
ในปี 2025 ตลาดเตียงอัจฉริยะของจีนมีมูลค่าตลาดที่ 4,930 ล้านหยวน (ประมาณ 24,650 ล้านบาท) และคาดว่าจะขยายตัวมากกว่าร้อยละ 20 ต่อปี ทำให้มูลค่าตลาดมีแนวโน้มสูงถึง 10,000 ล้านหยวน (ประมาณ 50,000 ล้านบาท) ภายในปี 2029 โดยฟังก์ชั่นสำคัญ คือ AI วิเคราะห์การนอน และเซ็นเซอร์ตรวจความดันและสัญญาณชีพ
ในภาพรวม ตลาดสินค้าและบริการด้านการนอนทุกชนิด (Sleep Economy) ของจีนมีอัตราการเติบโตที่น่าจับตามอง โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 261,630 ล้านหยวน (ประมาณ 1,308,150 ล้านบาท) ในปี 2016 เป็น 573,720 ล้านหยวน (ประมาณ 2,868,600 ล้านบาท) ในปี 2025 และคาดว่าจะมูลค่า 790,430 ล้านหยวน (ประมาณ 3,952,150 ล้านบาท) ภายในปี 2030 ซึ่งการเติบโตของตลาดดังกล่าวสื่อให้เห็นว่าผู้บริโภคจีนให้ความสำคัญกับคุณภาพการนอนและมีความพร้อมที่จะลงทุนเพื่อยกระดับสุขภาพและคุณภาพชีวิต ส่งผลให้ความต้องการสินค้าและบริการด้านการนอน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมอย่างเตียงอัจฉริยะ ซึ่งมีแนวโน้มได้รับการสนับสนุนจากการขยายตัวของตลาดในระยะยาว
แผนภูมิรูปภาพแสดงมูลค่าตลาดสินค้าและบริการด้านการนอน (Sleep Economy) ของจีนปี 2016-2030

ที่มา: https://www.iimedia.cn/c400/112346.html
ตลาดเตียงอัจฉริยะของจีนก็เติบโตทิศทางเดียวกับตลาดสินค้าและบริการเครื่องนอน โดยมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นจาก 4,080 ล้านหยวน (ประมาณ 20,400 ล้านบาท) ในปี 2024 เป็น 4,930 ล้านหยวน (ประมาณ 24,650 ล้านบาท) ในปี 2025 คิดเป็นร้อยละ 20.8 โดยปัจจัยสำคัญในการขยายตัวมาจากกระแสการใส่ใจสุขภาพและคุณภาพการนอน ความต้องการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต รวมถึงการตระหนักรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ทำให้ผู้บริโภคมีความเข้าใจและยอมรับการใช้เตียงอัจฉริยะมากขึ้นทั้งนี้ แม้ตลาดเตียงอัจฉริยะของจีนจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่อัตราการใช้งานของผู้บริโภคในจีนยังต่ำกว่าตลาดที่พัฒนาแล้วอย่างอเมริกาเหนือ จึงยังมีศักยภาพในการเติบโตอีก
แผนภาพแสดงมูลค่าตลาดเตียงอัจฉริยะของจีนปี 2024-2030

ที่มา: https://www.iimedia.cn/c400/112346.html
รายงาน iiMedia Research ระบุว่า ผู้บริโภคจีนกว่าร้อยละ 50.5 มองว่า ระบบ AI สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลการนอน เป็นองค์ประกอบสำคัญที่เตียงอัจฉริยะควรมี รองลงมาคือ เซ็นเซอร์ตรวจวัดความกดดันและ สัญญาณชีพ คิดเป็นร้อยละ 44.4 แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงความสะดวกสบายในการใช้งานเท่านั้น แต่ยังต้องการเทคโนโลยีที่สามารถติดตาม วิเคราะห์ และช่วยยกระดับคุณภาพการนอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แผนภูมิแสดง 8 องค์ประกอบสำคัญที่ผู้บริโภคจีนต้องการให้มีในเตียงอัจฉริยะ

ที่มา: https://www.iimedia.cn/c400/112346.html
ผู้บริโภคจีนเลือกซื้อเตียงอัจฉริยะจากหลายปัจจัย โดยเหตุผลสำคัญอันดับแรกคือ ต้องการตกแต่งบ้านอัจฉริยะให้ครบวงจร คิดเป็นร้อยละ 43.3 รองลงมาคือ ความต้องการดูแลสุขภาพ คิดเป็นร้อยละ 42.9 และการยกระดับคุณภาพชีวิต คิดเป็นร้อยละ 40.4 จึงเห็นได้ว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับทั้งการอยู่อาศัย สุขภาพ และความสะดวกสบายควบคู่กันในการตัดสินใจซื้อ ซึ่งการตัดสินใจเลือกซื้อเตียงอัจฉริยะไม่ได้ขึ้นอยู่กับจุดเด่นของผลิตภัณฑ์เพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่เป็นผลจากความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค
แผนภูมิแสดงเหตุผลเลือกซื้อเตียงอัจฉริยะของผู้บริโภคจีน

