fb
ออสเตรเลียก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุหลัง อัตราการเกิดต่ำ

ออสเตรเลียก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุหลัง อัตราการเกิดต่ำ

โดย
Nongluk
ลงเมื่อ 27 สิงหาคม 2569 14:30
สคต. ณ นครซิดนีย์ (ออสเตรเลีย) (TTC, Sydney (Australia))
8

สืบเนื่องจากการระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ยาวนานกว่า 3 ปี ส่งผลให้อัตราการเกิดของประชากรออสเตรเลียลดลงประมาณร้อยละ 4.4 เนื่องจากการปิดพรมแดนที่ยาวนานทำให้จำนวนสตรี (อายุระหว่าง 15-49 ปี) ที่เข้ามาอาศัยในออสเตรเลียลดจำนวนลง ข้อมูลโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย พบว่า ในปี 2567 อัตราการให้กำเนิดบุตรต่อมารดา 1 คนลดลงที่ 1.48 และในปี 2569 ลดลงแตะระดับต่ำสุดที่ 1.45 ลักษณะประชากรศาสตร์ออสเตรเลียที่เปลี่ยนไป ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากออสเตรเลียมีผู้อพยพที่เดินทางเข้ามาอาศัยชั่วคราวจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน/นักศึกษาและแรงงานชั่วคราว ทำให้ความต้องการมีบุตรต่ำเนื่องจากยังไม่พร้อม อีกทั้ง สตรีชาวออสเตรเลียเลือกชะลอการมีบุตรแทนการจำกัดการมีบุตรเพื่อลดภาระค่าครองชีพที่กำลังเผชิญในปัจจุบัน 

อีกทั้ง ในปี 2568 อัตราการเติบโตของประชากรในแต่ละรัฐในออสเตรเลียลดลงอย่างมากโดยเฉพาะรัฐ Tasmania ที่มีการเติบโตเพียงร้อยละ 0.3 ต่ำสุดเมื่อเทียบกับรัฐอื่นๆและคาดการณ์ว่า ภายในปี 2571-2572 รัฐ Tasmania จะเป็นรัฐแรกที่มีอัตราการเติบโตของประชากรติดลบ จากสาเหตุที่อัตราการตายสูงกว่าอัตราการเกิดและกลุ่มเยาวชนเลือกเดินทางไปอยู่อาศัยต่างรัฐ จึงทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของรัฐ Tasmania ถูกขับเคลื่อนโดยแรงงานที่เดินทางเข้ามาอาศัยด้วยวีซ่าชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารัฐ Tasmania จะมีอัตราการเติบโตของประชากรต่ำทำให้ความต้องการบริการด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานจากภาครัฐลดลงแต่การเพิ่มจำนวนของผู้สูงอายุ (คาดการณ์ว่า ประชากรที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 28 ภายในปี 2593) จะทำให้ความต้องการบริการด้านสุขภาพ โรงพยาบาลและสวัสดิการเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานทักษะด้านการดูแลผู้สูงอายุ ทำให้รัฐบาลต้องใช้งบประมาณสูงถึง 100 ล้านเหรียญออสเตรเลียต่อปี ในการเพิ่มจำนวนประชากรให้ได้ 650,000 คนภายในปี 2593

อย่างไรก็ตาม ภายในปี 2569 คาดการณ์ว่า การเติบโตของประชากรออสเตรเลียจะเพิ่มเป็น 28 ล้านคน (ขยายตัวร้อยละ 1.3 ลดลงจากร้อยละ 1.5 ในปี 2568) แม้ว่าอัตราการเกิดของประชากรออสเตรเลียโดยรวมจะลดลง แต่รัฐ Western Australia จะเป็นรัฐที่มีการเพิ่มขึ้นของประชากรสูงสุด (เป็นผลจากการอพยพของผู้เดินทางเข้ามาอาศัยชั่วคราว (ประมาณ 260,000 คน) และชาวออสเตรเลียที่ย้ายถิ่นเนื่องจากมีค่าครองชีพต่ำ) ในขณะที่รัฐ Tasmania และรัฐ South Australia จะมีอัตราการเติบโตของประชากรต่ำสุด ในช่วงปี 2569 – 2579 รัฐ New South Wales ซึ่งเป็นรัฐที่ชาวออสเตรเลียนิยมอยู่อาศัยมากที่สุด คาดว่า ภายในปี 2578-2579 ประชากรจะเพิ่มเป็น 9.6 ล้านคน (คิดเป็นร้อยละ 30 ของประชากรออสเตรเลียทั้งหมด) โดยนครซิดนีย์และนครเมลเบิร์นจะเป็นเมืองเศรษฐกิจที่มีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 8 ล้านคนภายในปี 2593 และนครเมลเบิร์นจะเป็นที่ประชากรอยู่อาศัยมากกว่า 9.1 ล้านคนภายในปี 2609

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลกลางกำหนดนโยบายบรรเทาความกดดันในภาคครัวเรือนเพื่อกระตุ้นการมีบุตร รวมถึงการเพิ่มจำนวนที่พักอาศัย เพิ่มความเข้มงวดในการอนุมัติวีซ่าผู้อพยพที่เข้ามาอาศัยในออสเตรเลียชั่วคราว มุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนผู้อพยพที่มีทักษะแรงงานที่ขาดแคลนมากขึ้น เนื่องจากอัตราการเติบโตของประชากรต่ำจะส่งผลเชิงลบต่อเศรษฐกิจในด้านต่างๆ อาทิ การเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงอายุ อัตราประชากรในวัยทำงานลดลงและการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคในประเทศลดลง และกระทบต่อรายได้จากการเรียกเก็บภาษีภาครัฐต่ำลง (ภาษีรายได้ ภาษี GST และภาษีอื่นๆ) ในขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐด้านบริการและสวัสดิการสังคมต้องเพิ่มขึ้น การรักษาอัตราการเกิดและการเติบโตของประชากรในประเทศจึงมีความสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก

.......................................................................................

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นคซิดนีย์

ที่มา: 

                    www.abc.net.au

Share :
Instagram