
รัฐบาลอิหร่านเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการค้าโดยใช้กลไกการแลกเปลี่ยนสินค้า (Barter Trade) หรือการแลกเปลี่ยนสินค้าโดยไม่ใช้การชำระเงินระหว่างกัน ระหว่างสินค้าจำเป็นพื้นฐานกับน้ำมันดิบ โดย Gholamreza Nouri Ghezeljeh รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรอิหร่าน ประกาศว่า อิหร่านมีแผนเพิ่มปริมาณการนำเข้าปัจจัยด้านการผลิตด้านปศุสัตว์ ตลอดจนการจัดหาสินค้าจำเป็นพื้นฐานของประเทศ ผ่านกลไกการแลกเปลี่ยนสินค้ากับน้ำมันดิบ เพื่อรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ
ทั้งนี้ การนำเข้าปัจจัยด้านการผลิตดังกล่าวหมายถึง การนำเข้าวัตถุดิบ เครื่องมือ พลังงาน และบริการที่ใช้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ขั้นสุดท้าย
Gholamreza Nouri Ghezeljeh รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรอิหร่าน เปิดเผยว่า ในปีปัจจุบันได้มีการปรับเพิ่มสัดส่วนการแลกเปลี่ยนน้ำมันเพื่อใช้ในการนำเข้าสินค้าจำเป็นพื้นฐาน ส่งผลให้มูลค่าการแลกเปลี่ยนซึ่งเดิมอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 1.5 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในสิ้นปีงบประมาณปัจจุบัน
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณใหม่ของอิหร่าน ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป รัฐบาลอิหร่านมีแผนปรับปรุงรูปแบบและกลไกการดำเนินการค้าในลักษณะการแลกเปลี่ยนสินค้า (Barter Trade) จากแนวทางที่ผ่านมา ซึ่งเดิมทีได้กำหนดให้กระทรวงน้ำมันเป็นผู้จัดสรรและส่งมอบน้ำมันแก่ผู้ค้าและผู้จัดจำหน่ายน้ำมัน เพื่อนำไปจำหน่ายและนำรายได้ที่ได้มาใช้ในการนำเข้าสินค้าจำเป็นพื้นฐานของประเทศ
อนึ่ง การดำเนินการในรูปแบบใหม่นี้ รัฐบาลอิหร่านจะมอบหมายให้กระทรวงเกษตรทำหน้าที่ประสานงานร่วมกับกระทรวงน้ำมันในการคัดเลือกบริษัทผู้นำเข้าสินค้าจำเป็นพื้นฐาน โดยบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการจัดสรรน้ำมันโดยตรง และรับผิดชอบการนำเข้าสินค้าที่จำเป็นต่อประเทศ ทั้งนี้ รัฐบาลมีแผนเพิ่มมูลค่าและขยายสัดส่วนการแลกเปลี่ยนสินค้าให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต ภายใต้กรอบความตกลงใหม่นี้ บริษัทผู้นำเข้าสินค้าจำเป็นพื้นฐานจะสามารถนำน้ำมันที่ได้รับการจัดสรรไปจำหน่ายหรือแลกเปลี่ยน เพื่อใช้เป็นทุนในการนำเข้าสินค้าของตนต่อไป
เป็นที่น่าสังเกตว่า อิหร่านพึ่งพาการแลกเปลี่ยนสินค้าเพิ่มมากขึ้น โดยจัดหาสินค้าจำเป็นพื้นฐาน ท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่จำกัดการเข้าถึงระบบการเงินโลกของอิหร่าน