fb
ฮ่องกงเตรียมปรับแผนพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism)

ฮ่องกงเตรียมปรับแผนพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism)

โดย
Wacharaporn
ลงเมื่อ 10 กันยายน 2569 13:00
สคต. ณ เมืองฮ่องกง (จีน) (TCC, Hong Kong (China))
1

            Mr. Perry Yiu Pak-leung หนึ่งในสมาชิกสภานิติบัญญัติของฮ่องกง เรียกร้องให้ฮ่องกงปรับปรุงแผนด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และเปิดให้มีการจองแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในพื้นที่ชนบทล่วงหน้ามากขึ้น หลังจากที่ Mr. Perry Yiu ได้ร่วมกับองค์กรกลุ่มเยาวชนใหม่ New Youth Forum ทำการสำรวจความเห็นของประชากรจำนวน 651 คน ทางโทรศัพท์ระหว่างวันที่ 18  26 สิงหาคม 2569 และพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่าฮ่องกงมีศักยภาพสูงในด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ แต่ยังขาดตัวเลือกที่มีคุณภาพที่เพียงพอ โดย 71.8% ของผู้ตอบแบบสำรวจ เห็นว่าทรัพยากรในพื้นที่ชนบทของฮ่องกงสามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (ecotourism) คุณภาพสูงได้ อย่างไรก็ดี มีผู้ตอบสำรวจในสัดส่วนที่เท่ากันเชื่อว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไปในพื้นที่ชนบทส่วนใหญ่ ไปเพียงเพื่อทำกิจกรรมพักผ่อนทั่วไปมากกว่าจะเป็น “การท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่แท้จริง”

          Mr. Perry Yiu กล่าวว่า “ฮ่องกงมีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่อุดมสมบูรณ์มาก แต่เป็นเรื่องน่าเสียดายที่เราไม่ได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้อย่างเหมาะสมมาเป็นเวลานานแล้ว” นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่า 62.1% ของผู้ตอบแบบสำรวจ มองว่าฮ่องกงยังขาดผลิตภัณฑ์ ecotourism คุณภาพสูง 59% ของผู้ตอบแบบสำรวจ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมที่มอบประสบการณ์เชิงลึกมากขึ้น และประมาณ 83.3% ของผู้ตอบแบบสำรวจ เห็นด้ว่า ecotourism ที่มีคุณภาพ ควรจะรวมการนำเที่ยวแบบมืออาชีพและการศึกษาเพื่อการอนุรักษ์ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน

          ในด้านการบริหารจัดการนักท่องเที่ยว 75.8% ของผู้ตอบแบบสำรวจ สนับสนุนระบบการจองล่วงหน้าสำหรับแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศยอดนิยม และ 73.1% ของผู้ตอบแบบสำรวจ เห็นว่าควรจำกัดการเข้าถึงบางพื้นที่ โดยให้ผ่านได้เฉพาะบริษัทนำเที่ยวที่ได้รับการรับรองและมัคคุเทศก์มืออาชีพเท่านั้น

          Mr. Perry Yiu ซึ่งเป็นตัวแทนภาคการท่องเที่ยวในสภานิติบัญญัติฮ่องกง ระบุว่ารัฐบาลควรเลิกแนวทางแบบ “ดำเนินงานแบบเฉื่อยชา แก้ปัญหาเป็นส่วน ๆ และรับมือเฉพาะหน้าเหมือนดับไฟวันต่อวัน”  ในการจัดการแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม และหันมาใช้ยุทธศาสตร์ที่เน้นการประสานงานเชิงนโยบาย การบริหารความจุรองรับ และระบบรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม รวมทั้งได้เรียกร้องให้ตั้งคณะทำงานระดับสูงแบบข้ามหน่วยงานเพื่อกำกับดูแลการพัฒนา ecotourism โดยชี้ว่ากลไกที่ใช้จัดการฝูงชนในช่วงวันหยุดยังไม่เพียงพอสำหรับการวางแผนระยะยาว พร้อมยกตัวอย่างว่าการจัดการปัญหานักท่องเที่ยวล้นพื้นที่ที่เขื่อนอ่างเก็บน้ำ High Island East Dam ในเขต Sai Kung ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของกรมการขนส่ง (Transport Department) คณะกรรมการการท่องเที่ยว (Tourism Commission) กรมการเกษตร ประมง และการอนุรักษ์ (Agriculture, Fisheries and Conservation Department) กรมการประปา (Water Supplies Department) ตำรวจ และหน่วยงานท้องถิ่น

image.png

          Mr. Perry Yiu เสนอให้รัฐบาลทบทวนการทดลองระบบการจองล่วงหน้าสำหรับแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่ เขื่อนอ่างเก็บน้ำ High Island East Dam และเกาะหิน Po Pin Chau ก่อนขยายไปดำเนินการในพื้นที่อื่นๆ Mr. Perry Yiu กล่าวถึงภูเขา Tai Mo Shan ซึ่งอาจได้รับแรงกดดันให้ดำเนินการเป็นพื้นที่ถัดไป เนื่องจากอยู่ภายใต้โครงการด้าน ecotourism Four Peaks” (สี่ยอดเขา) ที่รัฐบาลฮ่องกงกำลังทำการส่งเสริม ซึ่งยังรวมถึง The Peak, Lantau Peak และ Sai Kung Hoi นอกจากนี้ Mr. Perry Yiu ได้ตั้งข้อสังเกตว่า  ในสองสัปดาห์แรกของการใช้ระบบการจองล่วงหน้าที่ High Island มีอัตราผู้จองที่ไม่มาแสดงตัวสูงถึง 41% อย่างไรก็ดี ช่องว่างดังกล่าวสามารถเปิดให้นักท่องเที่ยวแบบ walk-in ได้ และเจ้าหน้าที่ภาคสนามควรมีความยืดหยุ่นในการจัดการเวลาเข้าพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

