fb
ฤดูร้อนที่เยอรมนีค้นพบเครื่องปรับอากาศ
โดย
Thanit
ลงเมื่อ 31 กรกฎาคม 2569 22:15
สคต. ณ กรุงเบอร์ลิน (เยอรมนี) (TTC, Berlin (Germany))
4

นับเป็นเวลานานแล้วที่ “เครื่องปรับอากาศ” ในประเทศเยอรมนี ถูกมองว่าเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม แต่ในปัจจุบันนี้  เครื่องปรับอากาศกลายเป็นสินค้าขายดีมาก

การค้นหาใน Google ด้วยคำว่า “ซื้อเครื่องปรับอากาศแบบเคลื่อนที่” เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่าเมื่อเร็วๆ นี้ โดยเครื่องปรับอากาศบางรุ่น อย่างเช่น Midea Porta Split ได้รับความนิยมอย่างมากและถูกค้นหาเพิ่มขึ้นถึง 20 เท่าเลยทีเดียว ภาคอุตสาหกรรมกำลังเตรียมพร้อมรับการเติบโต และราคาก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ความต้องการพัดลม และเครื่องปรับอากาศที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเมื่อพิจารณาจากคลื่นความร้อนในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ยอดขายที่พุ่งสูงขึ้นที่ผู้ค้าปลีกกำลังประสบอยู่ กำลังก้าวไปสู่ระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน บริษัท Otto ผู้ค้าปลีกออนไลน์ กล่าวกับหนังสือพิมพ์ Handelsblatt ว่า “ยอดขายพัดลมและเครื่องปรับอากาศในปัจจุบัน มากกว่ายอดขายที่เคยขายได้ตลอดทั้งปี 2025 รวมกัน” ยอดขายพัดลมของ Otto เพิ่มขึ้นประมาณ 308% เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน 2025 ส่วนเครื่องปรับอากาศมียอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 250% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2025   ส่วนร้าน Obi ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกสินค้าตกแต่งบ้าน/สินค้า DIY ได้รายงานว่า สินค้าประเภทพัดลมและเครื่องปรับอากาศในสต็อก ก็ขายหมดเกลี้ยงเช่นกัน  นอกจากนี้ ภาคธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากความเฟื่องฟูนี้ด้วยเช่นกัน ก็คือ ธุรกิจโลจิสติกส์ โดยบริษัท JD Logistics ผู้ให้บริการโลจิสติกส์จากจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จำหน่ายเครื่องปรับอากาศบนแพลตฟอร์ม Joybuy ในยุโรป ระบุว่า ยอดขายเครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้นเกือบ 40 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงต้นเดือนมิถุนายน ขณะที่บริษัท Cainiao ในเครือ Alibaba ด้านโลจิสติกส์ รายงานว่า ยอดสั่งซื้อเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่จากคลังสินค้าในยุโรป เพิ่มขึ้นเกือบ 18 เท่าในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่มาจากความต้องการของลูกค้าในสหราชอาณาจักร เยอรมนี และโปแลนด์ เป็นหลัก 

