
วิเคราะห์เศรษฐกิจจิบูตี: ความท้าทายเชิงโครงสร้างและแนวทางปฏิรูป

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2026 เว็บไซต์ HIIRAAN ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์เศรษฐกิจ โดยนักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์อิสระชาวจิบูตี (นาย Omar M. Elmi) ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้
ภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจ
เศรษฐกิจของจิบูตีขับเคลื่อนด้วยภาคบริการและการขนส่ง มีท่าเรือน้ำลึกที่ทันสมัย คือ ท่าเรือโดราเลฮ์ ทำหน้าที่เป็นประตูการค้าหลักในการรับส่งและกระจายสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลอย่างเอธิโอเปียสูงถึงเกือบร้อยละ 90 อีกทั้งมีระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงเส้นทางรถไฟสาย Djibouti- Addis Ababa และมีพื้นที่คลังสินค้าขนาดใหญ่ที่เปิดให้ต่างชาตินำสินค้ามาฝากพักไว้ชั่วคราวหรือนำมา เปลี่ยนกล่องใหม่ เพื่อเตรียมส่งไปขายต่อยังประเทศอื่น โดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร
นอกจากนี้ ภาคบริการของจิบูตีที่เปิดพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ให้ประเทศมหาอำนาจของโลก อาทิ สหรัฐฯ จีน ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น เช่าตั้งฐานทัพทหาร เพื่อดูแลความปลอดภัยในเส้นทางเดินเรือสากลบริเวณทะเลแดง ด้วยเหตุนี้ ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจของจิบูตีมีลักษณะเป็นเศรษฐกิจพึ่งพิงทำเลที่ตั้งและกิจกรรมทางผ่านสินค้าเป็นหลัก
ประกอบกับ เมื่อปี 2025 จิบูตีมีมูลค่าการส่งออกรวม 271.16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ร้อยละ 1.83 โดยสินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ สัตว์มีชีวิต (130.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สินค้าอื่น ๆ ซึ่งไม่ได้ระบุไว้ที่อื่น (50.264 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เคมีภัณฑ์อนินทรีย์ (26.675 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) กาแฟ ชา ชามาเต้ และเครื่องเทศ (15.656 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และพืชผักรวมทั้งรากและหัวบางชนิดที่บริโภคได้ (10.754 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
อย่างไรก็ดี จากการพึ่งพาปัจจัยภายนอก ทำให้จิบูตีเผชิญความเปราะบางและความเสี่ยงต่อผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์สูง ดังนี้
1. ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากทะเลแดง ฮอร์มุซ น้ำมัน และค่าขนส่ง
ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์โดยรอบ แม้ระยะแรกจิบูตีได้รับผลประโยชน์จากการเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือและการขนถ่ายสินค้าในทะเลแดง ทว่าผลประโยชน์ดังกล่าวยังคงเปราะบาง หากสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงทวีความรุนแรง ย่อมแปรเปลี่ยนโอกาสเป็นความเสี่ยงทางเศรษฐกิจทันที โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวในระดับสูงจะกระทบต่อต้นทุนเชื้อเพลิง การผลิตกระแสไฟฟ้า การขนส่งทางบก ราคาอาหาร ค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย ตลอดจนสถานะทางการคลังของรัฐ แม้อัตราเงินเฟ้อทางการยังคงทรงตัวจากนโยบายผูกค่าเงินฟรังก์จิบูตีไว้กับดอลลาร์สหรัฐและการควบคุมราคาของภาครัฐ แต่ภาคประชาชนกลับเผชิญภาวะค่าครองชีพสูงขึ้นในชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง ดังนั้น แม้จิบูตีฉวยประโยชน์ชั่วคราวจากฐานะศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค แต่ยังคงเสี่ยงตกเป็นผู้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่สามารถควบคุมได้
2. ภาระหนี้ที่คุกคามเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
