ในขณะที่เคนยากำลังเร่งผลักดันตัวเองสู่การเป็นศูนย์กลางด้านปัญญาประดิษฐ์และนวัตกรรมดิจิทัลในแอฟริกาตะวันออก แต่ช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ขยายกว้างขึ้นในโรงเรียนพื้นที่ชนบทและกึ่งเมือง กำลังกลายเป็นภัยคุกคามสำคัญที่อาจปิดกั้นผู้เรียนหลายล้านคนออกจากระบบเศรษฐกิจแห่งอนาคต
ประเด็นความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญในการประชุมประจำปีของสมาคมโรตารีสากล ณ เมืองไนวาชา ในสัปดาห์นี้ โดยนายยินกา บาบาโลลา ว่าที่ประธานโรตารีสากล ได้กล่าวเตือนว่า ทักษะความรู้ดิจิทัล ได้กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญพื้นฐานสำหรับการมีส่วนร่วมในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ AI กำลังเข้ามาปรับโฉมตลาดแรงงานและการดำเนินธุรกิจทั่วโลก
เพื่อเป็นการนำร่องแก้ปัญหา สโมสรโรตารีได้เปิดตัว ห้องปฏิบัติการดิจิทัลมูลค่า 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.2 ล้านชิลลิ่ง) ให้แก่โรงเรียนประถมศึกษาเมเรรา ซึ่งมีนักเรียนเกือบ 4,000 คน โดยเน้นย้ำว่าการให้เด็กได้สัมผัสกับเทคโนโลยีตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และสร้างแรงบันดาลใจสู่เส้นทางอาชีพในกลุ่ม STEM (วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรม และคณิตศาสตร์)
ข้อมูลจากการสำรวจร่วมระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลการสื่อสารแห่งเคนยา (CAK) และสำนักงานสถิติแห่งชาติ (KNBS) สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมที่หยั่งรากลึก ดังนี้
การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต มีชาวเคนยาเพียง ร้อยละ 35 เท่านั้นที่ใช้งานอินเทอร์เน็ต
การใช้งานคอมพิวเตอร์ ในพื้นที่ชนบทมีอัตราการใช้งานเพียง ร้อยละ 7.3 เมื่อเทียบกับเขตเมืองที่มีสัดส่วนสูงถึงกว่าร้อยละ 20
พื้นที่วิกฤต ในเทศมณฑลที่ห่างไกล เช่น ตูร์กานา, เวสต์โปคอต, มาร์ซาบิต และทานาริเวอร์ อัตราการใช้อินเทอร์เน็ตยังคงต่ำกว่าร้อยละ 17
นอกจากนี้ รายงานประจำปี 2026 จากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ยังระบุว่า ครัวเรือนในเมืองเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ถึงร้อยละ 81.6 ขณะที่ครัวเรือนในชนบทเข้าถึงได้เพียงร้อยละ 26 เท่านั้น
แม้เคนยาจะพยายามนำเสนอภาพลักษณ์การเป็น "Silicon Savannah" ของแอฟริกา ด้วยการดึงดูดการลงทุนในด้าน AI ฟินเทค และคลาวด์คอมพิวติ้ง แต่นักวิเคราะห์เตือนว่าประเทศกำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะเกิด "เศรษฐกิจสองสปีด" ซึ่งเป็นสภาวะที่นักเรียนในเมืองสามารถเข้าถึงเครื่องมือ AI และทักษะการเขียนโปรแกรมได้ ในขณะที่เด็กในชนบทหลายล้านคนกลับถูกตัดขาดจากโลกดิจิทัลอย่างสิ้นเชิง