ในทางตรงกันข้าม ข้อมูลจากบริษัท Tado แสดงให้เห็นว่า ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาอุณหภูมิภายในบ้านมากกว่า 55% ในเยอรมนีสูงเกิน 30 องศาเซลเซียส หลายเมืองประสบกับการเสียชีวิตของประชาชนจากความร้อน เมืองโคโลญบันทึกยอดผู้เสียชีวิตมากกว่า 120 คนภายในเวลาสองวัน โดยเมืองโคโลญในเวลานั้นระบุว่า หน่วยฉุกเฉินของเมืองประสบกับขีดจำกัดความสามารถในการรับมือปัญหาดังกล่าวแล้วทางหลวงหลายสายต้องปิดบางส่วน หลังจากผิวถนนด้านบนแตกร้าว และผู้พักอาศัยในสถานดูแลผู้สูงอายุต้องย้ายที่อยู่ เนื่องจากห้องพักร้อนเกินไป บริษัท Prognos บริษัทที่ปรึกษาประเมินค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจของวันที่อากาศร้อนจัดเพียงวันเดียวไว้สูงถึง 431 ล้านยูโร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกำลังทำให้คลื่นความร้อนที่เป็นอันตรายกลายเป็นปัญหาที่เพิ่มมากขึ้น นาย Lukas Sander จากบริษัท Prognos กล่าวว่า “จากประสบการณ์ในช่วงสัปดาห์ที่มีคลื่นความร้อนรุนแรง คงเป็นไปไม่ได้แล้วที่จะหลีกเลี่ยงการติดตั้งเครื่องปรับอากาศในอาคารใหม่ๆ” นาย Sander กล่าวเพิ่มว่า ภาคอุตสาหกรรมนี้มีการเติบโตอย่างชัดเจนมาหลายปีแล้ว แม้ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโดยรวมจะซบเซาก็ตาม ภาคส่วนนี้คิดเป็นสัดส่วนกว่า 2% ของมูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่ของเยอรมนี นอกเหนือจากธุรกิจอุปกรณ์ทำความเย็นและเครื่องปรับอากาศแล้ว ยังรวมถึงด้านอื่นๆ เช่น หลังคาเขียว (หลังคาที่มีพืชคลุม) เสื้อกั๊กระบายความร้อน การบริการด้านวิศวกรรมเพื่อการปรับตัวต่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  เป็นต้น  

จากข้อมูลของ Destatis คาดว่า อาคารสำนักงานที่สร้างเสร็จใหม่ในปี 2025 ประมาณ 1 ใน 3 (33.33%) จะติดตั้งระบบปรับอากาศ สัดส่วนนี้สูงพอๆ กับอาคารที่เกี่ยวข้องกับภาคการศึกษาและสาธารณสุข ขณะที่ อาคารที่เกี่ยวกับภาคบริการสังคม มีตัวเลขในทางตรงกันข้าม กล่าวคือ อาคารกลุ่มนี้มีความประสงค์ที่จะติดตั้งระบบปรับอากาศอยู่ที่ 14.5% เท่านั้น ซึ่งอาคารที่เกี่ยวกับภาคบริการสังคม รวมถึงสถานที่ต่างๆ อย่างเช่น ศูนย์รับเลี้ยงเด็กและบ้านพักคนชรา  

