
นักเศรษฐศาสตร์ของกัมพูชาคาดการณ์ว่า การส่งออกสินค้าที่ผลิตในกัมพูชายังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต เนื่องจาก ณ สิ้นปี 2568 กัมพูชามีเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zones : SEZs) และนิคมอุตสาหกรรมที่เปิดดำเนินการแล้วเกือบ 60 แห่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับปี 2567
โดยนาย Hong Vanak นักเศรษฐศาสตร์จากราชบัณฑิตยสถานกัมพูชา เปิดเผยว่า พื้นที่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษเหล่านี้ ถือเป็นจุดหมายการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากมีความสะดวกในด้านการดำเนินเอกสารนำเข้า–ส่งออก โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมที่ดี ระบบน้ำและไฟฟ้าที่เพียงพอ รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีหลายประเภท
ด้าน นาง Mey Kalyan ที่ปรึกษาอาวุโสของสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ ระบุว่า การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเกษตรและเขตเศรษฐกิจพิเศษถือเป็น กลไกสำคัญในการเสริมสร้างเศรษฐกิจกัมพูชาอย่างยั่งยืน โดยนิคมอุตสาหกรรมสามารถช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร และสร้างโอกาสการจ้างงานให้กับประชาชนในต่างจังหวัด อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกัมพูชายังคงส่งออกสินค้าเกษตรในรูปวัตถุดิบเป็นจำนวนมาก โดยที่ผ่านมาสินค้าส่วนใหญ่จะถูกส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อนำไปแปรรูปเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงกว่า ดังนั้น หากกัมพูชามีโรงงานและผู้ประกอบการด้านการแปรรูปเพิ่มขึ้น ก็จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้น
ทั้งนี้ กรมศุลกากรและสรรพสามิตกัมพูชา (General Department of Customs and Excise of Cambodia : GDCE) รายงานว่า ในปี 2568 มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของกัมพูชารวมอยู่ที่ 64.03 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 16.8% จาก 54.82 พันล้านดอลลาร์ในปี 2567 โดยการส่งออกมีมูลค่า 30.15 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 14.7% และการนำเข้ามีมูลค่า 33.88 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 18.7%
ข้อมูลที่น่าสนใจ
1. เขตเศรษฐกิจพิเศษ/นิคมอุตสาหกรรมของกัมพูชา คือ พื้นที่ที่จัดสรรสำหรับกิจกรรมอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีโครงสร้างพื้นฐานครบถ้วนกว่าพื้นที่นอกเขต เช่น ถนน ไฟฟ้า น้ำประปา และระบบบำบัดน้ำเสีย เพื่อรองรับการรวมตัวของโรงงานและบริษัทต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการลงทุน การแปรรูปวัตถุดิบ และการจ้างงาน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมยังสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีและศุลกากรจากรัฐบาลกัมพูชา เช่น การยกเว้นภาษีบางประเภทและสิทธิประโยชน์สำหรับการส่งออก
2. กระทรวงอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของกัมพูชา (Ministry of Industry, Science, Technology and Innovation) รายงานว่า ณ สิ้นปี 2568 กัมพูชามี เขตเศรษฐกิจพิเศษและนิคมอุตสาหกรรมที่มีโรงงานดำเนินการรวม 57 แห่ง เพิ่มขึ้น 14% จากจำนวน 50 แห่งในปี 2567 แบ่งเป็น
2.1. เขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) จำนวน 34 แห่ง เพิ่มขึ้น 4 แห่งจากปีก่อนหน้า ซึ่งกระจายตัวในแต่ละจังหวัด ดังนี้ (1) จังหวัดสวายเรียง 12 แห่ง (2) พระสีหนุ 6 แห่ง (3) กันดาล เกาะกง และบันทายมีชัย จังหวัดละ 3 แห่ง (4) กำปงสปือ 2 แห่ง (5) กำปงจาม กำปอต กระเจะ และโพธิ์สัต จังหวัดละ 1 แห่ง (6) กรุงพนมเปญ 1 แห่ง
2.2. นิคมอุตสาหกรรมจำนวน 23 แห่ง เช่น (1) จังหวัดกันดาลและกำปงสปือรวม 7 แห่ง (2) กรุงพนมเปญ 6 แห่ง (3) กำปอต ตาแก้ว และบันทายมีชัย จังหวัดละ 1 แห่ง เป็นต้น
ความเห็นของสำนักงานฯ
1. แม้ในช่วงปัจจุบันจะยังมีความท้าทายด้านต้นทุนและสถานการณ์ระหว่างประเทศ แต่การขยายตัวของเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) และนิคมอุตสาหกรรมในกัมพูชายังคงสะท้อนถึงศักยภาพด้านการลงทุนและการผลิตเพื่อการส่งออกในระยะยาว ดังนั้น ผู้ประกอบการอาจพิจารณาใช้โอกาสนี้ ศึกษาหาความร่วมมือด้านการผลิต การแปรรูปสินค้าเกษตร หรือการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานกับโรงงานในเขตอุตสาหกรรมของกัมพูชา เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและขยายตลาดในภูมิภาคเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวยมากขึ้น
2. ในปัจจุบัน การขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรมในกัมพูชามุ่งเน้นการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร เนื่องจากกัมพูชายังคงมีวัตถุดิบทางการเกษตรจำนวนมาก ซึ่งในอนาคต คาดว่า จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรและสนับสนุนการส่งออก ขณะเดียวกันรัฐบาลกัมพูชามีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปภายในประเทศ เพื่อช่วยลดการส่งออกวัตถุดิบ สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร และเพิ่มการจ้างงานในพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น
3. อย่างไรก็ตาม การพัฒนาและขยายตัวของพื้นที่อุตสาหกรรมในกัมพูชายังคงพึ่งพาการลงทุนจากต่างชาติเป็นสำคัญ โดยเฉพาะนักลงทุนจากจีน ดังนั้น ผู้ประกอบการอาจพิจารณาแสวงหาโอกาสในการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจกับนักลงทุนจีนในกัมพูชา เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ลดข้อจำกัดด้านการค้าในบางสถานการณ์ และเพิ่มโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจร่วมกันในระยะยาว
______________________________________________________________
ที่มา The Phnom Penh Post
11 มีนาคม 2569