
บริษัท S&P Global รายงานว่า ภาคอุตสาหกรรมการผลิตฟิลิปปินส์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีอัตราการขยายตัวที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 8 ปี โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตและคำสั่งซื้อใหม่ รวมถึงระดับความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมการผลิตในระยะเวลาอันใกล้
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้ออุตสาหกรรมการผลิตฟิลิปปินส์ (Philippines Manufacturing Purchasing Managers’ Index: PMI) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 54.6 จากระดับ 52.9 ในเดือนมกราคม 2569 ซึ่งเป็นการปรับที่สูงสุดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2560 ซึ่ง PMI อยู่ที่ระดับ 54.8 ทั้งนี้ ค่าดัชนี PMI ที่มากกว่า 50 แสดงถึงสภาวะการดำเนินงานของภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ในขณะที่ค่าดัชนีที่น้อยกว่า 50 แสดงถึงสภาวะการดำเนินงานที่ชะลอตัวลง โดยเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันที่สภาพการดำเนินงานของอุตสาหกรรมการผลิตฟิลิปปินส์ปรับตัวดีขึ้น ผู้ผลิตฟิลิปปินส์มีอัตราการเติบโตของปริมาณการผลิตและคำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การขยายตัวอย่างรวดเร็วของทั้ง 2 ปัจจัยนี้เกิดขึ้นพร้อมกับความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนจากระดับต่ำสุดในเดือนมกราคม 2569 ทั้งนี้ ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และขยายตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 ขณะที่ปริมาณคำสั่งซื้อในอุตสาหกรรมการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยดัชนีที่ปรับตามฤดูกาล (seasonally adjusted index) อยู่ในระดับสูงสุดในรอบกว่า 8 ปี ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ได้แก่ การได้ลูกค้าใหม่และการสั่งซื้อสินค้าปริมาณมากจากลูกค้า นอกจากนี้ การเติบโตของคำสั่งซื้อใหม่จากโรงงานยังเป็นผลจากการปรับตัวดีขึ้นของอุปสงค์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยของคำสั่งซื้อเพื่อการส่งออก โดยยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ถึงแม้ว่าอัตราการขยายตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จะอยู่ในระดับคงที่
สำหรับอัตราการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมการผลิตฟิลิปปินส์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขยายตัวเล็กน้อย สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของปริมาณงานที่ค้างสะสมหลังจากที่ปรับลดลงในเดือนมกราคม 2569 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่ได้ส่งผลต่อกำลังการผลิตของผู้ผลิต ทั้งนี้ อัตราการจ้างงานยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม อัตราการสร้างงานโดยรวมยังอยู่ในระดับจำกัด จึงยังไม่เพียงพอที่จะรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นและป้องกันงานค้างสะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 การดำเนินงานยังเผชิญกับความล่าช้าที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยหลายประการ ได้แก่ ปริมาณการจัดซื้อที่เพิ่มขึ้น สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย และความแออัดของท่าเรือ ส่งผลให้ระยะเวลาการส่งมอบวัตถุดิบโดยเฉลี่ยยาวนานขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 โดยอัตราความล่าช้าโดยรวมอยู่ในระดับที่ชัดเจนและสูงสุดในรอบ 14 เดือน ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของผู้ผลิตปรับลดลงในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเอื้อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับลดต้นทุนได้บางส่วน ทั้งนี้ แนวโน้มการดำเนินงานของผู้ผลิตใน 12 เดือนข้างหน้ามีทิศทางดีขึ้น โดยระดับความเชื่อมั่นปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจนจากระดับต่ำที่สุดที่พบในช่วงต้นปี 2569 และคาดว่า ปริมาณการผลิตจะมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงการปรับตัวดีขึ้นของแนวโน้มอุปสงค์พื้นฐานเพิ่มขึ้นต่อไป อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมัน และกระทบต่อการดำเนินงานของผู้ผลิตในฟิลิปปินส์
นาง Maryam Baluch นักเศรษฐศาสตร์ของ S&P Global Market Intelligence กล่าวว่า อุตสาหกรรมการผลิตของฟิลิปปินส์เริ่มต้นปี 2569 ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็นเดือนที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุดนับตั้งแต่ปลายปี 2560 ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของคำสั่งซื้อใหม่เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของปริมาณการผลิต โดยการขยายตัวทั้งสองปัจจัยดังกล่าว เด่นชัดเป็นประวัติการณ์ และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบหลายปี นอกจากนี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ภาคอุตสาหกรรมการผลิตของฟิลิปปินส์มีอัตราการขยายตัวสูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยประเทศที่มีอัตราการขยายตัวรองลงมา ได้แก่ เวียดนาม (54.3) อินโดนีเซีย (53.8) และไทย (53.5) ตามลำดับ ขณะที่มาเลเซียมีค่าดัชนี PMI ลดลงอยู่ที่ระดับ 49.3 ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานเชิงบวกของอุตสาหกรรมการผลิตฟิลิปปินส์เกิดขึ้นพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของระดับความเชื่อมั่นทางธุรกิจ โดยภาคธุรกิจคาดว่า สภาวะอุปสงค์จะยังคงปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ปริมาณการผลิตขยายตัวต่อไป นอกจากนี้ คาดว่า อัตราการจ้างงานจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนต่อไป เนื่องจากผู้ผลิตมีความสามารถในการเพิ่มจำนวนพนักงานเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่ค้างอยู่จำนวนมาก ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตยังมีการเพิ่มการจัดซื้อวัตถุดิบในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่เดือนมกราคม 2568