ปัจจุบันผู้ผลิตรายใดเป็นผู้ที่ครองตลาด??” สถานการณ์ที่อากาศร้อนสูงขึ้นในปัจจุบัน ผู้ที่ได้รับผลกระทบของสถานการณ์นี้อย่างรุนแรงที่สุด ก็คือ ผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้บริโภคที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศกลายเป็นผู้ประสบปัญหา กลายเป็นผู้ที่ต้องหาวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสมสำหรับบ้านของตน อย่างไรก็ตามตลาดในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกมากมาย โดยผู้ผลิตที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มาจากเอเชีย จากการคำนวณของ Shanghai Metals Market (SMM) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านสินค้าโภคภัณฑ์ และอุตสาหกรรมที่อ้างอิงข้อมูลศุลกากรของจีน พบว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 การส่งออกเครื่องปรับอากาศจากจีนไปยังสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้น มีมูลค่าประมาณ 3.76 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 43.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดของแบรนด์จีนในตลาดยุโรป เพิ่มขึ้นเป็น 41% จากเดิม 27% ในปี 2023 นอกจากผู้ผลิตเกาหลี อย่าง LG และ Samsung แล้ว  โอกาสทางธุรกิจในตลาดเยอรมนีส่วนใหญ่ตกไปอยู่ที่แบรนด์จีน “Midea” ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนและอุตสาหกรรมของจีน โดยธุรกิจระบบทำความร้อน การระบายอากาศ และเครื่องปรับอากาศ คิดเป็นเกือบ 40% ของยอดขายในรายงานธุรกิจฉบับล่าสุดของบริษัท ทั้งนี้ กระแสความนิยมนั้นรุนแรงมากจนถึงขั้นที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์จากรัฐ Baden-Württemberg รายหนึ่งถึงกับเขียนโปรแกรมเว็บไซต์ขึ้นมาโดยเฉพาะ (เดิมทีทำไว้สำหรับเพื่อนๆ เท่านั้น) เมื่อเขาเปิดตัวสู่สาธารณะ นาย Adrian Kübel คาดการณ์ไว้ว่า อาจมีคนเข้าชมเพียง 100 ครั้ง/วัน แต่ตอนนี้มียอดเข้าชมเกือบ 2 ล้านครั้ง/วัน โดยเว็บไซต์นี้ให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับสถานะสินค้าของเครื่องปรับอากาศพกพายี่ห้อ Midea รุ่น Porta Split ซึ่งปัจจุบันเป็นเครื่องปรับอากาศพกพาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเยอรมนี  จากการเข้าดูเว็บไซต์เมื่อเร็วๆ นี้ พบว่า สินค้าดังกล่าวขายหมดเกลี้ยง ไม่มีจำหน่ายที่ร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน/DIY กว่า 1,185 แห่งเลย ดูเหมือนว่า เครื่องปรับอากาศ Midea รุ่นนี้จะปรากฏอยู่บนแพลตฟอร์มต่างๆ ไม่ว่า Instagram, YouTube และ Reddit ทั้งยังสามารถติดตั้งเครื่องปรับอากาศนี้ได้ง่ายมาก เพราะเครื่องปรับอากาศ Midea รุ่น Porta Split ต้องการเพียงไฟฟ้าและหน้าต่างที่เปิดอยู่ โดยท่อที่มีสารทำความเย็นจะนำความร้อนออกไปข้างนอก ต่างจากเครื่องรุ่นเก่าๆ ที่พัดลมกระจายความร้อนจะเสียงดังและติดอยู่กับเครื่อง  ผู้แทนของ Midea ในยุโรป ได้ตอบคำถามว่า “บริษัทไม่ได้คาดหวังการเติบโตอย่างรวดเร็วในยุโรป แต่คาดหวังการเติบโตอย่างต่อเนื่องมากกว่า ยุโรปเป็นตลาดที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ซึ่งบริษัทได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องในตลาดนี้”

โดยทั่วไปแล้วเครื่องปรับอากาศที่วางขายทั่วไป มักเรียกว่า “เครื่องปรับอากาศแบบติดตั้งถาวร” (air conditioners) ในขณะที่ระบบแยกส่วนแบบติดตั้งถาวร หรือแบบพกพาที่มีทั้งยูนิตภายนอกและภายใน (เช่นของ Midea) จะเรียกว่า “เครื่องปรับอากาศแบบยูนิต” (air conditioning units) ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว“เครื่องปรับอากาศแบบติดตั้งถาวร” ถือว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงานมากกว่า แต่ต้องติดตั้งโดยช่างผู้ชำนาญการ โดยผู้ผลิตชาวญี่ปุ่นกำลังวางตำแหน่งตัวเองในตลาดด้วยระบบ“เครื่องปรับอากาศแบบติดตั้งถาวร” เป็นหลัก และพวกเขาก็หวังที่จะมียอดขายเพิ่มขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ บริษัท Daikin สัญชาติญี่ปุ่น ถือเป็นผู้นำตลาดเครื่องปรับอากาศในเยอรมนี และเช่นเดียวกับคู่แข่งอย่าง Mitsubishi Electric ก็กำลังมุ่งเป้าไปที่ลูกค้าครัวเรือนมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัท Panasonic ก็เป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดเยอรมนีเช่นกัน  โฆษกของบริษัท Panasonic กล่าวว่า “ในครัวเรือนเยอรมัน บริษัทมองเห็นถึงความต้องการในการแก้ปัญหาด้านการควบคุมอุณหภูมิเพิ่มขึ้นอย่างหนัก และบริษัท Panasonic คาดการณ์ว่า ตลาดเครื่องปรับอากาศจะเติบโตขึ้น 10% ดังนั้น Panasonic จึงเพิ่มกำลังการผลิตสำหรับตลาดยุโรปมากขึ้น เนื่องจากส่วนแบ่งการตลาดค่อนข้างต่ำ แต่บริษัทมองเห็นศักยภาพการเติบโตที่สำคัญ นอกจากนี้ พวกเขายังสังเกตเห็นว่า ลูกค้าที่ต้องการใช้ระบบปรับอากาศแบบที่สามารถทำความร้อนได้ด้วย มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากระบบดังกล่าวช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล (น้ำมันและก๊าซ) ได้ 

