fb
รัฐบาลทรัมป์เตรียมคืนเงินภาษีนำเข้ากว่า 166,000 ล้านดอลลาร์ หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งเพิกถอนมาตรการ

รัฐบาลทรัมป์เตรียมคืนเงินภาษีนำเข้ากว่า 166,000 ล้านดอลลาร์ หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งเพิกถอนมาตรการ

โดย
Katekanok
ลงเมื่อ 22 เมษายน 2569 11:00
สคต. ณ นครนิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา) (TTC, New York (USA))
7

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเริ่มกระบวนการคืนเงินภาษีนำเข้ามูลค่ารวมกว่า 166,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ผู้นำเข้าสินค้า หลังจากที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาให้ยกเลิกมาตรการภาษีดังกล่าวซึ่งเคยเป็นเครื่องมือสำคัญในนโยบายการค้าของรัฐบาล

โดยตั้งแต่วันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2569 หน่วยงานภาครัฐจะเปิดให้ภาคธุรกิจสามารถยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีดังกล่าว พร้อมดอกเบี้ย ซึ่งนับเป็นการคืนรายได้จำนวนมหาศาลที่รัฐบาลเคยคาดว่าจะเป็นแหล่งรายได้สำคัญ ทั้งนี้ ภาษีนำเข้าเป็นภาระต้นทุนโดยตรงของผู้นำเข้า ส่งผลให้บริษัทจำนวนมากต้องเลือกระหว่างการรับภาระต้นทุนเอง การปรับลดค่าใช้จ่ายด้านอื่น หรือการผลักภาระไปยังผู้บริโภคผ่านราคาสินค้าที่สูงขึ้น

แม้ว่าการคืนเงินครั้งนี้จะช่วยบรรเทาภาระทางการเงินให้กับภาคธุรกิจในระดับหนึ่ง แต่สิทธิในการขอคืนเงินจะจำกัดเฉพาะหน่วยงานหรือบริษัทที่เป็นผู้ชำระภาษีโดยตรงเท่านั้น ส่งผลให้ผู้บริโภคทั่วไปซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นไม่สามารถขอรับเงินคืนได้ ทั้งนี้ การที่ผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากการคืนเงินดังกล่าวหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของภาคธุรกิจว่าจะส่งผ่านผลประโยชน์ในรูปแบบของราคาสินค้าที่ลดลงหรือไม่

ในเชิงปฏิบัติ กระบวนการคืนเงินดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยภาคธุรกิจจำนวนมากแสดงความกังวลเกี่ยวกับความซับซ้อนของขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะได้รับเงินคืน ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังไม่ให้ความชัดเจนว่าจะมีการดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมเพื่อชะลอหรือปรับเปลี่ยนกระบวนการคืนเงินหรือไม่

มาตรการภาษีที่ถูกยกเลิกดังกล่าวเป็นภาษีแบบต่างตอบแทน (reciprocal tariffs) ที่รัฐบาลทรัมป์กำหนดขึ้นโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ซึ่งไม่เคยมีการใช้กฎหมายดังกล่าวเพื่อกำหนดภาษีมาก่อน ส่งผลให้ศาลฎีกามีคำวินิจฉัยว่าการดำเนินการดังกล่าวเกินขอบเขตอำนาจทางกฎหมายของประธานาธิบดี

ทั้งนี้ รัฐบาลระบุว่ามีผู้นำเข้ามากกว่า 330,000 รายที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว ครอบคลุมรายการนำเข้ากว่า 53 ล้านรายการ โดยรายได้จากภาษีดังกล่าวรวมกว่า 166,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน

เพื่อรองรับกระบวนการคืนเงิน หน่วยงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ (CBP) ได้พัฒนาระบบดิจิทัลใหม่ที่เรียกว่า Consolidated Administration and Processing of Entries (CAPE) ภายใต้แพลตฟอร์มออนไลน์ Automated Commercial Environment (ACE) เพื่อรองรับการยื่นคำร้อง ผู้นำเข้าและตัวแทนศุลกากรจะต้องเข้าสู่ระบบเพื่อยื่นข้อมูล ซึ่งเมื่อคำร้องได้รับการอนุมัติ ระบบจะปรับปรุงข้อมูลการนำเข้าสินค้า โดยตัดรายการภาษีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย IEEPA ออก และคำนวณภาษีใหม่ จากนั้นจะคืนเงินให้เป็นยอดรวมต่อรายผู้นำเข้า พร้อมดอกเบี้ยซึ่งระบบสามารถรองรับการดำเนินการคืนเงินได้ในเบื้องต้นประมาณร้อยละ 63 ของรายการนำเข้าที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 60–90 วันในการดำเนินการคืนเงินหลังจากรับคำร้อง

