
เมื่ออัตราการแต่งงานและอัตราการเกิดในแต่ละประเทศมีปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด การเพิ่มปริมาณของภาวะประชากรสูงอายุได้กลายมาเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่ไม่อาจปฏิเสธได้ในยุคปัจจุบัน สำหรับประเทศจีนในปีพ.ศ. 2567 จำนวนประชากรที่อายุ 60 ปีขึ้นไปมีจำนวนถึง 310 ล้านคน คิดเป็น 22.0% ของประชากรทั้งหมด การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของประชากรผู้สูงอายุได้ก่อให้เกิดพลวัตทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เรียกขานโดยชื่อเฉพาะว่า วงการ “เศรษฐกิจผมสีเงิน (银发经济)” ซึ่งหมายถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจรูปแบบต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคสูงอายุเป็นหลัก รูปแบบเศรษฐกิจดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประเภทสินค้าและการบริการอาทิ การดูแลทางการแพทย์และการพยาบาลสำหรับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมขอบเขตที่หลากหลาย เช่น การศึกษาสำหรับผู้สูงอายุ อุปกรณ์ช่วยเหลือ การเงินเพื่อการดูแลผู้สูงอายุ ฯลฯ ซึ่งได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล และมีแนวโน้มขยายขอบเขตทางเศรษฐกิจต่อไปอย่างต่อเนื่อง
จากข้อมูลแสดงให้เห็นว่าแนวโน้มการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของกลุ่มผู้สูงวัย มีจุดเริ่มต้นมาจากปี พ.ศ. 2542 จีนได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเป็นทางการ ด้วยการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจและสังคม เป็นเหตุให้อัตราการเกิดและเจริญพันธุ์ลดลงอย่างต่อเนื่อง อายุเฉลี่ยของประชากรจึงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และภาวะสูงวัยของประชากรก็ทวีคูณขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. 2567 ประชากรจีนมีจำนวนถึง 1.41 พันล้านคน แต่กลับมีแนวโน้มการเจริญพันธุ์ที่ติดลบ ขณะเดียวกัน สัดส่วนประชากรสูงวัยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นเป็น 22.0% หรือคิดเป็น 310 ล้านคนจากประชากรทั้งหมด และอัตราส่วนการพึ่งพิงผู้สูงอายุก็สูงถึง 23.2% ซึ่งเพิ่มขึ้น 11.8% และ 12.9% จากปี พ.ศ.2543 ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของอัตราประชากรผู้สูงวัยในประเทศจีน

ในปี พ.ศ.2562 คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและคณะรัฐมนตรีได้ออกแถลงแผนวาระแห่งชาติเพื่อรับมือกับปัญหาสังคมผู้สูงอายุอย่างจริงจัง โดยระบุว่าปัญหาดังกล่าวเป็นเงื่อนไขพื้นฐานสำหรับการพัฒนาชาติจีนในระยะยาว พร้อมยกประเด็นการแก้ไขปัญหาผู้สูงอายุรวมถึงการสร้างระบบบริการและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสำหรับผู้สูงอายุเป็นหนึ่งในภารกิจที่สำคัญของรัฐบาล ต่อมาในปี พ.ศ. 2564 โครงร่าง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ระยะ 5 ปี และเป้าหมายระยะยาวปี พ.ศ.2578《中华人民共和国国民经济和社会发展第十四个五年规划和2035年远景目标纲要》ได้เสนอการดำเนินยุทธศาสตร์ชาติเพื่อรับมือกับปัญหาสังคมผู้สูงอายุ ในปี พ.ศ. 2566 แนวคิด “เศรษฐกิจผมสีเงิน” ได้รับการเสนออย่างเป็นทางการครั้งแรกในการประชุมเชิงปฏิบัติการเศรษฐกิจกลาง ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาผู้สูงอายุและการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ในปี พ.