
ที่มา: US Magazine เรื่อง: “17 Fashion Finds to Nail Gen Z’s Popular ‘Office Siren’ Trend” โดย: Emma Sutton-Williams
บน Tiktok มีแฟชั่นเทรนด์ที่เรียกกันว่า “Office Siren (นางพรายน้ำในสำนักงาน)” Look ที่กำลังเป็นกระแสแรงในกลุ่มสาวออฟฟิศรุ่น Gen Z อยู่ในขณะนี้ ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวไม่เชิงว่าจะเป็นรูปแบบเสื้อผ้าแบบใดแบบหนึ่งที่ชัดเจนแต่จะเป็นสไตล์การแต่งตัวในโทนสีกลางๆ สะอาด กระชับเรือนร่าง และลิปสติกมันวาว ให้ความรู้สึกน่าดึงดูดใจ แนวโน้มดังกล่าวนี้ นำมาโดยสาวรุ่น Gen Z ที่เพิ่งจะย่างกรายเข้าออฟฟิศแล้วเข้าไปเปลี่ยนแปลงสไตล์เสื้อผ้าหน้าผมในสำนักงานให้มาเป็นแนวผ่อนคลายและไม่เครียดเหมือนแต่เดิมที่เคยเป็นมา
เทรนด์ดังกล่าวนี้ มีแนวทางเฉพาะ โดยภาพรวมจะต้องไม่โดดเด่นจนเกินงาม สีอยู่ในโทนกลางๆ ไม่ฉูดฉาด ดูเรียบๆ แต่ทะมัดทะแมงอย่างมีสไตล์ โดยเน้นภาพลักษณ์แบบมืออาชีพและเรียบๆ รายละเอียดพอจะยกตัวอย่างให้พอสังเขปได้ดังนี้
เสื้อผ้าท่อนบน
ที่มา: Martha Stewart เรื่อง: “4 Interior Design Styles That Will Dominate in 2024, According to IKEA” โดย: Madeline Buiano
IKEA เชื่อว่าสไตล์การตกแต่งบ้าน 4 แนวนี้จะยืดหยัดอยู่ตลอดปี 2024
(Global Trade Magazine; 30 ม.ค. 2024) มีการสำรวจโดย IndexBox ที่ชี้ว่าสหรัฐฯ เป็นประเทศปลายทางที่มีการนำเข้าตู้สินค้ามูลค่าสูงที่สุดในโลกด้วยมูลค่าถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2022 นำลำดับที่ 2 (รัสเซีย มูลค่า 618.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) อยู่ถึงเกือบสามเท่า โดยมีลำดับถัดๆ ไป ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส เกาหลีใต้ เนเธอร์แลนด์ แคนาดา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลียและอินโดนีเซียรั้งท้ายในสิบลำดับแรก ด้วยมูลค่า 174.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระดับอุปสงค์ที่มีต่อตู้สินค้าพอจะเป็นสัญญาณที่บอกได้ว่าประเทศปลายทางเหล่านี้ยังมีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง เครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานในการขนส่งที่ดีและมีปริมาณการค้าระหว่างประเทศที่มีนัยสำคัญต่อการค้าทั่วโลก
