
สำนักงานกำกับดูแลอุตสาหกรรมน้ำตาลฟิลิปปินส์ (Sugar Regulatory Administration: SRA) ได้ดำเนินมาตรการเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการนำเข้าสารให้ความหวานเทียม เนื่องจากรัฐบาลต้องการควบคุมการนำเข้าสารให้ความหวานเทียมที่ดำเนินการโดยไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเป็นระบบมาเป็นเวลานาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำตาลดิบภายในประเทศ โดย SRA ได้ออกคำสั่ง Sugar Order (SO) 5 กำหนดค่าธรรมเนียมการตรวจปล่อยในอัตรา 25 เปโซต่อกิโลกรัม สำหรับการนำเข้าสารให้ความหวานเทียมภายใต้พิกัดศุลกากร 2106 และหมวด 29 ที่นำใช้ในการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งมาตรการดังกล่าวครอบคลุมสารให้ความหวานเทียม ได้แก่ ซูคราโลส (Sucralose) แอสปาร์แตม (Aspartame) แซ็กคาริน (Saccharin) อะซีซัลเฟมโพแทสเซียม (Acesulfame Potassium) และหญ้าหวานแปรรูป (Processed Stevia) รวมถึง ซูคราโลส (Sucralose) แอสปาร์แตม (Aspartame) แซ็กคาริน (Saccharin) และอะซีซัลเฟมโพแทสเซียม (Acesulfame Potassium) ทั้งนี้ การออกคำสั่งดังกล่าวมีขึ้นภายหลังการประชุมหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งได้แสดงความกังวลต่อผลกระทบของการนำเข้าสารให้ความหวานเทียมเข้าสู่ประเทศโดยไม่มีการกำกับดูแลมาเป็นเวลานานต่อภาคอุตสาหกรรมน้ำตาลในท้องถิ่น แม้อุตสาหกรรมน้ำตาลภายในประเทศจะมีความสำคัญต่อชาวฟิลิปปินส์ 5 ล้านคนที่พึ่งพาอุตสาหกรรมน้ำตาล แต่การนำเข้าสารให้ความหวานเทียมมายังประเทศยังคงไม่มีการกำกับดูแล ซี่งสารให้ความหวานเทียมมีระดับความหวานสูงกว่าน้ำตาลอ้อยอย่างมาก โดยมีความหวานตั้งแต่ 2 เท่า จนถึงมากกว่า 500 เท่าของน้ำตาลอ้อย จึงมีความจำเป็นต้องพิจารณาผลกระทบดังกล่าว โดยคำนึงถึงสวัสดิภาพ การเติบโต การพัฒนา และความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมน้ำตาล ตลอดจนสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนชาวฟิลิปปินส์
ก่อนที่กรมศุลกากรฟิลิปปินส์ (Bureau of Customs: BOC) จะดำเนินการปล่อยสินค้านำเข้า ผู้นำเข้าจะต้องได้รับใบอนุญาตนำเข้า (Import Clearance) จากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม คำสั่ง Sugar Order (SO) 5 กำหนดว่า หาก SRA ไม่ดำเนินการพิจารณาคำขอภายใน 5 วันทำการนับจากวันที่ยื่นคำขอ ให้ถือว่าคำขอดังกล่าวได้รับการอนุมัติ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายติดตามตรวจสอบของหน่วยงานจะดำเนินการตรวจสอบคลังสินค้า การขนส่ง และ/หรือบัญชีรายการสินค้านำเข้า ผลิตภัณฑ์ และส่วนประกอบที่อยู่ภายใต้คำสั่งดังกล่าวโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมน้ำตาลได้แสดงความกังวลต่อการเพิ่มขึ้นของการนำเข้าสารให้ความหวานเทียมที่ยังขาดการกำกับดูแลอย่างเป็นระบบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดำรงอยู่และความมั่นคงของอุตสาหกรรมน้ำตาลภายในประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 SRA เปิดเผยว่า ได้รับแถลงการณ์จากภาคอุตสาหกรรมน้ำตาล โดยสหพันธ์อุตสาหกรรมน้ำตาลรายสำคัญจากทั่วประเทศ รวมถึงโรงงานผลิตน้ำตาล โรงกลั่นน้ำตาล และกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเรียกร้องให้รัฐบาลกำกับดูแลการนำเข้าสารให้ความหวานเทียม และกำหนดมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นกับสารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลประเภทอื่นๆ นอกจากนี้ สมาคมผู้ผลิตน้ำตาลแห่งฟิลิปปินส์ (Philippine Sugar Millers’ Association Inc.: PSMA) ได้สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการกำกับดูแลสารให้ความหวานสังเคราะห์ ภายหลังจากวุฒิสมาชิก นาย Joseph Victor Ejercito และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด Negros Occidental นาย Javier Miguel Benitez ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติวุฒิสภา 