fb
รายงานสถานการณ์ตลาดการเงินอินเดีย ปีงบประมาณ 2568 – 2569

รายงานสถานการณ์ตลาดการเงินอินเดีย ปีงบประมาณ 2568 – 2569

โดย
Lawrence
ลงเมื่อ 08 เมษายน 2569 13:42
สคต. ณ เมืองเจนไน (อินเดีย) (TTC, Chennai (India))
6

ในช่วงปีงบประมาณ 25682569 ตลาดการเงินของอินเดีย เผชิญแรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญจากปัจจัยภายนอกประเทศ โดยเฉพาะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานโลก กระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค

แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจอินเดียยังคงแข็งแกร่งในระยะยาว แต่ในระยะสั้น ตลาดการเงินได้สะท้อนถึงความผันผวนและความไม่แน่นอนในระดับสูง ทั้งในตลาดทุน ตลาดเงิน และตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

ภาพรวมภาวะตลาดการเงิน

ในช่วงปลายปีงบประมาณ 2568 - 2569 ตลาดหุ้นอินเดียปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยดัชนีสำคัญ เช่น Sensex และ Nifty 50 เผชิญแรงขายต่อเนื่อง

Ÿ ดัชนี Nifty 50 ปรับลดลงกว่าร้อยละ 11.3 ในเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลงรายเดือนที่รุนแรงที่สุดในรอบ 6 ปี 

Ÿ มูลค่าเงินทุนต่างชาติไหลออก (FPI outflows) รวมทั้งปีสูงถึงประมาณ 19.69 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงเป็นประวัติการณ์ 

Ÿ ความผันผวนของตลาดเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมัน

ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อภาวะตลาด ได้แก่

Ÿ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

Ÿ ราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น (มากกว่า 100110 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในบางช่วง)

Ÿ การไหลออกของเงินทุนต่างชาติ

Ÿ ภาวะความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก (global risk sentiment) 

ค่าเงินและกระแสเงินทุน

ค่าเงินรูปีอินเดียอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องในปีงบประมาณดังกล่าว

Ÿ ค่าเงินรูปีอินเดียแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 95 รูปีอินเดียต่อเหรียญสหรัฐ 

Ÿ ตลอดทั้งปี ค่าเงินรูปีอินเดียอ่อนค่า เฉลี่ยประมาณร้อยละ 10–11 ซึ่งถือเป็นการอ่อนค่ามากที่สุดในรอบกว่า 1014 ปี 

สาเหตุสำคัญ ได้แก่

Ÿ ราคาน้ำมันนำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้น

Ÿ เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า 

Ÿ การไหลออกของเงินทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง 

ธนาคารกลางอินเดีย (Reserve Bank of India: RBI) ได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อรักษาเสถียรภาพค่าเงิน เช่น

Ÿ การจำกัดสถานะเงินตราต่างประเทศของธนาคาร

Ÿ การควบคุมธุรกรรมในตลาดอนุพันธ์ค่าเงิน

Ÿ การแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

แม้มาตรการดังกล่าวช่วยชะลอความผันผวนในระยะสั้น แต่แนวโน้มค่าเงินยังคงเปราะบางจากปัจจัยภายนอก

ผลกระทบจากวิกฤตพลังงานโลก

      ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลกหยุดชะงัก และราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ผลกระทบต่ออินเดีย ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ ได้แก่

Ÿ ต้นทุนนำเข้าพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

Ÿ อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น

Ÿ ดุลการคลังและดุลบัญชีเดินสะพัดเผชิญแรงกดดัน 

รัฐบาลอินเดียได้ดำเนินมาตรการบรรเทาผลกระทบ เช่น การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิง อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลต่อฐานะการคลังในระยะยาว

เสถียรภาพระบบธนาคารและการเงิน

      แม้ตลาดการเงินจะมีความผันผวนสูง แต่ระบบการเงินของอินเดียยังคงมีเสถียรภาพในภาพรวม จากการกำกับดูแลเชิงรุกของภาครัฐและธนาคารกลาง

มาตรการสำคัญ ได้แก่

Ÿ การควบคุมความเสี่ยงในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

Ÿ การเพิ่มความปลอดภัยของระบบการชำระเงินดิจิทัล

Ÿ การกำกับดูแลสภาพคล่องในระบบการเงิน

 อย่างไรก็ตาม ภาคธนาคารได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาด โดยมีการประเมินความเสียหายจากธุรกรรมอนุพันธ์ในระดับ 40–50 พันล้านรูปีอินเดีย 

การวิเคราะห์รายภาคเศรษฐกิจ

      ภาคอุตสาหกรรม ยังคงเติบโตในระดับปานกลาง โดยเศรษฐกิจอินเดียมีแนวโน้มขยายตัวประมาณ ร้อยละ 6.56.6 ตามการประเมินของ IMF

      ภาคเทคโนโลยีและการลงทุน อินเดียยังคงเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี โดยเฉพาะ

Ÿ การลงทุนด้าน AI 

Ÿ การขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล 

Ÿ การเติบโตของ fintech และ UPI

ภาคผู้บริโภค กำลังซื้อของผู้บริโภคได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อและต้นทุนชีวิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้

Ÿ ความต้องการสินค้าไม่จำเป็น (discretionary goods) ลดลง 

Ÿ ตลาดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสมาร์ตโฟนชะลอตัว

บทสรุป

ตลาดการเงินของอินเดียในปีงบประมาณ 2568–2569 เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกอย่างรุนแรง โดยเฉพาะวิกฤตราคาพลังงานและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ตลาดทุนปรับตัวลดลง ค่าเงินรูปีอ่อนค่า และเกิดกระแสเงินทุนไหลออกในระดับสูง อันสะท้อนถึงความเปราะบางของตลาดการเงินต่อปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกประเทศ

อย่างไรก็ตาม แม้จะเผชิญความผันผวนในระยะสั้น เศรษฐกิจอินเดียยังคงมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากโครงสร้างเศรษฐกิจที่หลากหลาย การดำเนินนโยบายเชิงรุกของภาครัฐ ตลอดจนศักยภาพการเติบโตของภาคดิจิทัลและเทคโนโลยี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป

สำหรับประเทศไทย อินเดียยังคงเป็นตลาดที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ และมีศักยภาพในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล และนโยบายของรัฐบาลอินเดียที่มุ่งส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน

ทั้งนี้ สาขาธุรกิจที่มีโอกาสและศักยภาพสำหรับผู้ประกอบการไทย ได้แก่ เทคโนโลยีและบริการดิจิทัล ธุรกิจโลจิสติกส์และซัพพลายเชน พลังงานทดแทน ตลอดจนภาคการผลิตและอุตสาหกรรมแปรรูป ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของอินเดียในระยะยาว

แหล่งที่มา (References)

  • Reuters (2026) – India financial markets, rupee, FPI flows
  • The Economic Times (2026) – Rupee depreciation and forex market
  • The Indian Express (2026) – Stock market and rupee movement
  • Angel One (2026) – INR depreciation analysis
  • IMF (2025) – India macroeconomic outlook 
Weekly News Page 6 - 10 April 2026 (3).pdf
Share :
Instagram