(Axios; 31 ม.ค. 2024) สหรัฐฯ ในขณะนี้พื้นที่สำหรับการค้าปลีกกลับมาหายากขึ้นทุกที โดยขณะนี้มีอัตราของพื้นที่ว่างต่ำที่สุดในรอบ 15 ปี โดยในช่วงที่โควิดระบาดมีการทำนายว่าจะเกิดวันโลกาวินาศของธุรกิจค้าปลีกขึ้นแน่นอน แต่จากรายงานโดย Cushman & Wakefield บริษัทผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์กลับชี้ตรงกันข้าม โดยได้รายงานว่าพื้นที่สำหรับใช้ในกิจการค้าปลีกนอกห้างสรรพสินค้า ลงถึงจุดต่ำสุดนับแต่ที่บริษัทฯ ได้เคยรวบรวมสถติมาในปี 2007 โดยอัตราการขอเช่าในพื้นที่สำหรับธุรกิจค้าปลีกนั้นสูงขึ้นร้อยละ 4.1 ในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2023 เทียบกับปีก่อน หรือเท่ากับว่ามีการขยายตัวสะสมร้อยละ 17 นับจากปี 2019 และหากเทียบกับเมื่อทศวรรษที่แล้ว ก็จะนับเป็นการขยายตัวถึงร้อยละ 41 ซึ่งระดับอุปสงค์ของพื้นที่สำหรับธุรกิจค้าปลีกนี้แข็งแกร่งมาตลอดช่วงปี 2023 ที่ผ่านมา อันเป็นอานิสงค์มาจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวขึ้นและตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคอเมริกันยังใช้จ่ายกันมากขึ้น โดนยอดค้าปลีกในปี 2023 มีการขยายตัวร้อยละ 3.2 เทียบกับปีก่อน
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ: สัญญาณเศรษฐกิจชี้ว่าการจับจ่ายของผู้บริโภคอเมริกันกำลังจะดีขึ้นหลายสัญญาณ เชื่อว่าโอกาสคงเริ่มเปิดมากขึ้นกว่าเดิมมากแล้ว รายงานชิ้นนี้ก็เป็นเพียงแนะนำแนวโน้มและแหล่งที่ผู้บริโภคสหรัฐฯ นิยมเข้าไปดู ปัจจุบันดูเหมือนว่า TikTok จะกลายเป็นแหล่งกำเนิดเทรนด์แฟชั่นใหม่ๆ สำหรับกลุ่มผู้บริโภครุ่น Gen Z ส่วนใหญ่ และอาจมีรุ่น Millennials บ้างบางส่วน ที่หากผู้ประกอบการไทยสนใจตลาดสหรัฐฯ ก็น่าจะใช้เป็นแหล่งข้อมูลดูพฤติกรรมและความนิยมของผู้บริโภคกันได้
อีกประเด็นหนึ่งที่อยากชี้คือแนวโน้มแฟชั่นของสาวออฟฟิศในสหรัฐฯ จะไม่มีแนวใส่สูทตัวแข็งๆ อลังการณ์อย่างที่มักจะพบในสำนักงานในประเทศไทย แต่จะเป็นแนวพอดีตัว สบายๆ และมีแอบเซ็กซี่เล็กน้อยจนถึงมากในระดับหนึ่ง กล่าวคือ บรรดาสาวออฟฟิศในแถบรัฐฟลอริดาซึ่งเป็นเมืองร้อนและเป็นถิ่นชาวลาติโนซึ่งมีสรีระช่วงบนและล่างที่โดดเด่น ก็มักจะแต่งตัวในแนวอวดเรื่อนร่างกันเป็นส่วนใหญ่ การสวมเสื้อทับ ก็มักจะเป็นเสื้อสูทเรียบๆ ไม่ได้หนุนใหล่สูงมาก เทรนด์ที่เรียกกันว่า Office Siren นี้ ต้องเรียนตามตรงว่าเป็นแนวโน้มการแต่งกายของสาวออฟฟิศที่เห็นอยู่แทบทุกวัน คำว่า Siren นี้ หมายถึงนางพรายน้ำ ที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจแนวนางร้าย โดยในตำนานจะเข้าทำนองล่อลวงยั่วกามารมณ์เพื่อหลอกให้ชาวเรือมาติดกับตามตำนานกรีก หาใช่สาวน้อย Ariel ผู้แสนดีน่ารักอย่างใน Little Mermaid แต่อย่างใด และนอกสำนักงาน บรรดาสาวลาติโน่ก็ยิ่งจะเปิดเผยกันมากขึ้นกว่าในสำนักงานอีก