ศ. 2567 สำนักงานคณะรัฐมนตรีได้ออก "ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจผมสีเงินและการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของผู้สูงอายุ"《关于发展银发经济增进老年人福祉的意见》โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าและการบริการสำหรับผู้สูงวัยในสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างครอบคลุม เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ การเงินเพื่อการดูแลผู้สูงอายุในระยะยาว การดูแลสุขภาวะผู้สูงอายุอย่างมืออาชีพ ฯลฯ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาแนวทางของเศรษฐกิจผมสีเงินอย่างเป็นรูปธรรม

โครงสร้างภาพรวมของเศรษฐกิจผมสีเงินในประเทศจีนแบ่งขอบเขตออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่ การเงินเพื่อการดูแลผู้สูงวัย สุขภาพผู้สูงวัย ความสุขในการใช้ชีวิต และสินค้าผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงวัย โดยในแต่ละประเภทได้ขยายขอบเขตสินค้าและบริการเพื่อผู้สูงอายุอย่างครอบคลุม ทั้งในด้านการดูแลทางการแพทย์ กิจกรรมในการดำรงชีวิต อาหารการกิน ความบันเทิง นวัตกรรมเทคโนโลยี การบริหารทรัพย์สิน ฯลฯ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคสูงอายุที่มีจำนวนมากในทุก ๆ ด้าน อีกทั้งยังครอบคลุมไปถึงกลุ่มผู้บริโภคที่มีความจำเป็นต้องดูแลผู้สูงอายุ ทั้งการดูแลภายในครอบครัว และการดูแลในสถานที่เฉพาะ เช่น โรงพยาบาล บ้านพักคนชรา หรือ สถานสงเคราะห์ เป็นต้น ซึ่งสินค้าและบริการในวงการเศรษฐกิจผมสีเงิน ล้วนเป็นที่นิยมและมีความต้องการสูงในท้องตลาดยุคสังคมผู้สูงอายุอย่างล้นหลาม

จากข้อมูลบทวิเคราะห์การตลาดเศรษฐกิจผมสีเงินที่จัดทำโดย CCID พบว่า มูลค่าตลาดเศรษฐกิจผมสีเงินในประเทศจีนมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ถึงพ.ศ. 2567 ขนาดตลาดได้เพิ่มขึ้นจาก 5.7 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 25.98 ล้านล้านบาท) เป็น 8.3 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 37.85 ล้านล้านบาท) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในปี พ.ศ.2567 อัตราการเติบโตของขนาดตลาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 16.9% สร้างรายได้มูลค่ามหาศาล ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งแนวทางนโยบายที่ภาครัฐให้การสนับสนุนและขนาดของฐานอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี
ในปี พ.ศ.2567 สินค้าและบริการด้านสุขภาพและผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงวัย ถือเป็นประเภทย่อยที่สามารถสร้างรายได้ได้อย่างประสบความสำเร็จที่สุด เนื่องจากสินค้าและบริการวงการเศรษฐกิจผมสีเงินในประเทศจีนได้รับการยอมรับจากตลาดสูง และมีรูปแบบธุรกิจที่ค่อนข้างสมบูรณ์ เป็นผลให้ตลาดด้านสุขภาพผู้สูงอายุสามารถครองสัดส่วนได้มากที่สุดในบรรดาสินค้าและการบริการ ด้วยมูลค่าราว 3 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 13.68 ล้านล้านบาท) และถึงแม้ว่าขนาดตลาดในปัจจุบันของสินค้าและบริการประเภทอื่น ๆ เช่น การเงินเพื่อการดูแลผู้สูงวัย ด้านความสุขในการใช้ชีวิต ฯลฯ จะยังมีขนาดที่ค่อนข้างเล็ก แต่ก็มีศักยภาพในการพัฒนาอย่างมหาศาลบนฐานความต้องการบริโภคสินค้าและการบริการคุณภาพสูงที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน

