fb
แนวโน้ม Femtech : นวัตกรรมเพื่อผู้หญิงในญี่ปุ่น
โดย
ลงเมื่อ 04 มีนาคม 2568 07:32
สคต. ณ นครโอซากา (ญี่ปุ่น) (TTC, Osaka (Japan))
43
ปัจจุบัน กระแสสิทธิสตรี และบทบาทที่เพิ่มขึ้นของผู้หญิงในสังคม และวงการธุรกิจ ส่งผลให้ประเด็นด้านสุขภาพ และ Wellness เฉพาะของผู้หญิงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนำ Femtech ซึ่งคือเทคโนโลยี นวัตกรรม และเครื่องมือดิจิทัลมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการให้บริการส่งเสริม ดูแลสุขภาพ และสุขภาวะที่ดี รวมถึงการรักษาโรค และปัญหาของผู้หญิงทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยเจริญพันธุ์ วัยทอง จนถึงวัยชรา ทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ทั่วโลก รวมถึงบริษัทญี่ปุ่น อย่าง Uniqlo และ Unicharm ฯล ไปจนถึงธุรกิจ Start-ups หันมาให้ความสำคัญกับ Femtech และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง
  • สถานการณ์ตลาด Femtech ในภาพรวม
สินค้าและธุรกิจบริการ Femtech มีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ตามกระแสการดูแลรักษาสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งร่างกาย และจิตใจ รวมถึงกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นของผู้หญิง Femtech จึงนับเป็นโอกาสใหม่ในการเจาะตลาดสุขภาพผู้หญิง โดยเฉพาะที่เกี่ยวเนื่องกับการคุมกำเนิด ภาวะในช่วงมีประจำเดือน การตั้งครรภ์ วัยทอง และโรคทางสูตินรีเวช ฯลฯ จากแนวโน้มดังกล่าว คาดการณ์มูลค่าตลาดภายในปี 2568 ประมาณ 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2570 ปัจจุบัน มีการพัฒนาสินค้าและธุรกิจบริการใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของผู้หญิงผ่านความก้าวหน้าของเทคโนโลยี อาทิ อุปกรณ์ติดตามการเจริญพันธุ์ เซ็นเซอร์ที่ช่วยให้สตรีที่มีความบกพร่องทางสายตาตรวจประจำเดือนด้วยตนเอง แอปพลิเคชันติดตาม (track) ช่วงรอบเดือน/อาการทางอารมณ์และทางร่างกายที่เกี่ยวเนื่องกับฮอร์โมน บริการแชทออนไลน์กับ Health Advisor ไปจนถึงตุ้มถ่วงน้ำหนักสำหรับบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน และแผ่นอนามัยรูปแบบใหม่ๆ ที่เพิ่มความมั่นใจ และความสบายในช่วงรอบเดือน
  • สถานการณ์ตลาดสินค้า และธุรกิจบริการ Femtech ในญี่ปุ่น
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา บริบททางสังคมของสตรีในญี่ปุ่นมีการเปลี่ยนแปลง และช่องว่างระหว่างเพศมีแนวโน้มแคบลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยผู้หญิงเข้ามามีบทบาทในตลาดงานมากขึ้น รวมถึงวงการธุรกิจทั้งในฐานะผู้บริหารระดับสูง และเจ้าของกิจการ ในการนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนผู้หญิง    ในตำแหน่งบริหารให้อยู่ที่ร้อยละ 30 ภายในปี 2573 และโดยที่ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลมีความก้าวหน้าอย่างมาก จึงเกิดแนวคิดในการพัฒนาสินค้าและบริการด้วยนวัตกรรมและเทคโนโนโลยีเพื่อรองรับเทรนด์ดังกล่าว รวมถึงมุ่งหาวิธีการในการแก้ไข/บรรเทาปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับสุขภาพเฉพาะของผู้หญิง (อาทิ อาการช่วงมีประจำเดือน ภาวะการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน) และการสร้างเสริมคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะในมิติที่เกี่ยวเนื่องกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น Work-Life Balance หรือการบริหารจัดการดูแลครอบครัว ที่อาจมีหลากหลายช่วงวัย ตั้งแต่ทารก จนถึงผู้สูงอายุ ซึ่งที่ผ่านมาประเด็นเหล่านี้ไม่มีภาคส่วนใดให้ความสำคัญเท่าที่ควร   กระแส Femtech เริ่มปรากฏในสื่อต่างๆ ในช่วงปี 2563 และญี่ปุ่นให้ความสนใจในช่วงปีต่อมา