแร่ผิดกฎหมาย เป็นต้น  

รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของประธานาธิบดีเคโกะ ฟูจิโมริ ให้ความสำคัญและเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งมีการกำหนดแผนงาน 100 มาตรการ แบ่งออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ ความมั่นคงของประชาชนและความสงบเรียบร้อยของสาธารณะ การฟื้นฟูเศรษฐกิจและการลงทุน การพัฒนาเกษตรกรรม พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน สุขภาพ และการพัฒนาสังคม และการศึกษา โดยหนึ่งในภารกิจหลัก คือ การฟื้นฟูเสถียรภาพทางการเมืองของเปรูจากการมีประธานาธิบดี 8 คนในระยะเวลา 10 ปี 

ความมั่นคง

ความมั่นคงเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญลำดับต้นของรัฐบาลชุดนี้ โดยมีการดกำหนดมาตรการที่เกี่ยวข้องจำนวน 25 มาตรการ เพื่อมุ่งปรับปรุงสถานการณ์ความไม่สงบต่าง ๆ ในประเทศ เช่น 

1) การใช้เรือนจำทางทหารเป็นเรือนจำชั่วคราวในการรองรับจำนวนผู้ก่ออาชญากรรม เพื่อเป็นการควบคุมการก่ออาชญากรรมอย่างทันท่วงที 

2) การสร้างเรือนจำขนาดใหญ่ที่มีการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด จำนวน 4 แห่ง ในพื้นที่ห่างไกล ป้องกันการใช้สัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตอย่างสมบูรณ์

3) การควบคุมพื้นที่ชายแดนโดยกองกำลังทหาร เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองของอาชญากรรมข้ามชาติ 

4) การปรับปรุงสถานีตำรวจสำคัญทั่วประเทศจำนวนกว่า 200 แห่ง เพื่อความทันสมัยและการพัฒนาความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รวมถึงการเพิ่มอัตราค่าตอบแทนเงินเดือนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็น 2 เท่า อย่างค่อยเป็นค่อยไป การกำหนดชั่วโมงการทำงานอย่างชัดเจน การชำระหนี้) 

5) การปรับโครงสร้างหน่วยงานตำรวจแห่งชาติ โดยการฟื้นฟูหน่วยตำรวจสืบสวน เพื่อเสริมสร้างระบบข่าวกรองด้านอาชญากรรมที่มีประสิทธิภาพ การลงโทษเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิดวินัยในทันที รวมถึง การบูรณาการระบบต่อต้านข่าวกรองของหน่วยงานตำรวจแห่งชาติ และกองทัพ  การจัดตั้งหน่วยข่าวกรองด้านการเงินพิเศษ (Special Financial Intelligence) และอาชญากรรมไซเบอร์ (Cybercrime Unit) ให้มีการดำเนินการงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

 

เศรษฐกิจและการลงทุน

รัฐบาลกำหนดมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุน จำนวน 25 มาตรการ ในด้านเศรษฐกิจ มุ่งเน้นการลดการขาดดุลงบประมาณให้เหลือร้อยละ 1 ของ GDP ภายในปี 2574 ในด้านการลงทุน มุ่งเน้นการส่งเสริมการลงทุนในประเทศ เช่น การยกเลิกขั้นตอนทางราชการที่ซ้ำซ้อนและไม่จำเป็น จำนวนกว่า 500 รายการสำหรับบริษัท การลดระยะเวลาทางกฎหมายลงร้อยละ 40 สำหรับการอนุมัติโครงการลงทุน เป็นต้น 

          นอกจากนี้ รัฐบาลกำหนดแผนดึงดูดการลงทุนภาคเอกชนจากต่างประเทศที่มีเป้าหมาย 5 – 7 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี พร้อมการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนเกี่ยวกับความแน่นอนและคาดการณ์ได้ของกฎหมายสำหรับนักลงทุนระยะยาว

          ในส่วนของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ รัฐบาลจะสานต่อการดำเนินโครงการเหมืองแร่ขนาดใหญ่ Zafranal mining megaproject[1] และให้ความสำคัญต่อการสร้างความยั่งยืนทางสังคม การดำเนินโครงการเหมืองถ่านหิน  Tía María บนพื้นฐานมาตรการรักษาสิ่งแวดล้อมขั้นสูง การขยายและการปรับปรุงการดำเนินงานของหน่วยงานด้านเหมืองแร่ หรือ Cerro Verde mining unit นอกจากนี้ รัฐบาลมีแผนดำเนินการสร้างนิคมอุตสาหกรรมที่ทันสมัยทางภาคเหนือ กลาง และภาคใต้ของประเทศ โดยจะจัดมีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยสำหรับการการดำเนินงาน

