
ระหว่างวันที่ 13 - 16 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศยกทัพสินค้าอาหารไทยที่ได้รับรางวัล Prime Minister’s Export Award และ Thailand Trust Mark บุกงานแสดงสินค้า Salon Gourmets ครั้งที่ 39 ณ ศูนย์แสดงสินค้า Ifema Madrid ผลตอบรับดีเกินคาด ผู้บริโภคเปิดใจชิม เชฟชื่อดังมองหาไอเดียปรุงรสเมนูใหม่ๆ ให้ผู้บริโภค ร้านค้าตามหาสินค้าไทยเพื่อจำหน่ายให้แก่ลูกค้าท้องถิ่น เกิดการเจรจาการค้าอย่างต่อเนื่อง คาดสร้างมูลค่ากว่า 35 ล้านบาท
โดยคูหาไทย หรือ Thai Pavilion ตั้งอยู่ในอาคาร 5 ตำแหน่ง 5B02 พื้นที่ 66 ตรม. มุ่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในตลาดด้วยกลยุทธ์กระตุ้นการบริโภค (Drive Demand) เพิ่มยอดซื้อในตลาดซึ่งนำไปสู่การเพิ่มยอดนำเข้า ในปีนี้นำเสนออาหารไทยภายใต้คอนเซปต์ “อาหารไทยอร่อยและดีต่อสุขภาพ” ชูคุณประโยชน์ของสมุนไพรและเครื่องแกงสอดรับแนวโน้มผู้บริโภคในตลาดที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากยิ่งขึ้น
สินค้าที่นำมาจัดแสดงเป็นการร่วมมือกับพันธมิตรผู้นำเข้าและผู้ประกอบการไทย เน้นสินค้าที่มีอยู่ในตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการซื้อและการจับจ่ายได้ทันที ให้ความรู้เกี่ยวกับรสชาติ วิธีการปรุง การนำสิ่งปรุงรสไปใช้ ตลอดจนให้แนวคิดใหม่ในการสร้างสรรค์เมนูในวงการอาหารสเปน
ในวันที่ 13 เมษายน 2569 สคต. ณ กรุงมาดริด บูรณาการร่วมกับ สอท. ณ กรุงมาดริด จัดพิธีเปิด โดย สอท. ได้เชิญนายกมล ชอบดีงาม (เชฟกิ๊ก) ผู้ชนะรายการแข่งขันอาหาร Iron Chef 2015 และเจ้าของร้านอาหารเลิศทิพย์ และร้านอาหารเผ็ดมาร์ค สาธิตอาหารไทย ผัดกะเพราเนื้อไข่ดาวราดข้าว ผู้สนใจชิมจำนวนมาก
พื้นที่ในคูหาประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนจัดแสดงสินค้าและให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับตราสัญลักษณ์ T Mark และ PM Award กว่าจำนวน 33 รายการ ในสาขาอาหาร ตกแต่งพื้นที่ในลักษณะศาลาไทยและผลงานของนักออกแบบไทยที่มีชื่อเสียง ส่งผลให้คูหาไทยมีความโดดเด่น ดึงดูดทั้งผู้ชมและสื่อมวลชนตลอดระยะเวลาการจัดงาน นอกจากนี้ ดำเนินการจัดทำข้อมูลผู้ประกอบการไทยในลักษณะ Booklet จัดทำโบรชัวร์หนังสือสูตรอาหารไทยพร้อมทั้งคุณประโยชน์ของแต่ละเมนูเป็นภาษาสเปน และจัดทำโบรชัวร์หนังสือแนะนำร้านอาหาร Thai SELECT ในเขตอาณาของ สคต. ณ กรุงมาดริด นอกจากนี้ ประชาสัมพันธ์ตราสัญลักษณ์ T Mark และ PM Award ผ่านบอร์ดและวิดิทัศน์ รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรสำคัญของไทยและคุณประโยชน์ของ “ต้มยำกุ้ง” ในฐานะที่ได้รับยกย่องเป็นมรดกโลก