เครื่องปรับอากาศของญี่ปุ่นจัดอยู่ในกลุ่มเครื่องปรับอากาศที่ประหยัดพลังงานที่สุดในโลก จากข้อมูลที่มีอยู่ (ณ ปี 2018) พบว่า 90% ของครัวเรือนในญี่ปุ่นมีเครื่องปรับอากาศโดยเฉลี่ยแล้ว แต่ละครัวเรือนมีเครื่องปรับอากาศ 3.2 เครื่อง รุ่นเรือธงของ Daikin ในตลาดญี่ปุ่นคือ รุ่น “Ururu Sarara” ซึ่งเป็นเครื่องปรับอากาศรุ่นที่สามารถทั้งลดความชื้นและเพิ่มความชื้นในอากาศได้

ใครก็ตามในเยอรมนีที่ต้องการติดตั้งเครื่องปรับอากาศในช่วงฤดูร้อน แทบจะหาช่างเทคนิคว่างไม่ได้เลย บริษัทต่างๆ มักมีคิวงานเต็มไปกับการบำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบที่มีอยู่แล้ว นาย Lucas van Stephoudt จากสมาคมควบคุมสภาพอากาศในอาคารแห่งเยอรมนี (Fachverband Gebäude-Klima e. V.) กล่าวกับหนังสือพิมพ์ Handelsblatt ว่า เราควรซื้อเครื่องปรับอากาศแบบสวนทางกับวัฏจักรเศรษฐกิจ นั่นคือ เมื่ออุณหภูมิเริ่มลดลงอีกครั้ง อย่างในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ความต้องการเครื่องปรับอากาศจะลดลงพร้อมกับอุณหภูมิ

ช่วงฤดูร้อนบรรดาร้านค้าต่างก็มองหาสินค้ามาจำหน่ายอย่างหนัก ซึ่งแน่นอนที่ Hornbach ร้านค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ไม่ใช่เพียงร้านเดียวที่กำลังเร่งเติมสต็อกสินค้า ผู้แทนของ Hornbach กล่าวว่า สินค้ากลุ่มการควบคุมสภาพอากาศ” เปลี่ยนแปลงรูปแบบอย่างรวดเร็ว บริษัทต้องสั่งซื้อสินค้าหมวดเครื่องปรับอากาศยี่ห้อ Midea จากเอเชียล่วงหน้าถึงหนึ่งปี และก็ไม่สามารถบอกได้ว่า ในอนาคตสินค้าดังกล่าวจะยังมีอยู่หรือไม่ หากจำเป็น Hornbach จะเปลี่ยนไปใช้สินค้าทดแทนจากผู้ผลิตรายอื่นแทน โดยร้านค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านต่างก็เพิ่มปริมาณการสั่งซื้อเครื่องปรับอากาศขึ้นทุกปีอยู่แล้ว  ผู้แทนของ Hornbach ยังกล่าวเพิ่มว่า “ในด้านหนึ่งเราต้องการเร่งการเติบโต แต่ในอีกด้านหนึ่งเราก็จำเป็นต้องชะลอตัวลงเช่นกัน เนื่องจากสภาพอากาศและกำลังซื้อในปีหน้ายังไม่แน่นอน” 

(แหล่งที่มา หนังสือพิมพ์ Handelsblatt เดือนกรกฎาคม 2569)

REPORT_แนวโน้มสินค้าและบริการจากเยอรมนี Web.pdf
Share :
Instagram