2114 (Senate Bill 2114) และ ร่างพระราชบัญญัติสภาผู้แทนราษฎร 9088 (House Bill 9088) ตามลำดับ เพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติ 10659 (Republic Act: RA 10659) หรือพระราชบัญญัติว่าด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อย (Sugarcane Industry Development Act: SIDA) โดย PSMA ระบุว่า นโยบายที่มุ่งเสริมสร้างการผลิตภายในประเทศและสร้างหลักประกันให้เกิดการแข่งขันทางการตลาดที่เป็นธรรม มีความสำคัญต่อการปกป้องอุตสาหกรรมจากความผันผวนของตลาด การรักษาความเป็นอยู่ของประชาชนในชนบท ตลอดจนการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว
ที่มา: Business Mirror
บทวิเคราะห์และข้อคิดเห็น
• การออกคำสั่ง Sugar Order (SO) 5 ของฟิลิปปินส์เป็นสัญญาณสำคัญของการปรับนโยบายการนำเข้าสารให้ความหวานเทียมที่ไม่มีการกำกับดูแลมาเป็นการควบคุมอย่างเป็นระบบ เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมน้ำตาลภายในประเทศ โดยเฉพาะสารที่มีความหวานสูงกว่าน้ำตาลอ้อยตั้งแต่ 2 เท่า จนถึงมากกว่า 500 เท่า และมีประชาชนประมาณ 5 ล้านคนพึ่งพาอุตสาหกรรมน้ำตาลภายในประเทศ ดังนั้น มาตรการดังกล่าวมีนัยต่อทิศทางนโยบายอุตสาหกรรมของฟิลิปปินส์ในระยะต่อไป โดยการกำหนดค่าธรรมเนียม 25 เปโซต่อกิโลกรัม การบังคับขอ Import Clearance ก่อนการปล่อยสินค้า การกำหนดให้คำขอถือว่าได้รับอนุมัติหาก SRA ไม่ดำเนินการภายใน 5 วันทำการ และการตรวจสอบคลังสินค้า การขนส่ง และบัญชีรายการสินค้าโดยไม่แจ้งล่วงหน้า จะทำให้ผู้ประกอบการต้องรับภาระด้านต้นทุน เอกสาร และการปฏิบัติตามกฎระเบียบเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน การที่ภาคอุตสาหกรรมน้ำตาลรายใหญ่และ PSMA สนับสนุนการกำกับดูแล รวมถึงมีการเสนอร่างกฎหมายเพื่อแก้ไข RA 10659 หรือ SIDA สะท้อนว่าแรงกดดันในการปกป้องอุตสาหกรรมน้ำตาลมีแนวโน้มดำเนินต่อเนื่อง และอาจนำไปสู่มาตรการเพิ่มเติมต่อสารทดแทนน้ำตาลในอนาคต สำหรับผู้ประกอบการไทย ผลกระทบโดยตรงจะเกิดกับผู้ส่งออกสารให้ความหวานเทียมและวัตถุดิบที่อยู่ในขอบเขตคำสั่ง Sugar Order (SO) 5 ซึ่งอาจมีต้นทุนและระยะเวลาในการนำเข้าสูงขึ้น ขณะที่ผู้ส่งออกอาหารและเครื่องดื่มของไทยที่ใช้สารให้ความหวานเทียมเป็นวัตถุดิบอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากต้นทุนวัตถุดิบและความเสี่ยงด้านการส่งมอบที่เพิ่มขึ้น ส่วนผู้ประกอบการไทยที่นำเข้าสินค้าหรือวัตถุดิบจากฟิลิปปินส์ควรติดตามผลต่อราคาวัตถุดิบและห่วงโซ่อุปทานอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้มาตรฐานเดียวกันกับผู้นำเข้าทุกรายอาจสร้างโอกาสให้ผู้ส่งออกไทยที่มีระบบเอกสารและมาตรฐานสินค้าที่ดีสามารถแข่งขันได้มากขึ้น และอาจลดความได้เปรียบของสินค้าที่เคยนำเข้าโดยไม่มีการกำกับดูแล ผู้ประกอบการไทยจึงควรเร่งตรวจสอบพิกัดศุลกากรและรายการสารให้ความหวานแต่ละประเภท ว่าอยู่ภายใต้คำสั่ง Sugar Order (SO) 5 หรือไม่ ประสานผู้นำเข้าฟิลิปปินส์เพื่อยืนยันสถานะ การขึ้นทะเบียนกับ SRA และขั้นตอนการขอ Import Clearance ก่อนการจัดส่งทุกครั้ง จัดทำเอกสารสินค้าและข้อมูลทางเทคนิคให้พร้อมสำหรับการตรวจสอบ ประเมินต้นทุนค่าธรรมเนียม 25 เปโซต่อกิโลกรัมและนำไปรวมในการกำหนดราคาและเงื่อนไขการค้า ตลอดจนกำหนดผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงจากความล่าช้าในการปล่อยสินค้าให้ชัดเจน นอกจากนี้ ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มควรประเมินการใช้สารให้ความหวานทางเลือกและบริหารแหล่งจัดซื้อเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาวัตถุดิบประเภทเดียว และควรติดตามการออกกฎระเบียบหรือการแก้ไขกฎหมายของฟิลิปปินส์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากทิศทางดังกล่าวอาจพัฒนาไปสู่การกำกับดูแลสารทดแทนน้ำตาลที่เข้มงวดยิ่งขึ้นในระยะต่อไป
-----------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา
สิงหาคม 2569