ความเห็นสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน: เมื่อสังคมทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะประชากรผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ปรากฏการณ์ “เศรษฐกิจผมสีเงิน” ได้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจครั้งใหญ่ที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม ประเทศจีนถือเป็นตัวอย่างสำคัญของประเทศที่กำลังผลักดันเศรษฐกิจผู้สูงวัยอย่างจริงจังและเป็นระบบ ทั้งด้านนโยบาย การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างตลาดสินค้า–บริการรูปแบบใหม่เพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งมีจำนวนกว่า 310 ล้านคน หรือคิดเป็น 22% ของประชากรจีนในปีพ.ศ.2567 สะท้อนให้เห็นว่า “เศรษฐกิจผมสีเงิน” ไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว แต่คือโครงสร้างเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ที่จะขับเคลื่อนการเติบโตได้ในระยะยาว
สำหรับเมืองเซี่ยเหมิน-มณฑลฝูเจี้ยน ก็ได้รับอิทธิพลของเศรษฐกิจผมสีเงินเช่นเดียวกัน จากข้อมูลพบว่าในปีพ.ศ.2568 ภายในเมืองเซี่ยเหมินมีประการผู้สูงอายุที่ลงทะเบียนอย่างเป็นทางการจำนวน 507,000 คน โดยผู้ที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไปคิดเป็น 12.4% และมีผู้สูงวัยที่อายุเกิน 100 ปีกว่า 294 คน โดยคาดการณ์ว่าจำนวนผู้สูงอายุดังกล่าวจะไต่ระดับถึง 600,000 คนภายในปีพ.ศ.2572 และอัตราการสูงวัยจะเพิ่มขึ้นเป็น 17.2% ภายในปีพ.ศ.2573 ดังนั้น การเกิดขึ้นของสถานบริการเพื่อผู้สูงอายุจึงมีการขยายขอบเขตและขนาดอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้เมืองเซี่ยเหมินมีสถานพักพิงคนชรากว่า 44 แห่ง รองรับได้ 23,010 เตียง, ศูนย์สงเคราะห์ 60 แห่ง, ศูนย์บริการผู้สูงอายุตามบ้าน 398 แห่ง, บริการดูแลที่สามารถเข้าถึงผู้สูงวัยได้ภายใน 15 นาที เป็นต้น ครอบคลุมเครือข่ายทั้งในเขตเมืองและชนบท เกิดเป็นวงจรเศรษฐกิจผมสีเงินมูลค่ามหาศาล ทั้งยังมีการประยุกต์ใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีติดตามสุขภาพอัจฉริยะ เพื่อให้สามารถตามติดพิกัด ดูแลและคอยเฝ้าระวังผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันเวลา
ผู้ประกอบการไทยสามารถอาศัยวงการเศรษฐกิจผมสีเงินในประเทศจีนเป็นกรณีศึกษาในการขยายขอบเขตทางการค้า เนื่องด้วยวงการเศรษฐกิจดังกล่าว ไม่ได้จำกัดเพียงการดูแลด้านสุขภาพของผู้สูงวัยเพียงเท่านั้น หากแต่ครอบคลุมรูปแบบสินค้าและการบริการที่เจาะกลุ่มผู้สูงอายุในทุก ๆ ประเภท โดยมีแนวโน้มฐานผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการไทยสามารถสามารถนำเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยเป็นตัวชูโรงในการโฆษณาและสร้างอัตลักษณ์ทางการค้า อย่างผลิตภัณฑ์อาหารไทยเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย การนวดแผนไทยและสปา อุปกรณ์ทางการแพทย์สมัยใหม่และตามหลักแพทย์แผนไทย อาหารเสริมทางการแพทย์ บริการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ฯลฯ โดยไทยมีศักยภาพและทรัพยากรเพียงพอในการตีตลาดเศรษฐกิจผมสีเงิน สามารถทำให้ประเทศไทยตลอดจนสินค้าไทยเป็นที่ดึงดูดในตลาดจีนต่อไปได้
https://mp.weixin.qq.com/s/BSeeymS4m4KhdoXlnGlSWg
https://q7.itc.cn/q70/
https://www.workpointtoday.com/
https://mr.baidu.com/
เรียบเรียงโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน
25 พฤศจิกายน 2568