 

เกษตรกรรม พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน

          แผนการพัฒนาเกษตรกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน เช่น 

            1) การจัดสรรเงินทุนโดยตรงจากรัฐบาลสำหรับการซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ทางการเกษตรให้แก่เกษตรกร

            2) การจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณสำหรับโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานน้ำขนาดใหญ่สำหรับเกษตรกร

            3) การขยายระบบชลประทาน และการให้การอุดหนุนด้านการชลประทานเฉพาะแก่เกษตรกรรายย่อย 

            4) การก่อสร้างถนนและทางเท้าในพื้นที่ชนบทระยะทางรวม 500 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่เกษตรกรรม

            5) การริเริ่มโครงการประกันภัยภิบัติทางการเกษตร ที่ให้มีการจ่ายค่าชดเชยในทันทีที่เกิดเหตุภัยแห้งและการเกิดน้ำแข็งปกคลุมดิน      

แผนการพัฒนาพลังงาน เช่น 

1) การปรับโครงสร้างทางการเงินของ Petroperú[2] เพื่อเพิ่มสภาพคล่องผ่านการเลือกขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ในเชิงกลยุทธ์ (มีภาระหนี้สินรวมประมาณ 5 – 7.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีการขาดทุนสะสมอย่างต่อเนื่อง) 

2) การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็นร้อยละ 20 สำหรับกระบวนการผลิตไฟฟ้าของประเทศ

3) การอุดหนุนการใช้ก๊าซธรรมชาติในครัวเรือนที่มีรายได้น้อย 

4) การส่งเสริมการเชื่อมต่อไฟฟ้าสำหรับชุมชนห่างไกลที่สุดในพื้นที่อเมซอน 

5) การป้องกันไฟดับในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ ผ่านการให้ประมูลการให้บริการจากต่างประเทศ

 

สุขภาพและการพัฒนาสังคม 

แผนการพัฒนาภาคสุขภาพ เช่น

1) การนำระบบแพทย์ทางไกลมาใช้เพิ่มขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญมีการเชื่อมต่อระบบกับสถานีตำรวจและสถานีสาธารณสุขในชนบท รวมถึงการกระจายศูนย์ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งผ่านสถาบันเฉพาะทางในแคว้นทางตอนเหนือ กลาง และใต้ของประเทศ 

2) การสร้างหน่วย/สถานพยาบาลเฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (category II-E hospitals) ตามการจัดประเภทสถานบริการสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุขเปรู โดยมีแผนการสร้างฯ จำนวน 15 แห่ง ตามเขตพื้นที่สำคัญที่อยู่ห่างไกล

3) การส่งเสริมโภชนาการและการแพทย์สำหรับเด็กอายุ 1,000 วันแรกของชีวิตทารก

4) การจัดหายาในร้านยาสาธารณะโดยผ่านการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในห่วงโซ่การจัดจำหน่าย

          แผนการพัฒนาสังคม รัฐบาลจะเสนอโครงการสร้างศูนย์ดูแลเด็กสาธารณะที่มีประสิทธิภาพสำหรับมารดาที่ต้องทำงานในพื้นที่รอบเมือง  และการจัดการแก้ปัญหาทุพโภชนาการเรื้อรังและโรคโลหิตจางในเด็กผ่านการบริโภคอาหารเสริมวิตามินที่ดำเนินการแจกจ่ายโดยรัฐบาล

 

การศึกษา

แผนการพัฒนาการศึกษา เช่น

1) การสร้างและปรับปรุงโรงเรียนของภาครัฐบาลทั้งหมด จำนวนกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ

2) การปรับปรุงห้องเรียนที่เชื่อมต่อระบบดิจิทัล และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

3) การสร้างห้องปฏิบัติการสำหรับหุ่นยนต์ รวมถึงการพัฒนาการเขียนโปรแกรม และวิทยาศาสตร์ในเครือข่ายโรงเรียนในแคว้นหลักของประเทศ 

4) การสร้างความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 

5) การแจกจ่ายอุปกรณ์พกพาที่มีเนื้อหาการศึกษาติดตั้งล่วงหน้าอย่างครอบคลุม โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ต

6) การเพิ่มทุนการศึกษาในระดับวิชาชีพและระดับมหาวิทยาลัย สำหรับผู้มีรายได้น้อย[3]

บทวิเคราะห์/ความเห็นของสคตฯ.

