
ประเทศสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) ถือเป็นคู่ค้าหลักของกัมพูชา โดยในเดือนแรกของปี 2569 มูลค่าการค้ารวมระหว่างกัมพูชากับประเทศสมาชิก RCEP อยู่ที่ประมาณ 3.76 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 927 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 19.34% และการนำเข้ามูลค่า 2.83 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 13.32% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
RCEP ปัจจุบันมีสมาชิก 15 ประเทศ ได้แก่ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน และอีก 5 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2565
ข้อมูลจากกรมศุลกากรและสรรพสามิตกัมพูชา (GDCE) ระบุว่า คู่ค้า RCEP รายใหญ่ 4 อันดับแรกของกัมพูชา ได้แก่ จีน เวียดนาม ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
ด้านการส่งออก เวียดนามเป็นตลาดสำคัญอันดับหนึ่ง มูลค่า 337.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 21.1%) รองลงมา คือ ญี่ปุ่น 176.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 16.6%) จีน 164.16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 59.3%) และเกาหลีใต้ 34.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 23.5%)
ด้านการนำเข้า จีนเป็นแหล่งนำเข้าสูงสุด มูลค่า 1.74 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 19.9%) ตามด้วยเวียดนาม 382.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 2.5%) สิงคโปร์ 166.61 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 252%) ไทย 151.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 49.3%) มาเลเซีย 103.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 36.2%) และญี่ปุ่น 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 36%)
ความเห็นของสำนักงานฯ
1. GDCE รายงานว่า ในปี 2568 มูลค่าการค้ารวมระหว่างกัมพูชากับประเทศสมาชิก RCEP อยู่ที่ประมาณ 40.23 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 16.26% เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยมีมูลค่าส่งออก 9.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่านำเข้า 30.44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 19.58%
2. RCEP มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศของกัมพูชา โดยช่วยขยายการส่งออก–นำเข้า ของกัมพูชา ซึ่ง กัมพูชามีนโยบายมุ่งขยายตลาดส่งออกอย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวม กัมพูชาสามารถเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าระดับภูมิภาคภายใต้ RCEP ได้มากขึ้น โดยมีจุดแข็งด้าน แรงงานเข้มข้น และราคาถูก นอกจากนี้ กัมพูชายังมีนโยบายแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ข้าว และมันสำปะหลัง ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออก อีกด้วย
______________________________________________________________
ที่มา The Phnom Penh Post
25 กุมภาพันธ์ 2569