fb
Takeaway บูมในเดนมาร์ก: ครัวเรือนใช้จ่ายเพิ่มเท่าตัวในรอบ 10 ปี

Takeaway บูมในเดนมาร์ก: ครัวเรือนใช้จ่ายเพิ่มเท่าตัวในรอบ 10 ปี

โดย
Kaewkarn
ลงเมื่อ 28 เมษายน 2569 14:43
สคต. ณ กรุงโคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก) (TTC, Copenhagen (Denmark))
4

หนังสือพิมพ์ธุรกิจท้องถิ่นเดนมาร์ก Børsen รายงานว่า ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของพฤติกรรมผู้บริโภคในเดนมาร์กอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะแนวโน้มการบริโภคอาหารที่เปลี่ยนจากการทำอาหารเองในครัวเรือน ไปสู่การพึ่งพาอาหารสำเร็จรูป (ready meals) และบริการสั่งอาหาร (takeaway) ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ปัจจัยสำคัญมาจากวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ความต้องการประหยัดเวลา และความสะดวกสบายที่เทคโนโลยีดิจิทัลและแพลตฟอร์มเดลิเวอรีเข้ามาตอบโจทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อมูลจากหน่วยงานสถิติ Statistic Denmark ของเดนมาร์กระบุว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของครัวเรือนในการสั่งอาหาร takeaway เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จากประมาณ 3,067 โครนเดนมาร์ก (ประมาณ 482 เหรียญสหรัฐ) ในปี 2559 เป็น 6,068 โครนเดนมาร์ก (ประมาณ 953 เหรียญสหรัฐ) ในปี 2567 ขณะที่การใช้จ่ายสำหรับอาหารสำเร็จรูปจากซูเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่าในช่วงเวลาเดียวกัน แม้อัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 20% แต่การเติบโตของตลาดอาหารพร้อมทานถือว่าสูงกว่าปัจจัยด้านราคาทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลจากพฤติกรรมผู้บริโภคมากกว่าปัจจัยเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว
ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้บริโภคชี้ว่า ความเร่งรีบของชีวิตประจำวัน และแรงกดดันด้านเวลาเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้คนเลือกใช้บริการอาหารสำเร็จรูป รวมทั้งอาหารไทยมากขึ้น ขณะเดียวกัน การพัฒนาในด้านคุณภาพ และความหลากหลายของสินค้า เช่น อาหารไทย อาหารนานาชาติ เมนูสุขภาพ หรืออาหารพร้อมปรุงที่มีรสชาติและคุณภาพดีขึ้น ช่วยลดภาพลักษณ์เชิงลบของอาหารประเภทนี้ และทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าสามารถทดแทนการทำอาหารเองได้โดยไม่รู้สึกด้อยคุณภาพเหมือนในอดีต
นอกจากนี้ ยังพบว่ากลุ่มผู้บริโภควัยหนุ่มสาวเป็นกลุ่มที่บริโภค takeaway มากที่สุด โดยมีอัตราการใช้จ่ายสูงกว่ากลุ่มผู้สูงอายุถึงประมาณ 2 เท่า สะท้อนถึงความแตกต่างด้านไลฟ์สไตล์ และค่านิยมระหว่าง   ช่วงอายุ อย่างไรก็ตาม แม้แนวโน้มดังกล่าวจะเติบโตต่อเนื่อง แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การขยายตัวเริ่มชะลอลงเล็กน้อยจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่สูงขึ้นตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
ในด้านผลกระทบต่อสุขภาพ ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยด้านอาหารของเดนมาร์กเตือนว่า อาหาร takeaway ส่วนใหญ่มักมีปริมาณพลังงานสูง มีไขมัน น้ำตาล และโซเดียมในระดับสูง ขณะที่มีผักและใยอาหารในปริมาณต่ำ โดยเพียงหนึ่งมื้ออาจให้พลังงานถึง 30–60% ของความต้องการต่อวัน ซึ่งอาจส่งผลต่อพฤติกรรมโภชนาการในระยะยาว นอกจากนี้ ยังพบความย้อนแย้งเชิงพฤติกรรม เนื่องจากแม้ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับสุขภาพ แต่ในทางปฏิบัติกลับเลือกความสะดวกและความรวดเร็วมากกว่า