ผลการสำรวจจากกลุ่มพันธมิตร Elimu Yetu พบว่า แม้โรงเรียนประถมรัฐกว่าร้อยละ 94.7 จะมีไฟฟ้าใช้แล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังคง ขาดแคลนอินเทอร์เน็ตที่เสถียร ขาดอุปกรณ์ดิจิทัล ขาดการฝึกอบรมครู และไม่มีห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานได้จริงที่ผ่านมามีหน่วยงานจากภาคเอกชนและระหว่างประเทศพยายามเข้ามาให้ความช่วยเหลือ เช่น สหภาพยุโรป (EU) ประกาศเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตให้แก่โรงเรียนรัฐ 363 แห่งในพื้นที่ห่างไกลภายใต้โครงการ Last Mile Connectivity พันธมิตรเทคโนโลยี บริษัทชั้นนำอย่าง Huawei, Safaricom และ UNICEF ได้ร่วมสนับสนุนโครงการเชื่อมต่อโครงข่ายเพื่อขยายทักษะดิจิทัลสู่ชุมชนชนบท
อย่างไรก็ตาม ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในภาคการศึกษามองว่า โครงการที่กระจัดกระจายและแยกส่วนเหล่านี้อาจไม่เพียงพอ ที่จะปิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลที่กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ได้ในระยะยาว
ความคิดเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี
เศรษฐกิจดิจิทัลของเคนยากำลังเติบโตแบบ “ไม่สมดุล เพราะกลุ่มผู้บริโภคเมืองเปิดรับบริการดิจิทัล AI และ e-commerce สูงขึ้นต่อเนื่อง แต่ประชากรอีกจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ทำให้ตลาดเคนยาในช่วงนี้ไม่สามารถใช้กลยุทธ์เดียวครอบคลุมทั้งประเทศได้ ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยอาจต้องพิจารณาเคนยาเป็น “ตลาดหลายระดับ” โดยกลุ่มลูกค้าในไนโรบี มอมบาซา และเมืองเศรษฐกิจหลัก มีแนวโน้มตอบรับบริการออนไลน์ ระบบ AI และแพลตฟอร์มดิจิทัลได้รวดเร็ว ขณะที่ตลาดนอกเมืองยังต้องพึ่งพาช่องทาง hybrid ระหว่างออฟไลน์กับออนไลน์ การออกแบบบริการหรือระบบขายที่ใช้งานได้แม้ในพื้นที่อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร จะมีความสำคัญมากกว่าการแข่งขันด้านเทคโนโลยีขั้นสูงเพียงอย่างเดียว จึงเป็นการเปิดโอกาสของธุรกิจไทยในกลุ่ม Edtech, Digital Learning, Cloud Service, Telecom Support และอุปกรณ์ ICT โดยเป็นกลุ่มราคา ตั้งแต่ราคากลางจนถึงเข้าถึงง่าย เพราะการขาดระบบที่สามารถขยายการเข้าถึงได้จริงในต้นทุนที่เหมาะสม โดยเฉพาะเครื่องมือการเรียนรู้ที่รองรับการใช้งานผ่านมือถือ ระบบจัดการห้องเรียนออนไลน์ที่ใช้ Bandwidth ต่ำ หรือโซลูชันที่ทำงานได้ในพื้นที่โครงสร้างพื้นฐานจำกัด ซึ่งสอดคล้องกับสภาพตลาดของแอฟริกาตะวันออกมากกว่าระบบที่ออกแบบสำหรับประเทศพัฒนาแล้ว
ขณะนี้รัฐบาลและภาคเอกชนเคนยาผลักดัน AI อย่างรวดเร็ว อาจทำให้ภาคธุรกิจต้องการแรงงานดิจิทัลเพิ่มขึ้นเร็วกว่าศักยภาพการผลิตบุคลากรในประเทศ ผู้ประกอบการไทยที่มีบริการด้าน Outsourcing, Digital Training, Software Implementation หรือ Technical Support จึงมีโอกาสเข้าสู่ตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่สามารถเชื่อม “การพัฒนาทักษะ” เข้ากับ “การใช้งานจริงทางธุรกิจ” ได้ เพราะตลาดเคนยาเริ่มให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่สร้าง Productivity ได้จริง มากกว่าการลงทุนเชิงภาพลักษณ์ด้านดิจิทัลเพียงอย่างเดียว
---------------------------------------------------------
แหล่งที่มา : https://www.the-star.co.ke/business/2026-05-23-new-drive-reveals-huge-gap-in-ict-for-public-schools
จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี
1 กรกฎาคม 2569