          Mr. Tommy Tam Kwong-shun ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฮ่องกง (Travel Industry Council) เน้นว่า การควบคุมนักท่องเที่ยวเป็นเพียงขั้นแรก โดยพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวทางระบบนิเวศหรือมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากควรอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัททัวร์ที่ได้รับการรับรองและมัคคุเทศก์มืออาชีพที่ผ่านการฝึกอบรม “หากต้องการบรรลุเป้าหมายการนำเที่ยวแบบมืออาชีพ การให้ความรู้ด้านอนุรักษ์ และการพัฒนาที่ยั่งยืน รัฐบาลควรพิจารณาให้บริษัททัวร์และมัคคุเทศก์ที่ได้รับการรับรองเป็นผู้ประสานงานในการเข้าชมพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวทางระบบนิเวศและแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยม” นอกจากนั้น เขายังเรียกร้องให้สำนักงานกำกับดูแลกิจการท่องเที่ยวฮ่องกง (Travel Industry Authority) เพิ่มการตรวจสอบแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น RedNote เพื่อจัดการปัญหาทัวร์ข้ามพรมแดนที่ไม่มีใบอนุญาตจากประเทศต้นทาง

            Mr. Derek Tse Yue-tak ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท Eco Travel ระบุว่า ข้อจำกัดด้านการขนส่งและขั้นตอนการขอใบอนุญาตที่ยุ่งยากกำลังทำให้ผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ecotourism คุณภาพสูงได้ยาก นอกจากนี้ทัวร์เดินป่าข้ามพรมแดนที่ไม่มีใบอนุญาตซึ่งจัดโดยมัคคุเทศก์จากจีนแผ่นดินใหญ่ยังส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีใบอนุญาตอย่างต่อเนื่อง

 

ความคิดเห็นของ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง

          การเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (ecotourism) ของรัฐบาลฮ่องกง ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวและสินค้าและอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง outdoor โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่รัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลต่าง ๆ เริ่มดำเนินมาตรการจัดการพื้นที่ธรรมชาติอย่างเป็นระบบมากขึ้น ทั้งการใช้ระบบจองล่วงหน้า การจำกัดจำนวนผู้เข้าชม และการกำหนดให้พื้นที่บางแห่งต้องเข้าชมผ่านบริษัททัวร์ที่ได้รับการรับรองเท่านั้น สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าฮ่องกงกำลังเดินหน้าไปสู่ ecotourism ที่มีมาตรฐานสูงขึ้น ซึ่งย่อมส่งผลต่อความต้องการสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น 

          แนวโน้มนี้เป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ผลิตสินค้ากลุ่มอุปกรณ์เดินป่า แคมป์ปิ้ง การเดินเขา และสินค้ารักษ์โลก เนื่องจากนักท่องเที่ยวฮ่องกงมีพฤติกรรมการบริโภคที่เน้นคุณภาพ ความปลอดภัย และ ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก การที่รัฐบาลฮ่องกงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการจัดการพื้นที่อย่างยั่งยืนยิ่งทำให้สินค้าที่มีมาตรฐานสูงและตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนมีโอกาสเข้าสู่ตลาดได้ง่ายขึ้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรพิจารณาพัฒนาสินค้าให้มีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับความต้องการดังกล่าว เช่น วัสดุน้ำหนักเบาแต่ทนทาน อุปกรณ์ที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้งานได้สะดวกในพื้นที่ภูเขาและชายฝั่งซึ่งเป็นลักษณะภูมิประเทศของฮ่องกง นอกจากนั้น ฮ่องกงกำลังผลักดันมาตรฐานการนำเที่ยวเชิงนิเวศที่เน้นความรู้ด้านอนุรักษ์และการจัดการผู้นักท่องเที่ยวอย่างมืออาชีพ ผู้ประกอบการไทยในภาคบริการท่องเที่ยวหรือบริษัททัวร์ไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเดินป่าและการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติสามารถใช้โอกาสนี้สร้างความร่วมมือกับบริษัททัวร์ฮ่องกงที่ได้รับการรับรอง เพื่อพัฒนาโปรแกรมทัวร์ร่วมกันหรือจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนด้านการฝึกอบรมมัคคุเทศก์ นอกจากนี้ ยังสามารถนำเสนอโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศในประเทศไทยให้กับนักท่องเที่ยวฮ่องกงที่กำลังมองหาประสบการณ์เชิงลึกในต่างประเทศ

          สำนักงานฯ เห็นว่าผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญกับการสื่อสารเรื่องความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเป็นปัจจัยที่นักท่องเที่ยวฮ่องกงให้ความสนใจอย่างมาก การทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ที่คนฮ่องกงนิยม เช่น RedNote, Instagram และแพลตฟอร์มรีวิวกิจกรรม outdoor จะช่วยให้สินค้าและบริการของไทยเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การสร้างความร่วมมือกับร้านจำหน่ายอุปกรณ์ outdoor ในย่าน Mong Kok, Causeway Bay และ Tsim Sha Tsui จะช่วยเพิ่มโอกาสในการวางจำหน่ายสินค้าไทยในตลาดฮ่องกงได้มากขึ้น 

          ทั้งนี้ การที่รัฐบาลฮ่องกงให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างจริงจัง เป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย ทั้งในด้านสินค้าและบริการ หากสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพสูง ตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยและความยั่งยืน รวมถึงสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจท่องเที่ยวในฮ่องกงได้อย่างเหมาะสม ไทยจะสามารถขยายตลาดและสร้างความได้เปรียบในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วได้

ข่าวประจำสัปดาห์_17 กย 69 new.pdf
Share :
Instagram