การดำเนินนโยบายของประธานาธิบดี เคโกะ ฟูจิโมริ มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจมหภาค โดยมีการกำหนดแผนการดำเนินงานตามนโยบายที่ชัดเจน อย่างไรก็ดี รัฐบาลยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายในหลายด้านที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินนโยบายที่ได้ให้ไว้กับประชาชน เช่น ความแตกแยกของรัฐสภา การปรับกฎระเบียบต่าง ๆ รวมถึงการสร้างพันธมิตรที่ยั่งยืนกับพรรคการเมือง และผู้มีอิทธิพลและบทบาทในสังคม เป็นต้น 

การพัฒนาประเทศที่ส่งเสริมการเปิดตลาดเพื่อการค้าและการลงทุน จะเป็นโอกาสสำหรับคู่ค้าของเปรู รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งประโยชน์ที่จะได้รับ ได้แก่ 

  • สิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่เปรูต้องการเพิ่มการลงทุนจากต่างประเทศ เช่น ภาคเหมืองแร่ 

  • กฎระเบียบที่สามารถคาดการณ์ได้ 

  • การเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการคมนาคมผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน 

  • ความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นในสังคม

  • การให้ความสำคัญทางการค้ากับคู่ค้าทั้งฝั่งเอเชียและสหรัฐอเมริกา เช่น การเสริมสร้างความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา ส่งเสริมความร่วมมือด้านข่าวกรองและการต่อต้านอาชญากรรมร่วมกัน การใช้ประโยชน์จากกรอบความร่วมมือและความตกลงทางการค้าในการขยายการค้าและการลงทุน

  • การให้ความสำคัญต่อการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น โคลอมเบีย ชิลี เม็กซิโก เป็นต้น  

 

สคต.ฯ เห็นว่านโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ของเปรูจะเป็นโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทย ในกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ ดังนี้ 

  • เหมืองแร่และพลังงาน: การดำเนินโครงการเหมืองแร่ขนาดใหญ่ Zafranal และ Tía María จะสร้างความต้องการเพิ่มขึ้นในส่วนของเครื่องจักร อุปกรณ์ก่อสร้างและอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน  

  • โครงสร้างพื้นฐาน: การขยายท่าเรือ การสร้างถนนและนิคมอุตสาหกรรม และการปรับปรุง/พัฒนาหน่วยงานต่าง ๆ รัฐบาลเปรูเปิดโอกาสให้ต่างชาติสามารถเข้าร่วมประมูลงาน และยังเป็นโอกาสสำหรับสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้าง 

  • ธุรกิจการเกษตร: โครงการปรับปรุงระบบชลประทานและห่วงโซ่อุปทานด้านการเกษตรกรรม จะสร้างความต้องการเพิ่มขึ้นในส่วนของสินค้าวัตถุดิบทางการเกษตร สินค้าทุนทางการเกษตร และความรู้/ความเชี่ยวชาญในการแปรรูปอาหาร 

_____________________________

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงซันติอาโก

สิงหาคม 2569

 

 

 

 


 


[1] The Zafranal Project is a large copper-gold mining project in southern Peru, in the Arequipa region. It is designed as an open-pit mine with a conventional concentrator and is expected to produce copper-gold concentrate over a mine life of about 19 years. it is one of Peru’s strategic mining projects and has been discussed as a priority for investment and permitting. Teck Resources Ltd., a major Canadian mining and resource company, says it is intended to help meet growing copper demand tied to economic development and the energy transition

[2] รัฐวิสาหกิจด้านน้ำมันและปิโตรเลียมขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศเปรู มีหน้าที่หลักในการขนส่ง กลั่น จำหน่าย และการตลาดของน้ำมันเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทั่วประเทศ 

[3] A global Law firm, particularly known for handling high-profile cross-border transactions, international arbitration, and complex regulatory matters - https://www.hsfkramer.com/en_US/notes/latamlaw/2026-posts/the-return-of-fujimorismo-perus-new-government-and-its-economic-ambitions?__cf_chl_f_tk=9hmth4GRYTEySF27UbTMwREon_kdSEujZ9.YZ0IuRzs-1783454360-1.0.1.1-CK1eMqQUV5Ven.hf6vgUr82RBZygCESxVOPj0MErbpw  

The official website of Fuerza Popular (Popular Force), the Peruvian political party founded and led by Keiko Fujimori - https://fuerzapopular.com.pe/wp-content/uploads/2026/02/Plan-de-Gobierno-Reforzado_V2.pdf

Chilean local newspaper - https://www.emol.com/noticias/Internacional/2026/07/01/1204416/keiko-fujimori-propuestas-gobierno.html  

 

 

Keiko Fujimori takes power in Peru_REV.pdf
Share :
Instagram