จากนั้นตลาดสินค้าและธุรกิจบริการ Femtech ในญี่ปุ่นก็ได้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 มีมูลค่า 75,054 ล้านเยน ขยายตัวร้อยละ 108 จากปีก่อนหน้า (ซึ่งสูงกว่าอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 103.5 เมื่อ 3 ปีก่อนหน้า) และปี 2567 ประมาณการมูลค่าที่ 79,802 ล้านเยน ขยายตัวร้อยละ 106.3   ที่มา : https://www.yanoresearch.com/   ในระยะแรก ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับประจำเดือนมีการเติบโตมากที่สุด หากแต่เริ่มชะลอตัวลงในปี 2566 ขณะที่สินค้าและธุรกิจบริการเกี่ยวกับวัยทอง หรือวัยหมดประจำเดือน (Menopause) และสุขภาพทางเพศ (Sexual wellness) ที่เน้นการสร้างสมดุลทั้งทางกาย จิตใจ และสังคม มีแนวโน้มขยายตัวดี ทั้งนี้  ในมิติที่เกี่ยวกับวัยทองนั้น นอกจากให้ความสำคัญกับอาหารเสริม ยา หรือการให้ข้อมูลแล้ว ยังรวมถึงสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจสภาวะ/อาการวัยทองของผู้ชายอีกด้วย ในส่วนของสุขภาพทางเพศ ซึ่งเดิมเป็นหัวข้อที่มักไม่มีการกล่าวถึงอย่างเปิดเผยในญี่ปุ่นนั้น กระแส Femtech ก็ได้ทำให้สังคมเปิดรับ และสื่อสารในประเด็นนี้แพร่หลายมากขึ้น โดยเน้นสร้างความเข้าใจว่า มิได้เป็นเฉพาะเรื่องเพศเท่านั้น หากแต่รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน การเคารพสิทธิกันและกัน และความเท่าเทียม จำนวนผู้ประกอบการญี่ปุ่นในธุรกิจเกี่ยวเนื่องมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในปี 2566 มีบริษัทที่นำเทคโนโลยี IT และ DeepTech ที่มีความก้าวหน้า มาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการให้บริการด้านการส่งเสริมสุขภาพ รักษา และแก้ปัญหาด้านนรีเวช ประมาณ 55 ราย ประเภทธุรกิจที่มีจำนวนผู้ประกอบการมากที่สุด คือ สินค้าและบริการเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ และภาวะการมีบุตรยาก รองลงไป คือ ประจำเดือน การคุมกำเนิด ฮอร์โมน สุขภาพสตรี Menopause และสูตินรีเวชกรรม ตามลำดับ โดยมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา อาทิ เครื่องมือทดสอบ และเทคนิคการวินิจฉัยโรค (testing and diagnostic techniques) ระบบตรวจวัดและตรวจสอบข้อมูลทางพันธุกรรม (sensing and detection of biological data) รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคการสร้างปัญญาประดิษฐ์ ที่มา : Femtech Community Japan   ทั้งนี้ ธุรกิจ Femtech ในญี่ปุ่นส่วนใหญ่เริ่มจากการค้นคว้าวิจัยในมหาวิทยาลัย และหน่วยงานวิจัยโดยอาศัยรากฐานความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในผู้นำของโลกอยู่แล้ว และเมื่อนำมาพัฒนาด้วยการผสมผสานองค์ความรู้ด้าน IT ดิจิทัลโซลูชั่น และ Deeptech จึงคาดว่าจะก้าวสู่การเป็นผู้นำของโลกต่อไป ผลิตภัณฑ์ และธุรกิจบริการของญี่ปุ่น ญี่ปุ่นเป็นประเทศชั้นนำด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งาน ประโยชน์ใช้สอย รวมถึงเน้นความสะดวก เรียบง่าย โดยสินค้า Femtech ที่ได้รับความนิยม อาทิ - กางเกงชั้นในที่มีคุณสมบัติในการซึบซับรอบเดือนได้เหมือนผ้าอนามัย และสามารถนำกลับมาใช้อีกได้ เช่น แบรนด์ Nagi ของผู้ผลิตชั้นในที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตัดเย็บด้วยมือ สวมใส่สบาย และซักทำความสะอาดสะดวก แบรนด์ Rine ใช้ Tencel จากวัสดุเส้นใยไม้ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เสริมการดูดซับ 4 ชั้น ให้สัมผัสนุ่ม เรียบเนียน และยืดหยุ่น และแบรนด์ GU (ในเครือ Uniqlo) ผลิตชั้นในที่มีราคาถูก ทั้งนี้ Uniqlo เริ่มแผนก GU Bodylab เพื่อมุ่งพัฒนาสินค้า Femtech โดยเฉพาะอีกด้วย            - ถ้วยอนามัย เช่น บริษัท Rose Cup