
ตลาดธุรกิจค้าปลีกอะไหล่และอุปกรณ์ยานยนต์ในออสเตรเลียกำลังเข้าสู่ภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากการขยายตลาดไปสู่ตลาดอุปกรณ์เสริมรถยนต์ของ Bunnings ในปี 2568 ได้สร้างแรงกดดันอย่างมากต่อผู้เล่นรายใหญ่ที่ครองตลาดอะไหล่และอุปกรณ์ยานยนต์ โดยเฉพาะ Bapcor (ผู้จำหน่ายสินค้า Automotive แบรนด์ Autobarn, Burson,Midas และ Autopro ดำเนินธุรกิจมายาวนานและมีสาขากว่า 1,100 แห่ง) ที่ประสบภาวะขาดทุนและสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับบริษัทคู่แข่ง เช่น Repco และบริษัท CoolDrive Auto Parts ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2567-2568 บริษัทมีกำไรสุทธิเพียง 28.1 ล้านเหรียญออสเตรเลีย และกำลังเผชิญกับผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาด โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนยอดขายปลีกได้รับผลกระทบอย่างมาก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากบริษัทประสบปัญหาด้านความล้มเหลวเชิงโครงสร้างและคู่แข่งรายใหม่อย่าง Bunnings ที่เข้ามาตลาดอุปกรณ์เสริมรถยนต์
บริษัท Repco มีบริษัท Genuine Parts Co จากสหรัฐอเมริกาเป็นบริษัทแม่ มีร้านค้าปลีกให้บริการรวม 320 สาขาในออสเตรเลียและเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในธุรกิจชิ้นส่วนรถยนต์ในออสเตรเลีย มียอดขายรวมในไตรมาสเดือนกันยายน 2568 เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
บริษัท CoolDrive Auto Parts กำลังได้รับความนิยมมีร้านค้าให้บริการกว่า 36 แห่ง มียอดขายที่แข็งแกร่งและกำลังสร้างคลังกระจายสินค้าขนาด 31,000 ตารางเมตรแห่งใหม่ในเขต Boronia นครเมลเบิร์นและเป็นสำนักงานใหญ่ของทีม V8 Supercars ด้วย
Bunnings (มีบริษัท Wesfarmers เป็นบริษัทแม่และเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน) ประกาศแผนการตลาดเชิงรุกโดยการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ยานยนต์ใหม่เพิ่มมากกว่า 30,000 รายการ เพื่อจำหน่ายทั้งออนไลน์และ 1,200 รายการเพื่อจำหน่ายในร้าน Bunnings ที่กระจายอยู่มากกว่า 300 สาขาทั่วออสเตรเลียภายในปี 2568 โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายตั้งแต่น้ำมันเครื่อง สารหล่อลื่น และน้ำยาทำความสะอาด ไปจนถึงเครื่องมือและอุปกรณ์เสริมสำหรับรถยนต์เพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาดสินค้าอะไหล่และอุปกรณ์รถยนต์ และได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี ทำให้ Bunnings กลายเป็นคู่แข่งโดยตรงของ Supercheap Auto, Repco, Bapcor และ Auto One ซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด
การแข่งขันในตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ผู้ค้าปลีกอะไหล่และอุปกรณ์ยานยนต์ในออสเตรเลียต้องเร่งปรับตัวและสร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อรับมือ เช่น การขยายรายการผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมสินค้าที่มีผลกำไรสูง เช่น เทคโนโลยีในรถยนต์ อุปกรณ์เสริมสำหรับรถ Off-road และชิ้นส่วนที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะสูง การลงทุนในระบบเทคโนโลยีอัตโนมัติ GTP (Goods-to-Person) เพื่อลดจำนวนพนักงานลง และพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน เพื่อลดต้นทุน และปรับปรุงการให้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคด้านความสะดวกสบายและการจัดส่งสินค้าที่รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมไปถึงเพิ่มการจำหน่ายชิ้นส่วนไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ ระบบเสียงรถยนต์ ชุดสายไฟจุดระเบิดแบบหุ้มฉนวน หัวเทียน คอยล์จุดระเบิด มอเตอร์สตาร์ท อุปกรณ์จุดระเบิดหรือสตาร์ทไฟฟ้า สัญญาณเตือนภัย ที่ปัดน้ำฝน ระบบไล่ฝ้า และอุปกรณ์ลดฝ้า รวมถึงกลุ่มอุปกรณ์เสริมไฟฟ้า เช่น กล้องมองหลัง ระบบนำทาง GPS และการเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความต้องการชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) แบบดั้งเดิม เช่น ระบบไอเสียและหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงที่หดตัวลง
........................................................................................
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์
ที่มา:
www.afr.com/www.channelnews.com.au