ส่วนที่สอง ได้แก่ส่วนกิจกรรมสาธิตปรุงและแจกชิมดื่ม (Show Cooking และ Drink Bar) โดยร่วมกับร้านอาหาร Thai SELECT ในการปรุงเมนูอาหารไทยตลอด 4 วัน ใช้ผลิตภัณฑ์ T Mark และ PM Award และแจกเครื่องดื่มไทยพร้อมของทานเล่น อาทิ ถั่ว กุ้งชุบแป้งทอด ไก่ทอด ฯลฯ (Tapas) เพื่อแนะนำเครื่องดื่มไทยที่สามารถทานกับ Tapas ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของชาวสเปนท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังมีการเสริฟกาแฟ PM Award จากเชียงใหม่ซึ่ง สคต. ณ กรุงมาดริด ผลักดันร่วมกับ สพจ. เชียงใหม่ มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี มีผู้สนใจเข้าชิมและดื่มเป็นจำนวนมาก ช่วยขยายการรับรู้ ความนิยม และนำไปสู่การรุกตลาดผู้บริโภคท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และส่วนที่ 3 ส่วนเจรจาธุรกิจ เป็นพื้นที่สร้างเครือข่ายและสร้างมูลค่าทางธุรกิจ โดยผู้ประกอบการสเปนและผู้เยี่ยมชมงานจากทวีปอเมริกา ละตินอเมริกา เข้ามาใช้บริการพื้นที่เจรจาธุรกิจเพื่อสอบถามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เกิดการเชื่อมโยงทางการค้าและต่อยอดธุรกิจในทันที
ผลการดำเนินงานตลอด 4 วันมีผู้เข้าเยี่ยมชมมากขึ้นกว่าปีก่อนหน้า ประมาณ 15,000 รายจากหลายประเทศ สร้างประโยชน์ให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ได้แก่ ผู้ประกอบการ T Mark และ PM Award 33 ราย ได้รับการประชาสัมพันธ์ ผู้เยี่ยมชมคูหากว่า 15,000 ราย จากทั่วสเปน ยุโรป สหรัฐอเมริกา ละตินอเมริกาเป็นหลัก (ปีที่ผ่านมา 12,000 ราย) สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าในปีนี้มี distributor ห้างร้านที่ต้องการสินค้าไทยไปจำหน่าย กลุ่มค้าปลีกและค้าส่ง ซุปเปอร์มาร์เกต เชฟร้านอาหาร michelin เจ้าของร้านอาหาร โรงเรียนสอนทำอาหาร ผู้บริหารธุรกิจ HORECA และผู้บริโภคทั่วไป เปิดใจทดลองผลิตภัณฑ์และสนใจติดต่อเจรจาธุรกิจมากขึ้น ผู้นำเข้าพันธมิตรกรมฯ มียอดสั่งซื้อเพิ่มและลูกค้าใหม่จากคูหาไทยจำนวนมาก คาดการณ์มูลค่าการเจรจาธุรกิจภายใน 1 ปี ประมาณ 1,150,000 US สร้างฐานผู้บริโภคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในกลุ่มผู้บริโภคท้องถิ่น ธุรกิจ HORECA และผู้ทรงอิทธิพลในวงการอาหาร นอกจากนี้ คาดว่าจะสามารถผลักดันสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดได้ 10 รายการ อาทิ ready to cook kit หลายเมนู และกาแฟไทย

คูหาไทยได้รับการกล่าวถึงว่ามีความโดดเด่น ดึงดูดผู้ประกอบการ สื่อ ได้ดี มีผู้เข้าชมหนาแน่นต่อเนื่องตลอดงานด้วยกิจกรรม show cooking และ drink bar นำเสนอแนวคิดแปลกใหม่ในการปรุงอาหาร เสริฟ tapas ขณะเดียวกัน hospitality ในคูหาเป็นจุดแข็งที่สร้างความแตกต่างได้ดี ผู้บริโภค เชฟ ผู้ประกอบการร้านค้าชาวสเปน ได้รับความรู้ ได้ทดลอง สัมผัส รู้จักเครื่องปรุงไทยการใช้ส่วนผสมไทยมากขึ้น นำไปสู่การหาซื้อ สั่งซื้อ และปรุงเมนูใหม่ในร้านอาหาร/ร้านค้าเฉพาะทาง/trader/catering/ครัวเรือน
ข้อคิดเห็นของ สคต.
