
พื้นที่เศรษฐกิจ | ประมาณการการเติบโต | เทียบกับประมาณการเดิม |
GDP โลก ปี 2569 | ร้อยละ 3.1 | ลดลง 0.2% |
GDP ภูมิภาค MENA ปี 2569 | ร้อยละ 1.1 | ลดลงจาก 3.9% (ม.ค.) |
GDP MENA คาดการณ์ปี 2570 | ร้อยละ 4.8 | ฟื้นตัว (สมมติฐาน: สงครามยุติ) |
GDP ซาอุดีอาระเบีย ปี 2569 | ร้อยละ 3.1 | ลดลง 1.4% จากเดิม |
GDP ยูเออี ปี 2570 (คาดการณ์) | ร้อยละ 5.3 | ยังคงแข็งแกร่ง |
GDP อิหร่าน ปี 2569 | หดตัว 6.1% | เดิมคาดว่า +1.1% |
บทสรุปรายงาน World Economic Outlook เมษายน 2569
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เผยแพร่รายงาน World Economic Outlook ฉบับเดือนเมษายน 2569 ภายใต้ชื่อ "Global Economy in the Shadow of War" เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 โดยปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกลงร้อยละ 0.2 มาอยู่ที่ร้อยละ 3.1 สำหรับปี 2569 อันเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับประเทศคู่ขัดแย้ง ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ (Middle East and North Africa : MENA)
การปฏิบัติการทางทหารของอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายแก่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและกระทบต่อการคมนาคมขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ ที่รองรับการขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราวร้อยละ 20 ของปริมาณการค้าโลก
ผลกระทบต่อประเทศในภูมิภาค
IMF ปรับลดประมาณการ Real GDP ของภูมิภาค MENA มาอยู่ที่ร้อยละ 1.1 ในปี 2569 ต่ำกว่าประมาณการเดือนมกราคมถึงร้อยละ 2.8 โดยมีรายละเอียดรายประเทศดังนี้
● กลุ่ม GCC: ถูกปรับลดประมาณการการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยบาห์เรน อิรัก คูเวต และกาตาร์ มีแนวโน้มเศรษฐกิจหดตัวในปีนี้
● ซาอุดีอาระเบีย: คาดเติบโตร้อยละ 3.1 ลดลงจากประมาณการเดิมร้อยละ 1.4 แต่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน
● สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี): ยังคงมีแรงส่งแข็งแกร่ง คาดว่า Real GDP จะขยายตัวร้อยละ 5.3 ในปี 2570
● อียิปต์: คาดการณ์การเติบโตชะลอลงเหลือร้อยละ 4.2 ในปี 2569 จากร้อยละ 4.7 เดิม
● อิหร่าน: เศรษฐกิจคาดว่าจะหดตัวร้อยละ 6.1 เทียบกับที่เคยคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 1.1
ปัจจัยเสี่ยงและข้อแนะนำด้านนโยบาย
IMF ระบุว่า ปัจจัยเสี่ยงเชิงลบ มิได้จำกัดเพียงสถานการณ์ทางการทหาร หากแต่ยังรวมถึง (1) ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจทวีความรุนแรงจนนำสู่วิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ (2) ความล้มเหลวในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ที่อาจทำให้ภาคการเงินเกิดการปรับฐาน และ (3) หนี้สาธารณะระดับสูงในหลายประเทศที่กัดกร่อนกันชนทางการคลัง
ในด้านนโยบายการเงิน IMF แนะให้ธนาคารกลางทั่วโลกรักษาความตื่นตัว พร้อมปรับท่าทีได้ทันสถานการณ์ โดยหากการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาวยังยึดโยงกับเป้าหมาย ธนาคารกลางอาจ "มองข้าม" แรงกดดันเงินเฟ้อระยะสั้นจากอุปทานพลังงานได้ แต่ต้องสื่อสารอย่างโปร่งใสและรักษาความเป็นอิสระไว้ให้มั่นคง
ความเห็นและผลกระทบต่อการค้าไทย โดย สคต. ณ เมืองดูไบ
ภูมิภาค MENA ซึ่งครอบคลุม 22 ประเทศ มีขนาดเศรษฐกิจรวมประมาณ 3.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นร้อยละ 4.4 ของ GDP โลก ไทยมีการค้ากับภูมิภาคนี้ในช่วงมกราคม–กุมภาพันธ์ 2569 รวม 7,930.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ขยายตัวร้อยละ 10.3) แบ่งเป็นการส่งออก 2,256.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (+17.6%) และนำเข้า 5,673.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (+7.6%)
การชะลอตัวของเศรษฐกิจ MENA จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยใน 3 มิติหลัก ดังนี้
● ต้นทุนพลังงาน: ความผันผวนของอุปทานน้ำมันและ LNG อาจส่งผลให้ราคาพลังงานสูงขึ้น กดดันต้นทุนการผลิตในประเทศ
● ภาคการส่งออก: อุปสงค์ลดลงจากกลุ่ม GCC กระทบสินค้าส่งออกหลักของไทย ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องปรับอากาศ ยางรถยนต์ เครื่องประดับ ทูน่ากระป๋อง และอิเล็กทรอนิกส์
● ด้านโลจิสติกส์: ความขัดแย้งส่งผลให้ค่าระวางเรือและเบี้ยประกันภัยความเสี่ยงภัยสงครามปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกสินค้าผ่านทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ
สำนักงานส่งเริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองดูไบ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและจะรายงานพัฒนาการที่สำคัญต่อไป
-----------------------------------------------------------------------------------