
เวียดนามแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าคนใหม่
ในวันที่ 8 เมษายน 2569 สภาแห่งชาติได้ลงมติแต่งตั้งรัฐมนตรีและสมาชิกอื่นๆ ของรัฐบาลสำหรับวาระปี 2026-2031 แต่งตั้ง นาย เล มานห์ ฮุ่ง (Le Manh Hung) ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าสำหรับวาระปี 2026-2031 ซึ่ง นาย เล มานห์ ฮุ่ง (Le Manh Hung) เคยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรม–พลังงานแห่งชาติเวียดนาม (PetroVietnam)
กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าได้ประกาศใช้แผนปฏิบัติการเพื่อดำเนินการตามมติการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคครั้งที่ 14 โดยกำหนดเป้าหมาย ภารกิจ และแนวทางการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมและการค้าอย่างชัดเจนในช่วงปี 2026–2030 พร้อมวิสัยทัศน์ถึงปี 2045
แผนปฏิบัติการดังกล่าวได้กำหนดแนวทางหลักอย่างต่อเนื่องในการทำให้ภารกิจและมาตรการของรัฐบาลมีความ สอดคล้องกับบทบาทและหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ควบคู่กับการยึดเป้าหมายการพัฒนาอย่างรวดเร็วและยั่งยืน โดยมีประชาชนและภาคธุรกิจเป็นศูนย์กลางของการให้บริการ
ในด้านเป้าหมาย ภาคอุตสาหกรรมและการค้ามุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการเติบโต พัฒนาอุตสาหกรรมไปสู่ความทันสมัย ส่งเสริมการค้าที่ยั่งยืน และขยายการบูรณาการกับเศรษฐกิจโลก โดยมีตัวชี้วัดสำคัญในช่วงปี 2026–2030 ได้แก่ สัดส่วนอุตสาหกรรมแปรรูปและการผลิตคิดเป็นประมาณร้อยละ 28 ของ GDP มูลค่าเพิ่มของภาคอุตสาหกรรมเฉลี่ยต่อหัวประชากรอยู่ที่ประมาณ 2,400 เหรียญสหรัฐฯ และลดการใช้พลังงานต่อ GDP ลงร้อยละ 1–1.5 ต่อปี นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าอัตราการเติบโตในสาขาหลักในระดับสูง โดยภาคอุตสาหกรรมเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 11.8 ต่อปี และอุตสาหกรรมแปรรูปและการผลิตเติบโตร้อยละ 12.4 ต่อปี ในขณะที่ภาคบริการด้านการค้า เช่น การค้าส่ง ค้าปลีก การขนส่ง และที่พักอาศัย ยังคงเติบโตมากกว่าร้อยละ 11 ต่อปี
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว แผนปฏิบัติการได้กำหนดระบบภารกิจและมาตรการอย่างครอบคลุมในทุกด้านที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง
ในด้านกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ กระทรวงจะมุ่งเน้นการทบทวนและปรับปรุงระบบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม การค้า และการลงทุนทางธุรกิจ ลดขั้นตอนทางปกครอง ปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการภาครัฐ
ในด้านพลังงาน จะกำหนดทิศทางการพัฒนาเพื่อให้มั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
สำหรับภาคอุตสาหกรรม จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมพื้นฐานและอุตสาหกรรมแปรรูปและการผลิต ส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจภายในประเทศกับภาคการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ตลอดจนยกระดับศักยภาพการผลิตและการมีส่วนร่วมในห่วงโซ่มูลค่าโลก
ในด้านการค้า กระทรวงจะมุ่งเน้นการกระจายตลาดให้หลากหลาย ใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) อย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงเสริมสร้างมาตรการปกป้องทางการค้าเพื่อคุ้มครองการผลิตภายในประเทศ ควบคู่กันนี้ ยังมีการดำเนินมาตรการด้านโลจิสติกส์ การส่งเสริมการค้า การพัฒนาตลาดภายในประเทศ การกำกับดูแลการแข่งขัน และการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับขีดความสามารถใน การแข่งขันของภาคธุรกิจและทั้งภาคอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ แผนปฏิบัติการยังเน้นย้ำการเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในทั้งภาคอุตสาหกรรมและการค้า การพัฒนาฐานข้อมูล การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการตลาด การตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของสินค้า และการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงฮานอย
เมษายน 2569