ตลาดสเปนยังมีสินค้าไทยจำกัดเมื่อเทียบกับตลาดยุโรปอื่นๆ เนื่องจากกฎระเบียบการนำเข้าที่ซับซ้อน และการบริโภคในกระแสหลักยังอยู่ระหว่างการเติบโต ผลิตภัณฑ์จึงมีความคล้ายคลึงกัน อาทิ ซอสสิ่งปรุงรส ข้าว เครื่องแกง กะทิ อย่างไรก็ตาม เป็นจังหวะโอกาสที่ผู้บริโภคและผู้มีอิทธิพลในวงการเปิดใจให้กับอาหารไทยและอาหารต่างชาติ ผู้ประกอบการไทยจึงควรใช้โอกาสนี้ในการรุกตลาด สื่อสารและสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการสเปนด้วยตนเอง ซึ่งเป็นแนวทางการทำธุรกิจที่เหมาะกับคู่ค้าสเปนเนื่องจากมีวัฒนธรรมในการสนทนา สังสรร สร้างความไว้วางใจก่อนจะดำเนินธุรกิจด้วยกันในระยะยาว
ทั้งนี้ การประชาสัมพันธ์สินค้า T Mark และ PM Award ถือเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้นำเข้าของสเปนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ นำไปสู่การนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยมากขึ้น โดยสังเกตได้อย่างชัดเจนว่าผู้เยี่ยมชมชาวสเปนเปิดใจชิม และเข้ามาเจรจาธุรกิจ สอบถามข้อมูล ณ คูหามากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญกว่าปีก่อนหน้า นับว่าการดำเนินโครงการประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เป็นการทำงานอย่างบูรณาการหลายฝ่าย ได้แก่ สคต. สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาดริด ผู้ประกอบการไทย ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า และโดยเฉพาะการจัดสาธิตปรุงร่วมกับร้านอาหาร Thai SELECT และชุมชนไทยในมาดริด สร้างกระแสทางสื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างมาก นับเป็นโครงการที่สร้างประโยชน์ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายฝ่าย
สคต. เห็นว่างานแสดงสินค้า Salon Gourmets เป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มชั้นเลิศ (gourmets) ที่มีศักยภาพมากสำหรับผู้ประกอบการไทย ทั้งสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องปรุง ขนม ตลอดจนสินค้าอาหารนวัตกรรม โดยเป็นเวทีอาหาร fine foods ชั้นนำของยุโรป ปีนี้จัดขึ้นบนพื้นที่จัดแสดง 72,000 ตร.ม. จำนวน 6 อาคาร มีผู้จัดแสดงสินค้ากว่า 2,000 ราย ผู้เข้าชม 117,969 ราย เกิดการเจรจา 6,482 ครั้งในงาน นำเสนอสินค้ากว่า 55,000 รายการ รวมถึงนวัตกรรมใหม่กว่า 2,142 รายการ สร้างมูลค่าทางธุรกิจกว่า 313 ล้านยูโร สำหรับปี 2570 กำหนดจัดระหว่างวันที่ 19 – 22 เมษายน 2570 ณ กรุงมาดริด ผู้ประกอบการสามารถสมัครเข้าร่วมผ่านโครงการ SMEs Pro-active ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือสมัครเข้าร่วมกับผู้จัดงานโดยตรง
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาดริด
เมษายน 2569