fb
เวียดนามเตรียมลดภาษีปกป้องสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น

เวียดนามเตรียมลดภาษีปกป้องสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น

โดย
Nguyen
ลงเมื่อ 30 มีนาคม 2569 18:02
สคต. ณ กรุงฮานอย (เวียดนาม) (TTC, Hanoi (Vietnam))
1

เวียดนามเตรียมลดภาษีปกป้องสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น

image.png

กระทรวงการคลัง (Ministry of Finance: MOF) เปิดรับความคิดเห็นต่อร่างมติที่จะเสนอต่อคณะกรรมาธิการสามัญประจำรัฐสภาแห่งชาติเวียดนามเกี่ยวกับการปรับอัตราภาษีสิ่งแวดล้อมสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาดน้ำมันโลก ควบคุมอัตราเงินเฟ้อภายในประเทศ และอิงตามข้อเสนอแนะก่อนหน้านี้ของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า (Ministry of Industry and Trade: MOIT) เกี่ยวกับการใช้มาตรการภาษีเป็นเครื่องมือทางการคลังโดยตรงเพื่อลดแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมีข้อเสนอให้ปรับลดภาษีปกป้องสิ่งแวดล้อมสำหรับสินค้า ประเภท ได้แก่(1) น้ำมันเบนซิน (ไม่รวมเอทานอล) จากระดับ 2,000 เวียดนามด่อง หรือเท่ากับ 2.5 บาทต่อลิตร ลดลงเหลือ 1,000 เวียดนามด่อง      (1.25 บาทต่อลิตร) (2) น้ำมันดีเซล จากระดับ 1,000 เวียดนามด่อง (1.25 บาทต่อลิตร) ลดลงเหลือ 500 เวียดนามด่อง         (0.63 บาทต่อลิตร) และ (3) น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน เหลือที่ 1,000 เวียดนามด่องต่อลิตร โดยลดลง 500 เวียดนามด่อง (0.63 บาทต่อลิตร) เมื่อเทียบกับอัตราภาษีปกป้องสิ่งแวดล้อมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

อำนาจในการปรับลดภาษีปกป้องสิ่งแวดล้อมลงเหลือ เวียดนามด่องเป็นอำนาจของรัฐสภาเวียดนาม ดังนั้น หากมีการปรับลดภาษีปกป้องสิ่งแวดล้อมตามข้อเสนอให้ลดลงในระดับสูงสุดภายในกรอบอำนาจของคณะกรรมาธิการสามัญประจำรัฐสภาแห่งชาติเวียดนาม ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน (ไม่รวมเอทานอล) คาดว่าจะลดลงประมาณ 1,080 เวียดนามด่อง ต่อลิตร ขณะที่น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานและน้ำมันดีเซลจะลดลงประมาณ 540 เวียดนามด่อง ต่อลิตร ซึ่งตัวเลขดังกล่าวได้รวมผลกระทบของภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แล้ว ปัจจุบัน ภาษีปกป้องสิ่งแวดล้อมคิดเป็นร้อยละ 6,7 ของโครงสร้างราคาพื้นฐานของน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนี้ ภาษีปกป้องสิ่งแวดล้อมยังเป็นภาษีถูกเก็บทางอ้อมที่ถูกนำไปรวมอยู่ในราคาขายสินค้า ดังนั้น เมื่อมีการลดภาษีดังกล่าว ราคาขายปลีกของสินค้าที่เกี่ยวข้องจะลดลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดทำร่างข้อกำหนดดังกล่าวยังได้เน้นย้ำว่า ราคาขายปลีกภายในประเทศยังคงขึ้นอยู่กับความผันผวนของราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกเป็นอย่างมาก ดังนั้น การปรับลดราคาที่จะเกิดขึ้นจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

จากข้อมูลของสำนักงานสถิติ สังกัดกระทรวงการคลังเวียดนาม ให้ความเห็นว่าข้อกำหนดดังกล่าวจะช่วยเสริมให้อัตรา     การเพิ่มขึ้นของดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ต่ำกว่าการที่ยังคงอัตราภาษีปกป้องสิ่งแวดล้อมสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ในระดับเดิม ซึ่งจะมีส่วนช่วยเสริมในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ โดยคาดว่าดัชนีราคาผู้บริโภคในเดือนมีนาคม 2569 อาจเพิ่มขึ้นประมาณ 1.63 จุดร้อยละ (Percentage Point) เมื่อเทียบกับช่วงเวลาก่อนเกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ภาคตะวันออกกลาง ดัชนีราคาผู้บริโภค         ในไตรมาสที่ ของปี 2569 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.43 จุดร้อยละ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ดังนั้น ดัชนีราคาผู้บริโภคทั้งปี 2569 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 1.35 จุดร้อยละ ในขณะที่หากยังคงอัตราภาษีสิ่งแวดล้อมสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ตามเดิม คาดว่าดัชนีราคาผู้บริโภคเฉลี่ยทั้งปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 1.4 จุดร้อยละ

ในด้านงบประมาณของรัฐ กระทรวงการคลังประเมินว่าการปรับลดภาษีปกป้องสิ่งแวดล้อมส่งผลให้รายได้ของรัฐลดลงเฉลี่ยประมาณ 1,790 พันล้านเวียดนามด่องต่อเดือน หรือเท่ากับ 70 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวถือเป็นการสนับสนุนที่จำเป็นเพื่อช่วยเสริมลดแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจ และส่งเสริมกิจกรรมการผลิตและการดำเนินธุรกิจ กระทรวงการคลังยังระบุเพิ่มเติมว่า ข้อเสนอดังกล่าวไม่ขัดต่อข้อตกลงระหว่างประเทศของเวียดนาม ดังนั้น หากได้รับการอนุมัติ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าคาดว่าข้อกำหนดดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ลงนามประกาศใช้ และมีผลไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ในกรณีที่จำเป็นต้องขยายระยะเวลา กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าจะประสานไปยังกระทรวงการคลังเพื่อรวบรวมและนำเสนอรัฐบาลต่อไป

(จาก https:// baovanhoa.vn/)

ข้อคิดเห็น สคต

จากข้อมูลสถิติของกรมศุลกากรเวียดนาม มูลค่าน้ำมันเชื้อเพลิงส่งออกจากประเทศต่างๆ มายังเวียดนามในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 ที่ 1,444 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 31.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 การที่กระทรวงการคลังเวียดนามเสนอปรับลดภาษีปกป้องสิ่งแวดล้อมสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันโลก สะท้อนถึงแนวทางที่ยืดหยุ่นของรัฐบาลเวียดนามในการใช้มาตรการทางการคลังเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อและสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ นโยบายดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคในระยะสั้น และประสิทธิผลของมาตรการลดภาษีดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในตลาดโลกเป็นสำคัญ ขณะที่แหล่งพลังงานภายในประเทศของเวียดนามยังไม่สามารถพึ่งพาได้อย่างเต็มที่ สะท้อนให้เห็นว่าเวียดนามยังคงมีความต้องการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงในระดับหนึ่ง เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม การลดภาษีดังกล่าวส่งผลให้รายได้ของภาครัฐลดลง ซึ่งรัฐบาลเวียดนามอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนนโยบายภาษีใหม่ หรือใช้มาตรการควบคุมการนำเข้าในอนาคต

 

เวียดนามเตรียมลดภาษีปกป้องสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น TH-V0.pdf
Share :
Instagram