ภาระหนี้สาธารณะเป็นปัญหาเร่งด่วนของจิบูตี ซึ่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศประเมินว่า มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดวิกฤตหนี้สิน โดยหนี้สินส่วนใหญ่ผูกพันกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่กู้ยืมจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสถาบันการเงินของประเทศจีน ปัญหาสำคัญไม่เพียงแต่ขนาดของมูลค่าหนี้ ทว่าเกิดจากผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมของบางโครงการอยู่ในระดับต่ำ เมื่อโครงสร้างพื้นฐานและรัฐวิสาหกิจไม่สามารถสร้างรายได้หรือปันผลเข้าสู่งบประมาณแผ่นดิน ประกอบกับรายได้ทางภาษียังคงอ่อนแอ หนี้สินจึงกลายเป็นกับดักเชิงโครงสร้างที่บั่นทอนพื้นที่ทางการคลัง จำกัดงบประมาณรายจ่ายด้านสังคม และเพิ่มการพึ่งพิงการเจรจาประนอมหนี้กับกลุ่มเจ้าหนี้อย่างต่อเนื่อง
3. วิกฤตค่าครองชีพและความมั่นคงทางอาหาร
ประชาชนจิบูตีต้องแบกรับภาระค่าครองชีพและราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประเทศไม่สามารถผลิตอาหารเองได้ จึงต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารจากต่างประเทศสูงถึงร้อยละ 90 ของความต้องการทั้งหมด ส่งผลให้เมื่อใดก็ตามที่ราคาอาหารในตลาดโลกผันผวน หรือเส้นทางขนส่งหยุดชะงัก ประชาชนจะได้รับผลกระทบโดยตรงทันที สะท้อนให้เห็นว่า แม้ตัวเลขเศรษฐกิจรวมของประเทศจะเติบโต แต่เป็นเพียงการเติบโตจากการเป็น "ทางผ่าน" ของเรือสินค้าและการขนส่งเท่านั้น ทว่าในประเทศกลับไม่มีรากฐานการผลิต เกษตรกรรม หรือโรงงานอุตสาหกรรมที่จะช่วยสร้างงานและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง
4. ข้อจำกัดของภาคเอกชนและการผูกขาดเชิงยุทธศาสตร์
ภาคเอกชนภายในประเทศยังคงจำกัดวงแคบและพึ่งพิงสัญญาสัมปทานจากภาครัฐหรือเครือข่ายธุรกิจเฉพาะกลุ่ม ประกอบกับรัฐวิสาหกิจยังคงผูกขาดในภาคส่วนยุทธศาสตร์สำคัญ ส่งผลให้เม็ดเงินจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าร้อยละ 6 ต่อปี กระจุกตัวและไม่สร้างการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง โครงสร้างดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางสังคม โดยเฉพาะปัญหาอัตราการว่างงานในกลุ่มเยาวชนที่ทรงตัวในระดับสูง เนื่องจากขาดการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนที่จะช่วยรองรับแรงงานรุ่นใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
แนวทางการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม และสถาบันของจิบูตี เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน มีดังนี้
การปรับโครงสร้างและบริหารจัดการหนี้สาธารณะอย่างโปร่งใส: รัฐบาลจิบูตีควรเปิดเผยข้อมูลหนี้สาธารณะทั้งหมดต่อสาธารณชนอย่างครบถ้วน ทั้งหนี้ที่รัฐกู้โดยตรง หนี้ที่รัฐค้ำประกันให้รัฐวิสาหกิจหรือโครงการต่าง ๆ รวมถึงภาระทางการเงินที่จะต้องจ่ายในอนาคต การเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้อย่างชัดเจนจะช่วยให้รู้ว่าประเทศมีหนี้อยู่เท่าไรและต้องชำระเมื่อใด ทำให้สามารถวางแผนเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อความมั่นคงทางการคลังของประเทศในระยะยาว
การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ: ปรับปรุงระบบท่าเรือ ไฟฟ้า ประปา โทรคมนาคม และเขตการค้าเสรี ให้เป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ แทนการแสวงหาผลประโยชน์จากค่าเช่าเชิงยุทธศาสตร์และการผูกขาดทางธุรกิจ
การกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ: ลดการพึ่งพิงเฉพาะการค้าผ่านแดนไปยังเอธิโอเปีย ฐานทัพต่างชาติ และกิจกรรมท่าเรือ โดยมุ่งเน้นลงทุนในพลังงานหมุนเวียน บริการดิจิทัล การประมง โลจิสติกส์มูลค่าเพิ่ม การท่องเที่ยวระดับภูมิภาค อุตสาหกรรมเบา และการฝึกอบรมวิชาชีพ
การเร่งรัดลงทุนทางสังคม: จัดสรรความมั่งคั่งของชาติสู่ระบบการศึกษา สาธารณสุข ที่อยู่อาศัย โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ การสุขาภิบาล และการพัฒนาเมืองในสัดส่วนที่สูงขึ้น
การปฏิรูปธรรมาภิบาล: สร้างความโปร่งใส ความรับผิดชอบ มาตรการต่อต้านการทุจริต การแข่งขันที่เสรี ตลอดจนการพัฒนาภาครัฐให้ทันสมัย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปทางเศรษฐกิจให้บรรลุผลลัพธ์อย่างยั่งยืน
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ
ที่มา
https://www.hiiraan.com/op4/2026/Jun/205407/djibouti_the_urgency_of_inclusive_growth_amid_global_tensions.aspx