ดังนั้นอยากชี้ว่าแนวทางการออกแบบสินค้าเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มแฟชั่น ที่ตั้งใจจะมาตีตลาดในสหรัฐฯ พึงจะต้องจับตาเทรนด์ และวัฒนธรรมการแต่งกายก่อน แล้วเมื่อมีโอกาสมานำเสนอสินค้าให้ผู้บริโภคแถบนี้ ก็ควรนำเสนอในสิ่งที่ผู้บริโภคเขาสวมใส่กัน อย่าเน้นที่จะยึดติดกับสิ่งที่เลือกผลิตขึ้นมาเองแล้วเท่านั้น นอกจากนี้ หากไม่ได้ตั้งใจจะบินมาเปิดตัวแบรนด์ของตนเองบนแคทวอล์ครายการดังๆ แล้วมีร้านแบรนด์ของตนเองวางจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของตนเองในสหรัฐฯ นี้เอง การจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์โดยเฉพาะขายผ่านแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคนั้นเป็นการเปิดโอกาสที่สำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงวางขายก็พอ แต่ยังจะต้องใช้กลไกการบริหารจัดการเชิงชี้นำผู้บริโภคของแพลตฟอร์มต่างๆ ผ่านการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์บนแพลตฟอร์มเหล่านั้นด้วย
ส่วนแนวโน้มการแต่งบ้านนั้นมาจาก IKEA ก็เข้าใจว่าสินค้าที่จะจำหน่ายในร้านก็น่าจะออกมาแนวๆ นี้กันเสียส่วนใหญ่ ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง IKEA ก็เชื่อว่าการเน้นจำหน่ายในแนวโน้มเช่นนี้ น่าจะชี้นำผู้บริโภคได้บ้างไม่มากก็น้อย แต่ในรายงานฉบับนี้ อยากแนะนำว่าผู้ประกอบการไทยควรมองหาเทรนด์ในตลาดเป้าหมายอย่างเฉพาะเจาะจง และเช่นเดียวกับแฟชั่น สินค้าที่จะขายได้ก็จะต้องสอดคล้องกับวัฒนธรรมการตกแต่งบ้านของผู้บริโภคด้วย ยกตัวอย่างเช่นของตกแต่งตามเทศกาลต่างๆ ในสหรัฐฯ จะกี่ปีๆ ก็ยังขายได้ ช่วงเศรษฐกิจแย่ก็ซื้อน้อยหน่อย แต่ก็ยังซื้อ ยังเล่นสนุก ยังตกแต่งเปลี่ยนแนวหมุนเวียนกันไม่เคยหยุด ด้วยความคิดสร้างสรรค์อันเป็นเลิศของนักออกแบบชาวไทย หากทำการบ้าน ทำความเข้าใจตลาดเป้าหมาย เชื่อว่าคงสำเร็จได้ไม่ยากนัก และหากตลาดนี้เปิดรับเทรนด์อะไร ก็มักจะไวรัลได้ง่ายๆ และก็เช่นเดียวกัน ก่อนจะหาทางมาขายในตลาดนี้ ควรเปิดตัวผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ในแบรนด์ตนเองเสียก่อน มีแพลตฟอร์มค้าสินค้าจีนผ่านระบบออนไลน์จากจีน อาทิ TEMU และ Shein ที่ประสบความสำเร็จมากจนรัฐบาลสหรัฐฯ ต้องหยิบยกมาคุยว่าจะควบคุมอย่างไรกันดีในสภาคองเกรสกันเลย ที่ประสบความสำเร็จกันนี้ ผู้บริโภคก็ต้องทนรอสินค้ากันอยู่หลายสัปดาห์ ไม่ใช่สั่งวันนี้ได้พรุ่งนี้อย่างเช่น Amazon จึงอยากฝากไว้ให้พิจารณาบุกตลาดออนไลน์อย่างจริงจังกันมากขึ้น
*********************************************************
สคต. ไมอามี /วันที่ 31 มกราคม 2567