ที่มา: https://www.iimedia.cn/c400/112346.html
ผู้บริโภคกว่าร้อยละ 80 เห็นว่าระดับราคาของโครงเตียงอัจฉริยะและที่นอนอัจฉริยะ (เตียงนอนที่มีระบบปรับระดับและควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า) ที่เหมาะสมที่สุดคือ ราคา 5,000–15,000 หยวน (ประมาณ 25,000 – 75,000 บาท) ขณะที่ร้อยละ 44 เห็นว่าราคาที่เหมาะสมของเตียงอัจฉริยะแบบครบชุด (โครงเตียงและที่นอนอัจริยะ พร้อมระบบเซ็นเซอร์ หรือ AI เพื่อฟังก์ชั่นอื่น) อยู่ที่ 10,001–20,000 หยวน (ประมาณ 50,005 – 100,000 บาท) แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความพร้อมในการลงทุนกับผลิตภัณฑ์เพื่อการนอนที่ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมเตียงอัจฉริยะให้เติบโตสู่ตลาดระดับกลางถึงระดับพรีเมียมในอนาคต
แผนภูมิแสดงความยอมรับด้านราคาของเตียงอัจฉริยะของผู้บริโภคจีน

นอกจากนี้ ตลาดเตียงอัจฉริยะของจีนมีผู้ประกอบการหลายรายเร่งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยแบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ Xilinmen (喜临门) ราคาประมาณ 5,000 หยวน (ประมาณ 25,000 บาท), MLILY (梦百合) ราคาประมาณ 5,599 หยวน (ประมาณ 27,995 บาท), Mousse (慕思) ราคาประมาณ 8,000 หยวน (ประมาณ 40,000 บาท) และ 8H ราคาประมาณ 2,799 หยวน (ประมาณ 13,995 บาท) โดยต่างมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสานเทคโนโลยี AI ระบบติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลการนอน รวมถึงการเชื่อมต่อกับระบบบ้านอัจฉริยะ เพื่อยกระดับประสบการณ์การนอนและสร้างความแตกต่างในการแข่งขัน

ที่มา: www.baidu.com
ความเห็นสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน:
การเติบโตของตลาดเตียงอัจฉริยะของจีนเป็นผลจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป จากการเลือกซื้อสินค้าเพื่อตอบสนองการใช้งานพื้นฐาน ไปสู่การให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี สุขภาพ และคุณภาพชีวิตมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแข่งขันกันด้วยนวัตกรรม การออกแบบ และการสร้างประสบการณ์การใช้งาน มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว ซึ่งคาดว่าจะเป็นทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมเครื่องนอนและสินค้าเพื่อการอยู่อาศัยของจีนในระยะต่อไป
นอกจากนี้ ปัจจุบัน เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ในบ้านของจีนล้วนมุ่งพัฒนาสู่แนวคิดบ้านอัจริยะ อาทิ ฟังก์ชั่นการควบคุมการเปิดปิดผ่านแอปพลิเคชันในมือถือ ฟังก์ชั่นการเตือนระยะซ่อมบำรุงและเปลี่ยนอะไหล่ที่หมดอายุตลอดจนการเสนอขายสินค้าทดแทน ฟังก์ชั่นการติดตามผลและวิเคราะห์การใช้งาน ซึ่งบริษัทส่วนใหญ่พยายามพัฒนาสินค้าอัจริยะในเครือเพื่อให้อำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคเห็นภาพรวมของการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ในบ้านได้ผ่านแอปพลิเคชันเดียว รวมถึงการออกแบบสินค้าในเครือให้เป็นสไตล์เดียวกันเพื่อให้การตกแต่งบ้านสวยงามเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อาจพิจารณาติดตามแนวโน้มดังกล่าวจะช่วยให้เข้าใจทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และความต้องการของผู้บริโภคจีนมากขึ้น โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น เครื่องนอน เฟอร์นิเจอร์ สิ่งทอเพื่อการนอน วัสดุและอุปกรณ์เพื่อสุขภาพ รวมถึงผลิตภัณฑ์ Smart Home เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสทางธุรกิจในตลาดจีน นอกจากนี้ ยังสามารถเข้าร่วมงานมหกรรมสินค้าภายในบ้านหวาเซี่ย (厦门华夏家博会) ซึ่งในปี 2569 มีกำหนดจัดขึ้น 3 ครั้ง ได้แก่ วันที่ 27–29 มีนาคม 29–31 พฤษภาคม และ 7–9 สิงหาคม ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเซี่ยเหมิน (Xiamen International Conference & Exhibition Center) ภายในงานรวบรวมผู้ประกอบการด้านเฟอร์นิเจอร์ เตียง ที่นอน ของตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และผลิตภัณฑ์ Smart Home จากทั่วประเทศจีน จึงเป็นเวทีที่เหมาะสำหรับการศึกษาทิศทางตลาด สำรวจนวัตกรรม สร้างเครือข่ายกับคู่ค้าทางธุรกิจ และต่อยอดโอกาสทางการค้าในตลาดจีน
https://www.iimedia.cn/c400/112346.html
https://www.baidu.com/
https://www.iimedia.cn/c400/112346.html
เรียบเรียงโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน
1 กรกฎาคม 2569