บทวิเคราะห์ผลกระทบต่อไทย ข้อเสนอแนะ โอกาสและแนวทาง และความคิดเห็นของสคต.:  
โดยภาพรวม ข่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างการบริโภคอาหารในเดนมาร์ก จาก home cooking สู่ convenience consumption ซึ่งขับเคลื่อนโดยปัจจัยด้านเวลา เทคโนโลยี และคุณภาพสินค้า แม้จะมีความเสี่ยงด้านสุขภาพและต้นทุนที่สูงขึ้น แต่แนวโน้มดังกล่าวยังคงมีทิศทางเติบโตต่อไปในระยะยาว โดยอาจมีโอกาสเกิดกระแสย้อนกลับในอนาคต หากผู้บริโภคเริ่มให้คุณค่ากับการทำอาหารเองในมิติของสุขภาพ ความยั่งยืน และคุณภาพชีวิตมากขึ้น
ทั้งนี้ พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ถือเป็นปัจจัยบวกอย่างมากต่อภาคการส่งออกสินค้าอาหารของไทย บทความได้ระบุถึง "อาหารไทย" อย่างชัดเจนว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมที่ผู้บริโภคนึกถึงเมื่อต้องการความสะดวกสบาย และสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการนำเข้าวัตถุดิบอาหารไทยสำหรับร้านอาหาร (Food Service) เช่น เครื่องแกง ซอสปรุงรส กะทิ เส้นต่างๆ รวมถึงสินค้าอาหารไทยสำเร็จรูปแช่เย็น/แช่แข็งในซูเปอร์มาร์เก็ตเดนมาร์ก จะยังมีทิศทางขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
โอกาสสำคัญของสินค้าไทยอยู่ที่การเจาะกลุ่ม "คนรุ่นใหม่" ซึ่งบริโภคอาหารกลุ่มนี้มากกว่าผู้สูงอายุถึงสองเท่า ประกอบกับผู้บริโภคเดนมาร์กได้ยกระดับความต้องการจากอาหารไมโครเวฟคุณภาพต่ำมาเป็นอาหารพร้อมทานที่มีความหลากหลายและมีคุณภาพระดับร้านอาหาร แนวทางที่ผู้ส่งออกสามารถเร่งพัฒนาได้ คือ การนำเสนอสินค้าในรูปแบบชุดอาหารพร้อมปรุง (Meal Kits) หรืออาหารพร้อมทานระดับพรีเมียม ที่คงรสชาติความเป็นไทยแท้ (Authentic) ไว้ได้ นอกจากนี้ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ใช้งานง่าย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความรวดเร็ว จะเป็นจุดขายที่แข็งแกร่งในการเข้าไปแย่งส่วนแบ่งพื้นที่บนชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ตเดนมาร์ก
อย่างไรก็ดี แม้เทรนด์ความสะดวกสบายกำลังเติบโต แต่สิ่งที่เป็นความท้าทายหลักและผู้ส่งออกไทยต้องระวัง คือ ข้อกังวลด้านสุขภาพที่หน่วยงานภาครัฐของเดนมาร์กเข้มงวด เนื่องจากอาหารสำเร็จรูปส่วนใหญ่มักมีโซเดียม น้ำตาล ไขมันสูง และขาดใยอาหาร ซึ่งขัดแย้งกับค่านิยมของชาวเดนมาร์กกว่า 80% ที่ใส่ใจสุขภาพ ผู้ส่งออกสามารถใช้กลยุทธ์พัฒนาสูตรอาหารไทยที่ดีต่อสุขภาพ (Healthy Convenience) ได้ เช่น        การลดความเค็มและหวานลง (Low Sodium/Sugar) การเพิ่มสัดส่วนผัก หรือการใช้โปรตีนจากพืช (Plant-based) หากสินค้าอาหารไทยสามารถทำลายกำแพงภาพลักษณ์ที่ว่า "อาหารสำเร็จรูปมักทำลายสุขภาพ" ลงได้ โดยยังคงความอร่อยและความสะดวกไว้ คาดว่าจะสามารถครองใจตลาดเดนมาร์กได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว และไม่ได้รับผลกระทบหากเกิดกระแสต่อต้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในอนาคต
 

Share :
Instagram