
นาย Phon Rim โฆษกกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง (Ministry of Public Works and Transport : MPWT) เปิดเผยว่า ณ เดือนกันยายน 2025 มีรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) จดทะเบียนในกัมพูชาทั้งหมด 10,568 คัน แบ่งเป็นรถยนต์ 7,187 คัน รถสามล้อ 671 คัน และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 2,710 คัน ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า แนวโน้มการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในกัมพูชาเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2025 ซึ่งมีการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้ารวม 5,571 คัน แบ่งเป็นรถยนต์ 4,251 คัน รถสามล้อ 167 คัน และรถจักรยานยนต์ 1,153 คัน
โฆษกกระทรวงฯ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อรองรับแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น กระทรวงฯ กำลังพิจารณาเพิ่มสัญลักษณ์เฉพาะบนป้ายทะเบียนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ทั้งรถยนต์ รถสามล้อ และรถจักรยานยนต์ ซึ่งโครงการดังกล่าวอาจเริ่มต้นได้ในปี 2026 โดยรัฐบาลกัมพูชาได้ประกาศใช้นโยบายระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาภาคส่วนยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับปี 2024–2030 โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้มากกว่า 770,000 คันภายในปี 2030
นโยบายดังกล่าวมุ่งเปลี่ยนให้กัมพูชาเป็นประเทศที่มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมีเป้าหมาย คือ การจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า 30,000 คัน รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 720,000 คัน และรถสามล้อไฟฟ้า 20,000 คัน ภายในปี 2030 เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ รัฐบาลยังได้ให้สิทธิประโยชน์พิเศษแก่ผู้นำเข้ารถยนต์และจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยลดภาษีนำเข้าเหลือครึ่งหนึ่งจากอัตราปกติอีกด้วย
ข้อมูลจากกระทรวงโยธาธิการและขนส่งของกัมพูชาที่น่าสนใจ
รถไฟฟ้าได้รับความนิยมมากขึ้นในกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีค่าใช้จ่ายในการขับรถไฟฟ้าประหยัดมากกว่า เมื่อเทียบกับรถใช้น้ำมัน
ความเห็นของสำนักงานฯ
ปัจจุบัน (ณ กันยายน 2025) กัมพูชามีรถยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนแล้วรวม 10,568 คัน และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เริ่มยอมรับรถ EV มากขึ้น ประกอบกับนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมการใช้ EV อย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญที่ยังคงมีอยู่ คือ สถานีชาร์จไฟฟ้ายังมีจำนวนจำกัดและยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ จึงเป็น โอกาสทางธุรกิจ สำหรับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เช่น การติดตั้งสถานีชาร์จ (EV Charger) ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และการให้บริการหลังการขาย อะไหล่ รวมไปถึงการซ่อมบำรุง
ผู้ประกอบการที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม EV หรือผู้ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง อาจพิจารณาศึกษาข้อมูลและโอกาสการลงทุน หรือหาช่องทางขยายตลาดในกัมพูชา เช่น หาตัวแทนจำหน่าย หรือพันธมิตรทางธุรกิจในพื้นที่ ทั้งนี้ ธุรกิจ B2B ควรให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าสู่ตลาดกัมพูชา ต่อไป
_____________________________________________________________________
ที่มา Khmer Times
20 ตุลาคม 2568