image.png

ระบบ CAPE จะเปิดใช้งานเป็นระยะ ๆ (phase) โดยในระยะแรกจะครอบคลุมเฉพาะสินค้าที่กระบวนการประเมินภาษียังไม่สิ้นสุด หรือเพิ่งสิ้นสุดภายในช่วง 80 วันที่ผ่านมา โดยปกติผู้นำเข้าจะชำระภาษีโดยประมาณเมื่อสินค้าถึงสหรัฐฯ และหน่วยงานศุลกากรจะใช้เวลาตรวจสอบและสรุปยอดภาษีที่แท้จริงภายในประมาณ 314 วัน ซึ่งเรียกว่ากระบวนการ liquidation เมื่อกระบวนการนี้เสร็จสิ้น จะถือว่ารายการนำเข้าดังกล่าว “สิ้นสุด” และผู้นำเข้าจะมีเวลา 180 วันในการยื่นคัดค้านหรือแก้ไขข้อมูล

ด้วยระยะเวลาดังกล่าว ทำให้สินค้าส่วนใหญ่ที่อยู่ภายใต้มาตรการภาษี IEEPA ยังไม่สิ้นสุดกระบวนการ หรือเพิ่งสิ้นสุดภายในช่วง 80 วัน จึงมีสิทธิ์ยื่นขอคืนเงินในระยะแรกนี้ อย่างไรก็ตาม สินค้าบางประเภทจะยังไม่สามารถขอคืนเงินได้ เช่น รายการที่สิ้นสุดกระบวนการเกินกว่า 80 วัน รายการที่ไม่ได้ยื่นผ่านระบบ ACE หรือสินค้าที่อยู่ในเงื่อนไขการขอคืนภาษีกรณีส่งออก (duty drawback)

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและภาคธุรกิจยังคงแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของปัญหาทางเทคนิคและความล่าช้า เนื่องจากเป็นกระบวนการที่มีความซับซ้อนและมีขนาดใหญ่เป็นประวัติการณ์

แม้ว่าบริษัทขนาดใหญ่บางแห่ง เช่น FedEx และ Costco จะส่งสัญญาณว่ามีแนวโน้มจะส่งผ่านผลประโยชน์จากการคืนเงินไปยังลูกค้าในรูปแบบของค่าบริการหรือราคาสินค้าที่ลดลง แต่โดยรวมแล้ว นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าภาคธุรกิจอาจไม่รีบส่งต่อผลประโยชน์ดังกล่าวสู่ผู้บริโภคทันที เนื่องจากยังคงมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายภาษีในอนาคต

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลทรัมป์ยังคงเดินหน้าพิจารณามาตรการภาษีชุดใหม่เพื่อทดแทนมาตรการที่ถูกเพิกถอน โดยได้เริ่มการสอบสวนภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมาย Trade Act of 1974 กับหลายประเทศ ซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การจัดเก็บภาษีในระดับใกล้เคียงกับมาตรการเดิม รวมถึงการใช้ภาษีนำเข้าชั่วคราวร้อยละ 10 กับสินค้าส่วนใหญ่

โดยภาพรวม แม้การคืนเงินภาษีจะช่วยบรรเทาผลกระทบทางการเงินให้แก่ภาคธุรกิจบางส่วน แต่ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่ายังไม่สามารถชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาได้ทั้งหมด โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องเผชิญกับการลดการจ้างงานและการปรับลดต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลจากความผันผวนของนโยบายการค้าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

ข้อเสนอแนะจากสคต. นิวยอร์ก

ผู้ประกอบการไทยควรติดตามความคืบหน้าของนโยบายภาษีและมาตรการทดแทนของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประเมินผลกระทบด้านต้นทุนและราคาสินค้าในห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่พึ่งพาการนำเข้า ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมด้านเอกสารและกระบวนการทางศุลกากรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของระบบและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ควรกระจายความเสี่ยงทางการตลาดและแหล่งจัดหาวัตถุดิบ เพื่อลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า และพิจารณาปรับกลยุทธ์ด้านราคา รวมถึงการสื่อสารกับคู่ค้าในสหรัฐฯ อย่างเหมาะสม เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

 

ข้อมูลอ้างอิง NY TimesWall Street Journal

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก

Share :
Instagram