นาง Jingyi Pan รองผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐศาสตร์ของ S&P Global Market Intelligence กล่าวว่า ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์ความขัดแย้งยืดเยื้อเป็นระยะเวลานาน ผลกระทบจากสงครามจะขึ้นอยู่กับว่า เป็นเพียงปฏิกิริยาระยะสั้นหรือไม่ รวมถึงแนวทางของผู้ผลิตน้ำมันจะบริหารจัดการความเสี่ยงโดยรวมด้านอุปทานในปัจจุบันอย่างไร ทั้งนี้ PMI อุตสาหกรรมการผลิตของฟิลิปปินส์ ตัวชี้วัดด้านราคายังคงต่ำกว่าระดับ 50 เพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม สถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ หากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น ในเดือนมีนาคม 2569 แต่ถ้าสถานการณ์ความขัดแย้งไม่ยืดเยื้อก็จะช่วยให้ภาวะเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ นอกจากนี้ บริษัทน้ำมันได้ประกาศปรับเพิ่มขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน 1.90 เปโซต่อลิตร น้ำมันดีเซล 1.20 เปโซต่อลิตร และน้ำมันก๊าด 1.50 เปโซต่อลิตร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2569 การปรับขึ้นราคาดังกล่าวเป็นการปรับเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 10 สำหรับน้ำมันดีเซลและน้ำมันก๊าด และติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 8 สำหรับน้ำมันเบนซิน นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 โดยราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นรวม 6.70 เปโซต่อลิตร น้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นรวม 9.40 เปโซต่อลิตร และน้ำมันก๊าดเพิ่มขึ้นรวม 7.70 เปโซต่อลิตร อย่างไรก็ตาม ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ฟิลิปปินส์ยังไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากมาตรการภาษีการค้าใหม่ของประธานาธิบดี Donald Trump เนื่องจากดัชนีราคาวัตถุดิบและราคาผลผลิตยังคงอยู่ระดับต่ำกว่า 50 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผู้ผลิตพยายามควบคุมระดับราคา เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของการส่งออกและคำสั่งซื้อใหม่ ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ระดับความเชื่อมั่นจะปรับตัวดีขึ้นจากเดือนมกราคม 2569 แต่สภาพรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำ
ที่มา: หนังสือพิมพ์ Business World
บทวิเคราะห์และข้อคิดเห็น
• ตามที่บริษัท S&P Global รายงานว่า ภาคอุตสาหกรรมการผลิตของฟิลิปปินส์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 8 ปี โดยดัชนี PMI ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 54.6 สะท้อนถึงสภาวะการดำเนินงานที่ดีขึ้น ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตและคำสั่งซื้อใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศอยู่ในระดับสูงสุดในรอบกว่า 8 ปี การได้ลูกค้าใหม่ และคำสั่งซื้อจำนวนมากช่วยสนับสนุนยอดขายให้เพิ่มขึ้น รวมถึง ความเชื่อมั่นทางธุรกิจปรับเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตราการจ้างงานขยายตัวในระดับปานกลาง ทำให้ไม่สามารถรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นและลดงานค้างสะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ภาคการผลิตยังเผชิญความล่าช้าในการส่งมอบวัตถุดิบจากปริมาณการจัดซื้อที่เพิ่มขึ้น สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย และความแออัดของท่าเรือ อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นยังคงอยู่ในระดับสูง และปริมาณการผลิตจะยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านอาจส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมการผลิตในระยะเวลาอันใกล้ โดยราคาน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล และน้ำมันก๊าดมีการปรับเพิ่มต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมการผลิตของฟิลิปปินส์ยังคงมีอัตราการขยายตัวสูงที่สุดในกลุ่มสมาชิก ASEAN รองลงมาคือ เวียดนาม อินโดนีเซีย และไทย ทั้งนี้ จากการเพิ่มขึ้นของการจัดซื้อวัตถุดิบและการขยายตัวของกำลังการผลิตอาจช่วยสนับสนุนความต้องการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดในฟิลิปปินส์ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยควรติดตามสถานการณ์ต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะราคาพลังงานและน้ำมันในตลาดโลกซึ่งอาจผันผวน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน การปรับตัวสูงขึ้นของราคาพลังงานอาจส่งผลต่อค่าขนส่งและต้นทุนการผลิตโดยรวม นอกจากนี้ ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน การวางแผนด้านโลจิสติกส์ และการติดตามสถานการณ์ความล่าช้าในการขนส่งหรือความแออัดของท่าเรือในภูมิภาค เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดในระยะต่อไป
----------------------------------------------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา
มีนาคม 2569