ผลิตถ้วยอนามัยสำหรับใช้แทนผ้าอนามัย จากวัสดุซิลิโคนที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) สามารถเก็บของเหลวได้นานถึง 12 ชั่วโมง สะดวกในการใช้ และมีทั้งสำหรับวันมามาก/ใส่นอน (ดูดซับรอบเดือน 110 มล.) และสำหรับวันมาปกติ (ดูดซับได้ 60 มล.) ในด้านการให้บริการต่างๆ ญี่ปุ่นนำความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อตอบสนองความต้องการในหลากหลายด้าน เช่น อุปกรณ์สวมใส่ (wearable pain relief device) เพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือน และสร้างความผ่อนคลายของบริษัท Toray Industries Inc. ที่ทำงานผ่านระบบเทคโนโลยีตรวจจับสัญญาณความปวด แอปพลิเคชั่นส่งเสริมการมีบุตรสำหรับผู้หญิงทำงานของบริษัท SympaFit Inc. ที่แจ้งข้อมูลความผันแปรของฮอร์โมนผ่านการวิเคราะห์ระดับกลูโคส แอปพลิเคชั่นของบริษัท MyFit Inc. ให้บริการคำปรึกษาโดยแพทย์และเภสัชกรเกี่ยวกับอาการต่างๆ ของวัยทอง และแนวทางการดูแลรักษาด้วยตนเอง แอปพลิเคชั่นของบริษัท Alps Alpine ที่ทำงานร่วมกับเครื่องจับสัญญาณเพื่อกระตุ้นการบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน การให้บริการรักษาภาวะมีบุตรยากแบบเฉพาะราย โดยใช้ AI ของบริษัท iCaret Inc. เป็นต้น
  • การสนับสนุนของภาครัฐ
ภาครัฐของญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับประเด็นทางสังคม โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหา และการสร้างเสริมสุขภาพสตรี รวมถึงการแก้ปัญหาด้านอัตราการเกิดต่ำ โดยได้ดำเนินการที่เกี่ยวข้อง อาทิ - ปี 2566 รัฐบาลประกาศกรอบนโยบาย Priority Policy on Women's Activities and Gender Equality 2023 โดยการส่งเสริม Femtech เป็นหนึ่งในมาตรการที่นำมาใช้ในการดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว - ปี 2564 กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (Ministry of Economy, Trade, and Industry) ให้การสนับสนุนงบประมาณในการส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และธุรกิจบริการเกี่ยวเนื่อง ผ่านโครงการ Demonstration Project Subsidy 2021 - ปี 2564 กระทรวงสาธารณสุข และสวัสดิการสังคม (Ministry of Health and Welfare) ตั้ง National Center for Women's Health เพื่อดำเนินงานด้านการวิจัย การศึกษา และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพสตรี โดย Femtech เป็นหนึ่งในเครื่องมือแก้ไขปัญหา และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของผู้หญิง
  • โอกาส และความท้าทาย
- ญี่ปุ่นเป็นตลาด Femtech ที่มีศักยภาพ ทั้งในแง่จำนวนกลุ่มเป้าหมาย และกำลังซื้อโดยปัจจุบัน มีประชากรสตรีมากกว่า 123 ล้านคน และร้อยละ 7.5 มีอายุระหว่าง 50-54 ปี ซึ่งเป็นอายุเฉลี่ยในการเข้าสู่วัยทอง โดยร้อยละ 45 ของผู้หญิงกลุ่มช่วงวัยนี้ มีอาการที่เกี่ยวเนื่องกับวัยทอง นอกจากนี้ ผู้หญิง  เข้ามาอยู่ในภาคแรงงาน และมีความก้าวหน้าทางอาชีพมากขึ้น ทำให้มีรายได้สูงขึ้น จึงเป็นโอกาสทางการค้าของสินค้า Femtech - อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน ยังไม่มีกฎหมายหรือกฎระเบียบทางการค้าเกี่ยวกับการจัดประเภทสินค้า Femtech รวมถึงญี่ปุ่นที่ยังไม่มีการระบุอย่างชัดเจนว่า สินค้า Femtech จัดอยู่ในหมวดเครื่องมือแพทย์ เครื่องสำอาง หรือยา นอกจากนี้ ญี่ปุ่นมีกฎระเบียบด้านมาตรฐาน และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ที่เข้มงวด ----------------------------------------------------------------------------------------------- ที่มา : https://femtechinsider.com https://www.yanoresearch.com https://www.nikkei.com https://www.femtech-projects.jp https://www.marumura.com
Share :
Instagram