
วัฒนธรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ออสเตรเลียเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่ม Generation Z ที่หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมเครื่องดื่มทั้งในและต่างประเทศ โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
สถิติการชะลอตัวของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่มคนรุ่นใหม่
รายงานผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค Vypr โดย Australian Consumer Horizon เกี่ยวกับพฤติกรรมการกิน การดื่มและการซื้อสินค้าของชาวออสเตรเลียจำนวน 3,600 คน พบว่า ชาวออสเตรเลียปัจจุบันให้ความสำคัญต่อสุขภาพที่ดีและความเป็นอยู่มากขึ้นซึ่งมีผลต่อพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยรวมลดลง โดยในช่วงปีที่ผ่านมา ชาวออสเตรเลียร้อยละ 50 ตั้งใจหยุดพักการดื่มแอลกอฮอล์ และร้อยละ 42 มีแผนที่จะลดปริมาณการบริโภคลงอีก โดยกลุ่มอายุ 25 - 34 ปี (Millennials) เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนการตั้งใจลดการดื่มสูงที่สุดถึงร้อยละ 49
อีกทั้ง ผลการศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากชาวออสเตรเลียโดย Flinders University(อ้างอิงผลสำรวจ Household, Income and Labour Dynamics in Australia (HILDA) จากผู้ถูกสำรวจจำนวน 23,000 คน) พบว่า ปี 2569 ชาวออสเตรเลียรุ่นใหม่ส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีอายุน้อยอย่าง Gen Z ที่เกิดช่วงปีคริสต์ศักราช 1997-2012 (ปี 2540-2555) มีอัตราการดื่มแอลกอฮอล์ลดลงร้อยละ 43 ต่อสัปดาห์ เมื่อเทียบกับการดื่มของกลุ่ม Baby Boomers ในช่วงอายุเดียวกัน โดยกลุ่ม Millennials (ปีคริสต์ศักราช 1981-1996) และกลุ่ม Gen X(ปีคริสต์ศักราช 1965-1980) จะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามวาระและโอกาส ในขณะที่กลุ่ม Gen Z มีแนวโน้มปฏิเสธการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในอัตราสูงเมื่อเทียบกับกลุ่ม Baby Boomers ในช่วงอายุเดียวกัน
ค่านิยม "Sober Curious" และพฤติกรรมการดื่มอย่างมีสติ (Mindful Drinking)
ผู้บริโภคชาวออสเตรเลียในปัจจุบันไม่ได้ปฏิเสธการเข้าสังคม แต่เปลี่ยนผ่านไปสู่แนวคิดการบริโภคเชิงควบคุมเพื่อรักษาสุขภาพทางกายและจิตใจ (Mental and Physical Wellness) ผ่านรูปแบบพฤติกรรมใหม่ๆ ที่กำลังเป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น:
Damp Drinkingการดื่มแบบจำกัดปริมาณและตั้งเป้าหมายการดื่มอย่างชัดเจนในแต่ละครั้ง
Zebra Stripingพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สลับกับเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์แบบแก้วต่อแก้วในงานสังสรรค์
การเข้าร่วมแคมเปญสุขภาพ: เช่น โครงการ "Dry July" หรือ "Feb Fast
" ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้กลุ่มอายุ 45 - 54 ปี หยุดดื่มแอลกอฮอล์ชั่วคราวเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพส่วนบุคคล
ปัจจัยขับเคลื่อนและแรงจูงใจทางการตลาด
ปัจจัยที่เป็นตัวแปรสำคัญเกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของชาวออสเตรเลีย คือ การให้ความสำคัญต่อสุขภาพ การยกระดับคุณภาพชีวิตและการทำงานที่ดีขึ้น ประกอบกับรายงานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ที่ระบุว่า ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 19 ในทุกๆ การดื่มแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น 10 แก้วต่อสัปดาห์ กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคตระหนักถึงผลลัพธ์เชิงบวกจากการลดแอลกอฮอล์ ได้แก่
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการนอนหลับที่ดีขึ้นร้อยละ 37
เสริมสร้างการทำงานของระบบทางเดินอาหารและลำไส้ที่ดีร้อยละ 35
ช่วยผ่อนคลายและลดความตึงเครียดได้ร้อยละ 26
ช่วยเพิ่มพลังงานร้อยละ 24
เสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อร่างกายร้อยละ 22
นอกจากนี้ ปัจจัยด้านค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น (Rising Living Costs) และการเปลี่ยนรูปแบบการปฏิสัมพันธ์ผ่านระบบดิจิทัล (Digital Socialising) มากขึ้น มีผลให้พฤติกรรมการสังสรรค์แบบเดิมลดลงแนวโน้มพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดังกล่าว ทำให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่ำหรือเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน
.......................................................................................
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์
ที่มา:
www.yourroom.health.nsw.gov.au/ www.sydney.edu.au/www.foodmag.com.au